ผู้ใหญ่บ้านเครียดภัยแล้งทำสวนทุเรียนเจ๊งขาดทุนยับนอนดับหลังบ้าน

อุทัยธานี -ผู้ใหญ่บ้านเครียดภัยแล้งทำสวนทุเรียนเสียหายหนัก ผลผลิตออกไม่เป็นตามเป้าที่ตั้งใจไว้ นอนเสียชวิตหลังบ้าน ด้านพี่สาวเผยผู้ตายบนเครียดจัดเกี่ยวกับสวนทุเรียนเสียหายจากภัยแล้ง ไม่ติดใจการเสียชีวิต ขณะที่ตำรวจลานสักคาดเสียชีวิตจากอากาศร้อนระอุ

เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2567 สถานีตำรวจภูธรลานสัก ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่าพบศพผู้ใหญ่บ้าน นอนเสียชีวิตอยู่ที่ข้างบ้าน หมู่ 8 ต.ป่าอ้อ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี หลังจากได้รับแจ้ง พ.ต.ท.กิตติ สุขวงศ์คำ พนักงานสอบสวนสภ.ลานสัก พร้อมจนท.ตำรวจชุดสืบสวน โดยประสานไปยังแพทย์เวรรพ.ลานสัก รีบรุดมายังที่เกิดเหตุ บ้านซับป่าพลู

พบศพเป็นชาย ซึ่งรับตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน บ้านซับป่าพลู ซึ่งใกล้จะหมดวาระ ชื่อนายมานพ นวนฉวี อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 323/5 หมู่ 8 ต.ป่าอ้อ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อสีขาวยีนแขนยาว กางเกงสีดำขาสั้น ใกล้กันพบขวดยาไม่ทราบชนิดนอนข้างพื้นอยู่ 1 ขวด ใกล้อยู่ที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสภาพศพผู้ตายเบื้องต้น ทางแพทย์เวรรพ.ลานสัก ยังไม่ระบุสาเหตุการเสียชีวิตได้ในครั้งนี้ เนื่องจากสภาพศพผู้ตาย ไม่พบบาดแผลและร่องรอยของการต่อสู้ ต้องนำส่งไปพิสูจน์ผ่า หาสาเหตุที่แน่ชัด แต่ทางภรรยา ของผู้ตายไม่ติดใจการเสียชีวิต เผยไม่เคยมีปัญหาทะเลาะกับใคร จึงไม่สามารถนำศพไปผ่าพิสูจน์ได้ ทางภรรยาจึงได้นำศพไปตั้งพิธีทางศาสนาไว้ที่บ้าน พร้อมกับขอสัมภาษณ์ภรรยาของผู้เสียชีวิต แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ เนื่องจากอยู่ระหว่างการโศกเศร้ากับการจากไปของสามีหรือผู้ตาย

จากการสอบถามพี่สาวของคนตาย ชื่อนางปราณี นวนฉวี อายุ 71 ปี ได้เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มาไม่กี่วันทางผู้ใหญ่บ้านหรือน้องชาย ได้มาพูดคุยเรื่องราวให้ฟังเกี่ยวกับ เรื่องสวนทุเรียน ที่เพิ่งลงทุนไป แล้วเกิดความเสียหาย แล้วทำให้ไม่ได้ผลผลิต ตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ เนื่องจากอากาศแล้งจัด ผู้ตายจึงคอยหมั่นเข้าไปดูแล จนเกิดความเครียด พร้อมกับเปิดเผย ก่อนที่น้องชายจะเสียชีวิต ได้พูดเป็นลาง ว่าขอให้ถ่ายรูปคู่ด้วยโดยขอให้สวมใส่ชุดสีขาวร่วมถ่าย

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามชาวบ้านซึ่งเป็นลูกบ้าน ชื่อนางสมใจ อายุ 54 ปี ว่าผู้ใหญ่บ้านเป็นคนดีและช่วยเหลือชาวบ้านมาโดยตลอด โดยหางบประมาณมาช่วยเหลือซ่อมแซมภายในหมู่บ้านเป็นอย่างดี แต่ช่วงหลังผู้ใหญ่บ้านได้มาคุยให้ฟังว่า ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง เนื่องจากปลูกสวนทุเรียน 12 ไร่ ได้รับความเสียหาย จากผลผลิตไม่ได้ตามเป้า และช่วงหลังมาก็คอยหมั่นไปดูแลสวนทุเรียนอยู่เป็นประจำ

จากการสอบถาม พ.ต.ท.กิตติ สุขวงศ์คำ พนักงานสอบสวน สภ.ลานสัก เปิดเผยถึงสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้ ว่าผู้เสียชีวิตไม่มีโรคประจำตัว คาดว่าผู้ใหญ่บ้านที่เสียชีวิต อาจจะพักผ่อนไม่เพียงพอ เนื่องจากต้องเข้ามาดูแลสวนทุเรียนอยู่เป็นประจำ และเคยฉีดยาอยู่เป็นประจำ คาดว่าจะเป็นลมหรือหมดสติจากอากาศร้อน จนทำให้ขาดอากาศหายใจเฉียบพลันจนเสียชีวิตดังกล่าว พร้อมกับทางญาติก็ไม่ได้ติดใจการเสียชีวิตในครั้งนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง