หนุ่มช่างเชื่อมถังแตกย่องเจาะตู้เอทีเอ็มฉก 4 แสนหนีไม่รอดถูกรวบคาบ้านพัก

นครศรีธรรมราช-ตำรวจท่าศาลาปิดคดีเจาะตู้เอทีเอ็มฉกเงินเกือบ 4 แสนบาท เป็นช่างเชื่อมถังแตก สารภาพบุกเจาะเอทีเอ็มเพราะเป็นหนี้นอกระบบท่วม-กำลังถูกบริษัทไฟแนนซ์ฟ้องจะยึดรถ

จากกรณีคนร้ายเจาะตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยที่หน้าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 8 ซึ่งอยู่บริเวณชุมชนบ้านหน้าทัพ หมู่ 15 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อคืนวันที่ 16 ส.ค.66 ที่ผ่านมา ใช้เวลานานหลายชั่งโมงได้เงินสดไปจำนวน 397,000 บาท หลบหนีไปได้อย่างลอยนวล และ พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พ.ต.อ.พิศิษฐ์ วิเศษวงศ์ ผกก.สส.ภ.นครศรีธรรมราช เร่งติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยด่วนนั้น

ล่าสุดพ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.พร้อม พ.ต.ท.นรากร เอียดช่วย รอง ผกก.ป.สภ.ท่าศาลา และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้นำหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ในคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยการทำลายเครื่องป้องกันกีดกั้น เพื่อสะดวกในการได้ทรัพย์เข้าทำการจับกุมตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวคือนายอนุชา หนูน้อย อายุ 32 ปี อยู่ หมู่ 5 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้ที่บ้านพัก

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้พร้อมของกลางเป็นเครื่องพ่นไฟพร้อมถังแก๊สและถังออกซิเจน และเงินสดจำนวน 216,000 บาท ส่วนเงินที่เหลือนั้นนายอนุชา บอกว่า ได้ใช้จ่ายชำระหนี้สินไปแล้วส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถยนต์ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุได้ 1 คัน เป็นรถยนต์ 4 ประตูตรงกับภาพรถในกล้องวงจรปิดที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบจากบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุในคืนทีเกิดเหตุ

นายอนุชา ให้การสารภาพกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมว่า ตนเองเป็นผู้ก่อเหตุจริง และก่อเหตุเพียงคนเดียว สืบเนื่องจากปัญหาหนี้สินนอกระบบอย่างหนักและยังถูกฟ้องจากบริษัทไฟแนนซ์รถยนต์ ทำให้จนตรอกไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้ได้ทัน จึงตัดสินใจเลือกไปก่อเหตุกับตู้เอทีเอ็มจุดดังกล่าว เนื่องจากเมื่อไม่นานได้ไปทำงานเป็นช่างเชื่อมกับพ่อที่โรงเรียนและเห็นว่าจุดที่เกิดเหตุปลอดสายตาคน

และสังเกตเห็นว่าช่วงกลางคืนที่บริเวณนั้นจะเงียบไม่ค่อยมีคนมาใช้บริการ จึงเข้าไปก่อเหตุ และยืนยันว่ามีตนองความรู้เกี่ยวกับช่างเชื่อมโลหะเท่านั้น ไม่ได้มีความรู้เรื่องเครื่องเอทีเอ็มมาก่อน ส่วนเครื่องมือหัวพ่นตัดเหล็กนั้นได้ยกเอาของพ่อซึ่งเป็นช่างเชื่อมไปใช้ในการก่อเหตุ หลังจากได้เงินมาจึงเอาไปใช้หนี้ส่วนหนึ่งแต่ยังไม่ทันจะหมดก็ถูกเจ้าหน้าที่ตามเข้าจับกุม จึงขอรับสารภาพทั้งหมด

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ จนได้ข้อมูลที่ขัดเจาว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือนายอนุชาฯ จึงได้นำหลักฐานไปขอหมายจับกุมจากศาลจังหวัดนครศรีธรนรมราชเข้าทำการเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด ส่วนที่ทางธนาคารแจ้งความล่าช้าเป็นข้อผิดพลาดภายในของธนาคารซึ่งจะได้นำไปเป็นกรณีศึกษาแก้ไขปัญหาต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง