รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.ก้าวสู่ปีที่ 13 กับการพัฒนาระบบขนส่งทางราง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง​

รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.ก้าวสู่ปีที่ 13 กับการพัฒนาระบบขนส่งทางราง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง​


บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ก้าวสู่ปีที่ 13 กับการพัฒนาระบบขนส่งทางราง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อยู่ที่ 99.45% , 99.52% และ 100% ตามลำดับ ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดให้บริการ ซึ่งปัจจุบันมีผู้โดยสารรวมมากกว่า 8 ล้านคน ซึ่งจะเห็นได้จากผลการสำรวจความพึงพอใจจากผู้ใช้บริการ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2566 ซึ่งลงพื้นที่สำรวจโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ซึ่งเป็นสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการสำรวจและวิจัย โดยผลปรากฏว่าจากคะแนนเต็ม 5 ผู้โดยสารมีความพึงพอใจด้านการให้บริการ 4.50, ด้านความปลอดภัย 4.47, ด้านความน่าเชื่อถือต่อความตรงต่อเวลา ความถี่ และคุณภาพในการเดินรถไฟฟ้า 4.28, ด้านการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูล 4.44, ด้านคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกบนสถานี และในขบวนรถ 4.47, ด้านเหรียญโดยสาร/บัตรโดยสาร และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 4.28 ซึ่งจากผลสำรวจดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าผู้โดยสารมีความเชื่อมั่นต่อการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงในด้านต่างๆเป็นอย่างมากและ

ในวันที่ 15 สิงหาคม 2566 เป็นต้นไป บริษัทฯจะปรับเวลาเปิดให้บริการเร็วขึ้น จากเดิมเปิดให้บริการในเวลา 05.30 น. เปลี่ยนเป็นเปิดให้บริการในเวลา 05.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้น และสามารถรองรับผู้ที่เดินทางโดยสายการบินต่างๆที่จะเดินทางมาถึงสนามบินดอนเมืองในช่วงเช้ามืด รวมถึงจะปรับเพิ่มความถี่ในการให้บริการเดินรถให้เร็วขึ้น ทั้งสายเหนือ (ธานีรัถยา) ช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – รังสิต ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน (Peak) เวลา 07.00 – 09.30 น และเวลา 17.00 – 19.30 น. จะปรับเพิ่มความถี่จากเดิม 12 นาทีต่อขบวน เป็น 10 นาทีต่อขบวน ในช่วงนอกชั่วโมงเร่งด่วน (Off Peak) จะปรับเพิ่มความถี่จากเดิม 20 นาทีต่อขบวน เป็น 15 นาทีต่อขบวน และสายตะวันตก (นครวิถี) ช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – ตลิ่งชัน ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน (Peak) ให้บริการความถี่เท่าเดิมที่ 20 นาทีต่อขบวน แต่จะปรับเพิ่มความถี่ในช่วง นอกชั่วโมงเร่งด่วน (Off Peak) จากเดิม 30 นาทีต่อขบวน เป็น 20 นาทีต่อขบวน เพื่อลดเวลาในการรอคอยขบวนรถไฟฟ้า รวมถึงช่วยดึงดูดผู้โดยสารให้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันมีผู้โดยสารมาใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงเฉลี่ยวันละ 2.3 – 2.4 หมื่นคน หากเป็นวันศุกร์ผู้โดยสารจะอยู่ที่ประมาณ 2.5 หมื่นคน ส่วนในปี 67 มีการคาดการณ์ว่าผู้ใช้บริการจะเพิ่มสูงขึ้น 10% บริษัทฯไม่เพียงแต่มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการเดินรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ควบคู่ไปด้วย โดยได้ดำเนินการโครงการต่างๆที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างพนักงานกับคนในชุมชน รวมถึงรณรงค์ให้พนักงานทุกคนให้มีความตระหนักและเห็นความสำคัญของการทำกิจกรรม CSR ด้วย ซึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้จัดโครงการ “พี่หนูแดงมอบความสุขให้น้องผ่านห้องแห่งการเรียนรู้” ณ โรงเรียนวัดสนามนอก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสถานีบางบำหรุ โดยจัดให้มีการปรับปรุงพื้นที่ในสถานศึกษา ได้แก่ ห้องพละ และห้องนาฏศิลป์ เพื่อให้โรงเรียนวัดสนามนอก มีห้องนันทนาการเพื่อจัดกิจกรรมต่างๆ และยังสามารถใช้เป็นห้องเพื่อการเรียนรู้ที่มีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด

สามารถสร้างพัฒนาการที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญาให้กับเด็ก รวมถึงมีการปรับภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบ ให้มีความสวยงาม สะอาดปลอดภัยด้วย
สำหรับแผนการพัฒนารถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงในอนาคต จะมีการต่อยอดการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆภายในระบบรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ การบูรณาการความร่วมมือกับท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง เพื่อพัฒนาจุดเชื่อมต่อให้มีความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น และเตรียมความพร้อมสำหรับทางเดินเชื่อมต่อกับสถานีหลักสี่ ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี รวมถึงทางเดินลอยฟ้า(Sky Walk) ที่เชื่อมต่อกับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเก็บรายละเอียดและรอตรวจสอบ คาดว่าจะเปิดให้บริการช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ ในด้านกิจกรรมส่งเสริมการตลาด บริษัทฯมีการจัดแคมเปญต่างๆเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับประชาชนและผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดแต่ละครั้ง มีผู้ให้ความสนใจและร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก และเร็วๆนี้ บริษัทฯเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ 2567 ด้วยการเปิดตัวบัตรโดยสารลายใหม่สุดพิเศษ สำหรับนักเรียน/นักศึกษา จำนวน 2 ลาย เนื่องจากผลการสำรวจผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงในปัจจุบัน ชี้ว่า กลุ่มช่วงวัยนักเรียนและนักศึกษา คือกลุ่มที่ใช้บริการรถไฟฟ้ามากเป็นลำดับต้นๆ จากกลุ่มผู้ใช้บริการทั้งหมด
ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าด้วยมาตรฐานในระดับสากลที่บริษัทนำมาใช้ขับเคลื่อนองค์กรในทุกมิติ จะส่งผลให้สามารถยกระดับการให้บริการแก่ผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงบริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพ เพื่อตอบแทนความเชื่อมั่นที่ผู้โดยสารได้ให้ความไว้วางใจรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงด้วยดีเสมอมา และจะมุ่งมั่นพัฒนาระบบขนส่งทางรางเพื่ออยู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคตอย่างมั่นคง

 

Related posts