คนร้ายขยายพื้นที่ป่วน!ยกระดับความมั่นคงอำเภอสะเดาสูงสุดนอกเหนือ 4 อำเภอสงขลา-3 จว.ชายแดนใต้

ความคืบหน้าเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดซ้ำลูกสองเส้นทางรถไฟหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ บริเวณจุดเดิมที่ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดรถไฟขบวนสินค้าในพื้นที่ต.ท่าโพธิ์ อ.สะเดา จ.สงขลา ทำให้เจ้าหน้าที่ของการรถไฟเสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บอีก 4 ราย เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 06.30 น.วันที่ 6 ธ.ค. 65

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหารตำรวจและฝ่ายปกครองนำโดยนายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พล.ต.ไพศาล หนูสังข์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.สงขลา นายภานุมาศ พรหมโชติ วิศวกรกำกับการกองบำรุงทางเขตหาดใหญ่ ได้แถลงข่าวสรุปเหตุการณ์ระเบิดลูกสองว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรและแนวทางป้องกันเหตุหลังจากนี้

นายเจษฎษา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจ.สงขลา กล่าวว่า จุดที่เกิดระเบิดซ้ำลูกสองอยู่ห่างจากจุดเดิมออกไปประมาณ 250 เมตร ซึ่งคนร้ายน่าจะวางแผนมาแล้วเพื่อไม่ให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดที่เข้าไปเก็บกู้และเคลียร์พื้นที่ระเบิดลูกแรกตรวจพบ จึงมีการเปิดพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่รถไฟเข้าไปกู้ซากรถไฟและซ่อมแซมรางตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 65 ที่ผ่านมา และมีกำหนดให้แล้วเสร็จเปิดทางในวันที่ 9 ธันวาคม โดยเหตุระเบิดลูก 2 นี้มีเจ้าหน้าที่รถไฟเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 3 ราย และบาดเจ็บอีก 4 รายและปลอดภัยแล้ว

“พรุ่งนี้จะประชุมฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยเพื่อวางแผนดูแลความปลอดภัยพื้นที่ จ.สงขลา ทั้งหมด รวมถึงจะขยายพื้นที่ด้านความมั่นคงมายัง อ.สะเดา จ.สงขลา เพราะที่ผ่านมาอยู่นอกเขตพื้นที่สีแดง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของสงขลา”

นายเจษฎา กล่าวอีกว่า ได้ประสานไปยังสถานกงสุลมาเลเซียประจำจ.สงขลา เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงของเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นและแนวทางการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาเลเซียได้รับทราบ

พล.ต.ไพศาล หนูสังข์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า รูปแบบของการก่อเหตุระเบิดเหมือนกับการก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากนี้จำเป็นต้องเฝ้าระวังพื้นที่ อ.สะเดาเพิ่มขึ้นโดยต้องอาศัยภาคประชาชน ผู้นำท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่ด้วย

ส่วน พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.สงขลา เปิดเผยว่า เหตุระเบิดลูก 2 ไม่ใช่ความบกพร่องของชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด มาจากหลายปัจจัยทั้งสภาพพื้นที่เกิดเหตุรวมทั้งฝนที่ตกลงมาอาจทำให้การทำงานของเครื่องมือบกพร่องและการเข้าเคลียร์พื้นที่ระเบิดลูกแรก ก็มีการกำหนดจุดพื้นที่ปลอดภัยในระยะ 100-200 เมตรเอาไว้แล้ว ส่วนลูก 2 เกิดขึ้นได้อย่างไรนั้นต้องตรวจสอบก่อน

ด้าน นายภานุมาศ พรหมโชติ วิศวกรกำกับการกองบำรุงทางเขตหาดใหญ่ เปิดเผยว่า การเข้าไปกู้ซากรถไฟและซ่อมรางนั้น เจ้าหน้าที่เข้าไปหลังจากชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตรวจสอบพื้นที่เรียบร้อยแล้ว และได้รับอนุญาติให้เข้าไป ไม่ได้เข้าไปพละการ

โดยมีเจ้าหน้าที่รถไฟสองหน่วย ที่เข้าไปจุดเกิดเหตุคือหน่วยซ่อมบำรุงทางและหน่วยยกรถและทำกันทั้งวันทั้งคืน และสามารถยกโบกี้รถไฟที่ตกรางออกมาได้แล้ว 6 คัน และเตรียมเข้าไปซ่อมแซมราง ตอนเกิดเหตุระเบิดลูก 2 เจ้าหน้าที่รถไฟ 7 นายเดินออกมาเอาเครื่องมือใกล้กับที่ตั้งของศูนย์อำนวยการและขากลับเข้าไประหว่างทางจึงเกิดระเบิดขึ้น

ด้าน พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งลงพื้นที่เกิดเหตุ และเปิดเผยว่า เบื้องต้นมีการคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้การทำงานของกลุ่มก่อความไม่สงบเลือกก่อเหตุนอกพื้นที่เฝ้าระวัง เดิมมีการก่อเหตุแค่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และ 4อำเภอของ จ.สงขลา เท่านั้น

แต่หลังจากนี้ทุกฝ่ายต้องวางมาตรการคุมเข้มเพิ่ม โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ที่เป็นพื้นที่หลักของการท่องเที่ยว พื้นที่สำคัญทางด้านเศรษฐกิจ สถานที่ราชการ ที่มีความล่อแหลมในการก่อเหตุ แต่ก็ต้องเฝ้าระวังในพื้นที่เป้าหมายเดิมด้วย เพื่อความไม่ประมาท ลดความสูญเสีย และขอความร่วมมือภาคจากประชาชน ผู้นำท้องถิ่น คนในชุมชน ช่วยกันสอดส่องเป็นหูเป็นตาแทนเจ้าหน้าที่ด้วยอีกทาง โดยเฉพาะช่วงนี้ ใกล้เทศกาลวันคริสต์มาส เทศกาลปีใหม่ ยิ่งต้องคุมเข้มทุกพื้นที่กันอย่างเข้มงวด

“พฤติกรรมของผู้ก่อเหตุ ทิ้งระยะเวลาการก่อเหตุนานถึง 10 เดือน ทำให้เจ้าหน้าที่ชะล่าใจประมาทไม่คุมเข้มเท่าที่ควร”

พล.ท.ศานติ กล่าวอีกว่า แต่หลังจากเกิดเหตุระเบิดในครั้งนี้ และยังปล่อยให้มีการระเบิดซ้ำจนทำให้มีคนเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งทิ้งระยะเวลาห่างกันถึง 3 วัน ทุกภาคส่วนต้องกลับมาทบทวน และจริงจังในการบูรณาการ การทำงานร่วมกันใหม่เพื่อความไม่ประมาท และเว้นช่องว่างให้ผู้ก่อเหตุ และในส่วนของกองทัพภาคที่ 4 ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของทางเจ้าหน้าที่การรถไฟ ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ หลังจากนี้หากมีอะไรให้ทางกองทัพภาคที่ 4ช่วยเหลือก็ยินดีช่วยเหลือทุกช่องทาง

สำหรับพนักงานรถไฟที่เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ประกอบด้วย นายยิ่งศักดิ์ ชุมตรี ลูกจ้าง สรจ.หาดใหญ่ นายภูมิพันธ์ เพชรสุข ผู้ช่วยสารวัตรแขวงรถจักรหาดใหญ่ และนายนวฤทธิ์ สุวรรณชาตรี ลูกจ้างแขวงรถจักรหาดใหญ่

ส่วนที่บาดเจ็บอีก 4 คน ประกอบด้วย นายนพดล ปานมา หัวหน้าช่างแขวงสารวัตรโรงงานทุ่งสง นายดีเด่น คงสม หัวหน้าช่างแขวงรถจักรหาดใหญ่ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย นายฉัตรชัย นิตรจลานนท์ ลูกจ้างแขวงรถจักรหาดใหญ่ และนายธีรพงศ์ หนูคง ลูกจ้าง สรจ.หใ.ปลอดภัย

และเหตุการณ์นี้ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุเป็นอย่างมาก โดยชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 6 โมง 20 นาที และเสียงของระเบิดดังเหมือนกับตอนที่ระเบิดรถไฟ โดยเมือนี้เจ้าหน้าที่ของการรถไฟได้เข้าไปกู้โบกี้และซ่อมแซมรางที่เสียหายตลอดทั้งคืนและทำงานกันอย่างเต็มที่

พร้อมกับฝากไปไปยังผู้ก่อเหตุว่าอย่าทำกับผู้บริสุทธิ์โดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่บ้านท่าโพธิ์ ตอนนี้กลัวมากหลังจากที่เกิดระเบิดซ้ำสองชาวบ้านที่ไปกรีดยางหลายคนไม่กล้าเข้าไปเก็บน้ำยางเพราะกลัว และมีการปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุด้วย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง