ดิ้นฝ่ามรสุมแล้ง เจาะบาดาลหาแหล่งน้ำรดต้นทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ

เกษตรกรบ้านสวนป่า หมู่ 17 ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ กำลังเผชิญกับอากาศร้อนแล้งส่งผลกระทบกับสวนทุเรียนในพื้นที่เป็นอย่างมาก น้ำจากแหล่งเก็บกักน้ำธรรมชาติแห้งขอด จากที่เคยโยงท่อประปา ต่อแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อแบ่งปันนำน้ำไปใช้รดในสวนทุเรียนได้ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว สวนไหนพอมีแหล่งน้ำก็จะแบ่งปัน แม้จะต้องสลับกันรอเป็นชั่วโมง กว่าที่น้ำใต้ดินจะซึมให้พอสูบมาใช้ได้

ขณะที่สวนไหนพอมีเงินเก็บไว้บ้าง ณ ขณะนี้ยอมควักกระเป๋าเพื่อจ่ายให้กับการขุดน้ำบาดาล ซึ่งการเจาะแต่ละครั้งในพื้นที่ ต้องเจาะที่ความลึกไม่ต่ำกว่า 100 เมตร ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าจะพบน้ำหรือไม่ โดยเกษตรกรก็ต้องลุ้นเพื่อให้มีน้ำใช้รดต้นทุเรียนที่กำลังออกผลผลิต และเตรียมรอตัดส่งขายในเดือนมิถุนายน และกรกฎาคม

นายไพรบูรณ์ ไชยคำ อายุ 44 ปี ชาวบ้านน้ำมุด หมู่ 16 ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนนำน้ำมาจากเขื่อนห้วยทา ขับรถระยะทางกว่า 5 กิโลเมตรเพื่อเดินทางออกไปสูบน้ำมาใช้รดต้นทุเรียน เป็นแหล่งน้ำที่ใกล้ที่สุดในขณะนี้ ถ่ายใส่ตุ่มและบ่อปูนพักสำรองน้ำไว้ก่อน ซึ่งต้องใช้การลำเลียงขนย้ายกว่า 5-6 เที่ยวถึงจะเพียงพอในแต่ละวัน โดยจะรอเวลาในช่วงเย็น จึงปล่อยน้ำรดต้นทุเรียนทั้งหมด เพราะหากรดน้ำในช่วงที่แดดแรงจัด

เนื่องจากอากาศและพื้นดินมีความร้อนมาก ไอน้ำระอุขึ้นมา จะส่งผลให้ต้นทุเรียนได้รับความเสียหายและอาจตายได้ ขณะที่สวนของตนนั้นก็แห้งตายไปเกือบ 10 ต้นแล้วเพราะแล้งขาดน้ำ และน่าเห็นใจในอีกหลายๆ สวน ที่ติดลูกแล้ว ประสบปัญหาลูกร่วงก็มี ยืนต้นตายก็มี บางรายลงทุนขุดบ่อบาดาลแต่ไม่เจอตาน้ำก็มีเช่นกัน ก็ต้องทำทุกทางให้มีน้ำรดต้นทุเรียนไปก่อนจนกว่าจะมีฝนตกลงมาในพื้นที่

ชาวสวนทุเรียนในพื้นที่ติดชายแดนของ ต.บักดอง อ.ขุนหาญ ทุกสวนต้องสู้ ขับรถไปที่ห่างไกลหลายกิโลเมตร หาแหล่งสูบน้ำใส่แท็งก์พลาสติก ขนาด 2,000 ลิตร บรรทุกบนรถกระบะ บางสวนใช้รถบรรทุก 6 ล้อขนแท็งก์ 2,000 ลิตร จำนวน 2 ใบ เพื่อที่จะนำน้ำกลับมาให้มากที่สุด เพื่อประคองผลผลิตทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ที่ได้ลงทุนลงแรงปลูกมาหลายปี เพื่อรอเก็บเกี่ยวผลผลิตที่จะสร้างรายได้ให้กับชาวสวนและพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง