สจล.จับมือ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกส่งเด็กไทยสู่วิศวกรระดับโลก

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)สถาบันอุดมศึกษาเป็นศูนย์กลางแห่งความรู้ โดยเฉพาะในยุคที่การเชื่อมต่อข้ามซีกโลกสามารถทำได้อย่างง่ายดาย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับต่างประเทศ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ของไทยให้มีความเป็นสากลมากขึ้นจึงเป็นก้าวสำคัญสำหรับการศึกษาในอนาคต ความร่วมมือตั้งแต่การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากรระยะสั้นจนกระทั้งถึงการเปิดหลักสูตรระหว่างมหาวิทยาลัยในต่างประเทศและมหาวิทยาลัยของไทยจึงเพิ่มมากขึ้น และมีหลักสูตรที่หลากหลายขึ้นเพื่อตอบสนองตลาดแรงงานและส่งเสริมการสร้างเครือข่ายในอนาคต

รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า “สจล. มีนโยบายมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางด้านการศึกษาตามแนวทาง Global Learning และ Global Citizen ผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะสูง ตอบโจทย์ตรงความต้องการภาคอุตสาหกรรมสู่การเป็น ‘ผู้นำนวัตกรรมระดับโลก’ (The World Master of Innovation) การเปิดโลกทางการศึกษาให้กว้าง นอกจากจะเป็นการสร้างโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบอนาคตให้ตัวเองแล้ว ยังเป็นการเพิ่มทักษะให้กับตนเองได้มากขึ้นจากประเทศที่มีสถาบันทางการศึกษาในระดับชั้นนำและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

รองศาสตราจารย์ ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า สจล. เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับถึงความโดดเด่นในด้านวิศวกรรมศาสตร์ มีการออกแบบหลักสูตรต่างๆ ให้ตอบโจทย์ ตรงความต้องการของอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจที่รุดหน้าแบบก้าวกระโดด โดยมีสาขาให้เลือกเรียนมากถึง 13 สาขาวิชา รวมถึงหลักสูตรนานาชาติอีก 12 สาขา คณะได้มีการจัดตั้งหน่วยงาน SIIE (School of International and Interdisciplinary Engineering)  มุ่งเน้นการสร้างความเป็น Global  Engineering ส่งเสริมพัฒนาให้นักศึกษาที่เรียนอยู่ก้าวสู่วิศวกรระดับโลก ด้วยหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติและการทำงานร่วมกับชาวต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบัน คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. มีหลักสูตรร่วมผลิตกับมหาวิทยลัยชั้นนำระดับประเทศและระดับโลกจำนวนกว่า 20 หลักสูตรความร่วมมือ และกำลังเดินหน้าความร่วมมือทางด้านการศึกษากับ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก University of Glasgow เป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก ติดอันดับที่ 87 ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกปี 2024 และเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยในกลุ่มเรสเซล (Russell group) ซึ่งเป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหราชอาณาจักร มีชื่อเสียงด้านการสอนและการวิจัย นับเป็นที่แรกของการเริ่มหลักสูตรปริญญาตรี 2 ปริญญาด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่เป็นแม่แบบให้กับสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น โดย สจล. มีความร่วมมือกับ University of Glasgow นับเป็นปีที่ 7 แล้ว ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาชั้นปี 2 ของหลักสูตรนานาชาติ สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (SoftwareEngineering, SE) และวิศวกรรมชีวการแพทย์ (Biomedical Engineering, BME) เลือกเรียนปี 3 และปี 4 ของโปรแกรมที่ University of Glasgow เมื่อจบการศึกษาจะได้รับปริญญาตรี 2 ใบ คือ ปริญญาบัณฑิตของ KMITL และปริญญาบัณฑิตของ University of Glasgow ประกอบกับได้รับโอกาสในการเข้าไปทำงานที่ประเทศอังกฤษอีก 2 ปี  ปัจจุบัน สจล.ยังคงเดินหน้า เปิดเพิ่มอีก 2 สาขา ได้แก่ วิศวกรรมเครื่องกล (Mechanical Engineering) และวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (Robotics & AI Engineering) คาดว่าจะมีนักศึกษาปี 2 ของทั้ง 4 สาขา ดังกล่าวให้ความสนใจรวมกันไม่น้อยกว่า 40 คน

นอกจากนั้นแล้ว University of Birmingham เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกที่ถูกจัดลำดับที่ 101 และอันดับ 10 ในสหราชอาณาจักร และที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ได้ดำเนินการหลักสูตรปริญญาตรี 2 ปริญญาด้านวิศวกรรมศาสตร์ สาขา Robotics & AI Engineering โดยศึกษาที่สจล. 2 ปี และที่ Birmingham 2 ปีเรียนจบรับ 2 ปริญญาเช่นกัน

มหาวิทยาลัย ECAM LaSalle School of Engineering ประเทศฝรั่งเศส  โดย Mr. Didier DESPLANCHE, Rector of ECAM LaSalle, Lyon และ Mr.Yosawat Lamjareonchai, Office of ECAM Lasalle ASIA Pacific ได้ร่วมหารือเพื่อดำเนินการส่งนักศึกษาหลักสูตรปริญญาตรีต่อโทหรือ Unified Program ในสาขา Electrical Mechanical Engineering โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และทีมคณาจารย์  ศ.ดร.อุมา สีบุญเรือง รองคณบดีอาวุโส และ รศ.ดร.สุตาภัทร แคว้นเขาเม็ง ผู้ช่วยคณบดีให้การต้อนรับและร่วมหารือการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและการทำหลักสูตรปริญญาตรีต่อโทให้นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีจากวิศวกรรมศาสตร์ สจล. เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ ECAM LaSalle ประเทศฝรั่งเศสต่อไป

ความสำคัญของความร่วมมือในการเปิดหลักสูตรระหว่างมหาวิทยาลัยในต่างประเทศและมหาวิทยาลัยของไทยรวมถึงการพัฒนาหลักสูตรนานาชาติร่วมกัน จะช่วยให้บัณฑิตมีทักษะทางด้านภาษาอย่างน้อย 2 ภาษา มีโลกทัศน์กว้างไกล มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ทำให้มีความเข้าใจและยอมรับถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรม สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้ และยังเป็นการตอบสนองความต้องการของสังคมและการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่: https://engineer.kmitl.ac.th/en/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง