กระโดดหนีตายระทึก!รถเครน เบรกแตกหักหลบเก๋งพุ่งชนร้านค้าพังพินาศ คนขับยันไม่ได้ดื่มมา

นครสวรรค์-กระโดดหนีตายระทึก รถเครน เบรกแตก หักหลบเก๋งพุ่งชนร้านค้าริมทางพังพินาศ บริเวณริมถนนสายนครสวรรค์-ชุมแสง ใกล้กับห้างแม็คโคร ต.นครสวรรค์ออก อ.เมืองนครสวรรค์ เมียเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวถูกน้ำร้อนลวก คนขับยันไม่ได้ดื่มมา

เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปลิง ได้รับแจ้งเหตุรถเครนขนาดใหญ่ เสียหลักพุ่งชนร้านค้าของประชาชนเสียหายหลายหลัง บริเวณริมถนนสายนครสวรรค์-ชุมแสง ใกล้กับห้างแม็คโคร ต.นครสวรรค์ออก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ที่เกิดเหตุพบรถเครน สีเหลือง ของบริษัทแห่งหนึ่ง สภาพจอดอยู่ในแนวขวางถนน ด้านหน้ารถทิ่มเข้าหาร้านข้าวขาหมูริมทาง จนร้านได้รับความเสียหายพังยับเยิน นอกจากนี้ ยังมีร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านขายของชำที่อยู่ริมถนนใกล้กันอีก 2 หลัง รวมถึงอู่ซ่อมรถ และรถจักรยานยนต์ 3 คัน ได้รับความเสียหายหนักด้วยเช่นกัน

ส่วนผู้บาดเจ็บมี 1 ราย ทราบว่าเป็นหญิงเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ได้รับบาดเจ็บจากการถูกน้ำร้อนลวกตามร่างกายเกือบทั้งตัว แต่ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัยรีบปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่งไปรักษาตัวยังโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์แล้ว

คนขับชื่อ นายพิพัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ไม่ได้หลบหนีไปไหน พร้อมให้การว่า ได้ขับรถเครนของบริษัทออกไปทำงานตามที่ได้มอบหมายในพื้นที่ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ เมื่อเสร็จงาน จึงขับรถกลับ เพื่อเอารถมาเก็บไว้ที่บริษัท ถึงจุดเกิดเหตุปรากฏว่า ไม่สามารถควบคุมรถได้ เนื่องจากระบบลมของรถที่ควบคุมทั้งระบบเบรก และเกียร์ มาเสียกะทันหัน

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า จึงทำให้ตนต้องหักพวงมาลัยหลบรถเก๋งคันหน้า แล้วเสียหลักพุ่งข้ามเลนไปชนร้านก๋วยเตี๋ยวก่อนรถจะหมุนสะบัดไปกวาดเอาร้านของชำ อู่ซ่อมรถ และร้านข้าวขาหมู จนพังไปทั้งแถบ ซึ่งตนขอยืนยันว่า เป็นอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดจริง ๆ เพราะตอนที่ขับรถออกจากงานมา ก็ยังขับได้ดีอยู่ และตนไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มมึนเมามาแต่อย่างใด

ด้าน นายสายัณห์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 66 ปี เจ้าของร้านข้าวขาหมูที่ถูกชนจนร้านพัง กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุ เป็นช่วงที่ร้านปิดแล้ว และตนก็มัวเก็บข้าวของอยู่หลังบ้าน แต่จู่ ๆ ก็ต้องสะดุ้งตกใจแทบหงายหลัง เมื่อได้ยินเสียงโคร่มอย่างดังมาจากทางหน้าร้าน เมื่อหันไปเหลียวมอง ก็เห็นหน้ารถเครนค่อย ๆ กวาดหลังคาสังกะสีของร้านตน จนพังราบลงไปกับตา

“ตอนรถเครนมันชนกวาดร้านผม หลานสาวของผม ก็นั่งอยู่ที่หน้าร้านด้วย แต่เคราะห์ดีที่ลูกสาวผมเห็นทัน รีบเข้าไปอุ้มหลานสาว แล้วพากันกระโจนหนีได้ทันไปอย่างหวุดหวิด ส่วนร้านของผม คงจะเปิดขายไม่ได้ไปอีกสักระยะ เพราะความเสียหาย นอกจากร้านจะพังยับเยินไม่มีชิ้นดีแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ขายของต่าง ๆ ยังได้รับความเสียหายตามไปด้วย” นายสายัณห์ กล่าว

ส่วน นายไตรรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวที่ถูกชนเป็นร้านแรก กล่าวว่า ตอนนั้นกำลังช่วยกันกับภรรยา เพื่อจัดแจงร้าน เตรียมเปิดขายก๋วยเตี๋ยวในช่วงเวลากลางคืน ก็ต้องตกใจตาแทบ เมื่อเห็นรถเครนหักรถหลบรถเก๋ง แล้วก็เสียหลักพุ่งเข้ามาชนร้านตนทันที ซึ่งตนตั้งตัว กระโดดหลบไปที่ข้างร้านได้ทัน

นายไตรรัตน์ กล่าวต่อ่า แต่ภรรยาหลบไม่ทัน เพราะหม้อก๋วยเตี๋ยวขวางทางหนีอยู่ แม้เจ้าตัวจะไม่ได้ถูกรถเครนชนจัง ๆ แต่ความแรงที่ถูกรถเครนพุ่งชนร้าน ได้ทำให้หม้อน้ำซุปโค่นจากแท่นวาง จนน้ำซุปกระเซ็นไปลวกภรรยาจนได้รับบาดเจ็บเกือบทั้งตัว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายพิพัตน์ไปสอบปากคำเพื่อประกอบสำนวนอย่างละเอียด ก่อนจะมีการแจ้งข้อหาต่อไปแล้ว ส่วนมูลค่าความเสียหายพบว่า หลังเกิดเหตุได้มีรถและทีมงานของบริษัทรถเครนเดินทางมาตรวจสอบ พร้อมกับกล่าวยืนยันกับฝ่ายผู้เสียหายหลายรายว่า รถเครนคันนี้มีประกัน และทางบริษัทจะรับผิดชอบชดใช้ความเสียหายให้ทั้งหมด

แต่ในส่วนของสาเหตุที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ของบริษัท ให้การว่า ระบบปั๊มลมของรถเครนน่าจะเสียกะทันหัน จึงทำให้รถไม่สามารถเบรกได้ จนเสียการควบคุมไปพุ่งชนร้านค้าจนเสียหายดังกล่าว ซึ่งจะมีการนำรถไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง