“ชูวิทย์”ลุยแฉ”เศรษฐา”นิติกรรมอำพราง ตั้งนอมินี “แม่บ้าน-รปภ.” ซื้อที่ดินทองหล่อ 1 พันล้าน

“ชูวิทย์ ” อดีตนักการเมืองชื่อดัง นำหลักฐานแฉ “เศรษฐา”แคนนิเดตนายกรัฐมนตรี อ้างใช้แม่บ้าน และพนักงานรักษาความปลอดภัย ถือหุ้นบริษัทนอมินี ฉ้อโกงผู้ถือหุ้น บ.แสนสิริ ซื้อขายที่ดินย่านทองหล่อ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง นำเอกสารการถือหุ้นของบริษัทแห่งหนึ่งที่มีชื่อกรรมการผู้ถือหุ้นเป็นแม่บ้าน อายุ 39 ปี และพนักงานรักษาความปลอดภัยอีก 2 คน เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทบริษัทแห่งหนึ่ง นำเงินไปปลดจำนองที่ดินย่านทองหล่อ กับธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำนวน 465 ล้านบาท และพบว่ามีการนำเงินจาก บริษัทอีกบริษัทหนึ่งที่มีชื่อนายเศรษฐา เป็นกรรมการบริษัท มาปลดจำนอง ซึ่งบริษัทดังกล่าวนายชูวิทย์ อ้างว่าเป็นบริษัทนอมินีของบริษัทแสนสิริ ที่มีการทำสัญญากู้เงินมา 1,000 ล้านบาท เพื่อนำมาซื้อที่ดินต่อจากบริษัทที่มีแม่บ้านถือหุ้นอยู่ จำนวน 565 ล้านบาท และพบว่าบริษัทแสนสิริ ได้ซื้อที่ดินต่อจากบริษัทนอมินี เป็นจำนวนเงิน 1,000 ล้านบาท ทำให้มีส่วนต่างจากเงินที่ซื้อขายจริง เป็นจำนวน 435 ล้านบาท นายชูวิทย์จึงตั้งข้อสงสัยว่าเงินจำนวนนี้หายไปไหน กรากระทำเช่นนี้ถือว่าเป็นการฉ้อโกงผู้ถือหุ้นหรือไม่

ส่วนกรณีที่นายเศรษฐา จะถูกโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป นายชูวิทย์ เผยว่าหากไม่ถอยหรือถอนตัว ก็เตรียมแฉหลักฐานใหม่อีกครั้ง ก่อนวันที่ 18 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในรัฐสภา โดยตั้งหัวข้อว่านายกดิจิตอล พร้อมเผยไม่กลัวถูกฟ้องหมิ่นประมาทเพราะตัวเองออกมาเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน

นอกจากนี้ ช่วงหนึ่งระหว่างแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้ฝาก เมนูฉี่มินต์ พร้อมฝากถึงนายสนธิ ลิ้มทองกุล ทำนอง นายสนธิ ฝากลูกกระจ๊อกมานั่งฟังเเถลง ทำให้ นายวัชรินทร์ ผู้สื่อข่าวพิเศษรายการสนธิทอล์ค ไม่พอใจ ตอบโต้ ก่อนที่ทั้งสองจะโต้เถียงกันนานราว 5 นาที จากนั้น นายชูวิทย์ จะไล่ ผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวออกจากห้องแถลงทันที

หลังจาก นายวัชรินทร์ ผู้สื่อข่าวพิเศษรายการสนธิทอล์ค ถูกนายชูวิทย์ ไล่ออกจากห้องแถลงข่าว นายวัชรินทร์ ให้ข้อมูล ส่วนตัวไม่พอใจที่ นายชูวิทย์ ใช้คำพูดดูถูกว่า ตัวเอง คือ ลูกกระจ๊อก ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล เนื่องจากส่วนตัวมีอาชีพผู้สื่อข่าว มาปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ได้รับ อีกทั้งตัวเองก็มีคุณค่าความเป็นมนุษย์ ไม่สมควรถูกหลู่เกียรติ ผนวกกับ ประกอบอาชีพ ผู้สื่อข่าวมานานกว่า 20 ปี ส่วนที่ นายชูวิทย์ มีปัญหากับ นายสนธิ หรือ ไม่พอใจข้อมูลในรายการสนธิทอล์ค นั้น ยอมรับ ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่เป็นเรื่องของรูปแบบรายการ หาก นายชูวิทย์ ไม่พอใจในเนื้อหา หรือรูปแบบรายการ ก็ให้ฟ้องดำเนินคดีได้ ยืนยัน ประกอบอาชีพผู้สื่อข่าวจริง หลังนายชูวิทย์ กล่าวอ้างว่า ตัวเองไม่ใช่ ผู้สื่อข่าว

นายวัชรินทร์ ยังบอกว่า ในอนาคต หาก นายชูวิทย์ จัดแถลงข่าว ส่วนตัวก็คงไม่เดินทางมา เนื่องจาก นายชูวิทย์ ได้ไล่ตัวเองออกจากห้องแถลงข่าว และคงไม่อนุญาตให้เข้าห้องแถลงข่าวอีก ส่วนจะ เข้าร้องเรื่องที่เกิดขึ้น กับสมาคมผู้สื่อข่าว และช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย หรือไม่ ตัวเองคงไม่เข้าร้องเรียน แต่อยากให้สังคมพิจารณาการกระทำที่เกิดขึ้น.

Related posts