ปมชู้สาวจุดชนวนโหด!เมียรับสารภาพจ่อยิงอก”พล.ต.ท.ปัญญา ปิ่นสุข”ดับนายพลคนดัง

ตำรวจสอบเครียดภรรยาก่อนเปิดปากรับสารภาพเป็นคนลั่นไกดับ””พล.ต.ท.ปัญญา ปิ่นสุข”แต่ผู้ต้องหายังไม่เผยมูลเหตุสังหารโหด คาดจากปัญหาในครอบครัว

ร.ต.ท.วิชญะ แก้วเชื่อม รอง สว. (สอบสวน) สน.ธรรมศาลา ได้รับแจ้งเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 19 ก.พ. 2566 เกิดเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านปิ่นภมรเลขที่ 276/2 ซอยบรมราชชนนี 70 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. รายงานผู้บังคับบัญชาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.จักรภพ สุคนธราช ผบก.น.7 พ.ต.อ.กิตติเดช จันทร์เพชร ผกก.สน.ธรรมศาลา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.7 ฝ่ายสืบสวน สน.ธรรมศาลา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นรั้วรอบขอบชิดเนื้อที่ประมาณ 100 ตร.ว. ติดริมคลองควาย หน้าบ้านติดป้ายบ้านปิ่นภมร ภายในรั้วหน้าบ้านพบศพ พล.ต.ท.ปัญญา ปิ่นสุข ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร.อายุ 59 ปี นอนหงายจมกองเลือดในชุดกางเกงขายาวสีน้ำเงินเพียงตัวเดียว มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนที่หน้าอกด้านขวา 1 นัด และใต้รักแร้ซ้ายอีก 1 นัด รวม 2 นัด ใกล้กันพบ พ.ต.ต.หญิง พรประภา ปิ่นสุข อายุ 67 ปีภรรยานั่งร่ำไห้ปิ่มจะขาดใจ แจ้งเจ้าหน้าที่ว่า สามียิงตัวเอง เจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจสอบบนห้องนั่งเล่นชั้น 2 ใกล้บันได พบรอยเลือดกระจายอยู่ทั่วบริเวณบนตู้ไม้เก็บของสูงประมาณ 1 เมตร พบปืนลูกโม่สมิธ แอนด์ เวสสัน ขนาด.38 วางอยู่ 1 กระบอก บนพื้นใกล้กันพบปืนซิกซาวเออร์ 9 มม. ปืนยังอยู่ ในซองตกอยู่อีก 1 กระบอก เก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนนายสินชัย ศรีคำชุม อายุ 58 ปี ให้การว่า ตนเป็นช่างที่สนิทกับเจ้าของบ้านทั้ง 2 คน เข้ามาทำงานเหล็กที่บ้านนี้บ่อยครั้ง ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.ต.หญิง พรประภาโทรศัพท์มาหาบอกว่า ให้ช่วยมาพาผู้การไปโรงพยาบาลหน่อย แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร ตนรีบขี่รถ จยย.ไปที่บ้านเกิดเหตุที่อยู่ห่างกันไม่เกิน 1 กม. เมื่อขึ้นไปถึงห้องนอนชั้น 2 พบร่าง พล.ต.ท.ปัญญานอนหมดสติจมกองเลือด ตนจึงไปตามลูกน้องที่เคยร่วมงานกันอีก 3 คนที่พักอยู่บ้านหลังถัดไปห่างประมาณ 30 เมตร ให้ขึ้นไปช่วยแบกร่าง พล.ต.ท.ปัญญาส่งโรงพยาบาล เมื่อแบกร่างลงมาถึงรถแต่เอาเข้าไม่ได้เพราะรถคันเล็กเกินไป จึงวางร่างไว้กับพื้นแล้วโทร.แจ้งหน่วยกู้ชีพจากโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ให้มาช่วย แต่ไม่เป็นผล พล.ต.ท.ปัญญาเสียชีวิตก่อนรถกู้ชีพจะมาถึง

นางสำรอง ชนิดกุล อายุ 70 ปี แม่ค้าขายอาหารตามสั่งฝั่งตรงข้ามบ้านที่เกิดเหตุให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด แล้วได้ยินเสียง พ.ต.ต.หญิง พรประภา ร้องว่า “พี่ไม่น่าทำแบบนี้เลย” จากนั้นมีช่างที่สนิทกับบ้านนี้เข้าไปช่วยกันแบกร่างผู้ตายลงมาด้านล่าง ตนเห็นครอบครัวนี้มานาน ทั้งคู่มีลูกสาว 1 คนเรียนจบจากต่างประเทศ และไปทำงานอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ทั้งคู่เป็นคนใจบุญใส่บาตรพระเกือบทุกวัน ใครมาขอข้าว ขอเงินก็ให้ตลอด แถมยังสร้างศาลาริมน้ำไว้นอกบ้านให้คนมานั่งพักอีกด้วย

ด้าน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.เผยหลังจากเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุว่า เบื้องต้นพบบาดแผลถูกยิงเข้าร่าง 2 นัด ไม่ใช่กระสุนที่ยิงเข้าไป แล้วทะลุอีกด้าน ผู้ตายไม่น่าจะใช้ปืนยิงตัวเองเพราะไม่พบมูลเหตุจูงใจ ทั้งเรื่องหน้าที่การงานและผู้บังคับ บัญชา เกิดจากความเครียดของคนในครอบครัว ตอนนี้ ให้ฝ่ายสืบสวน สน.ธรรมศาลา นำภรรยาที่อยู่ด้วยกันภายในบ้านก่อนเกิดเหตุไปสอบปากคำ แต่ยังไม่สามารถ ให้ปากคำได้เพราะยังอยู่ในอาการช็อก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากการกระทำของผู้อื่นแน่นอน สั่งการ ให้ฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเก็บกล้องวงจรปิดภายในบ้านมาตรวจสอบและสอบพยานข้างบ้านที่ได้ยินเสียงปืน หลังจากภรรยาผู้ตาย หายจากอาการช็อกแล้วจะสอบปากคำอย่างละเอียด พร้อมตรวจเขม่าดินปืนที่มือเพื่อเก็บพยานหลักฐาน ตนเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับผู้ตาย เป็นคนอุปนิสัยน่ารัก จึงรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“ขณะนี้อยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ สั่งการให้พนักงานสอบสวน สน.ธรรมศาลา เร่งตรวจสอบพยานหลักฐานบริเวณดังกล่าว เบื้องต้นเป็นบุคคลใกล้ชิดใช้ปืนก่อเหตุยิงผู้เสียชีวิตจริง แต่ยังอยู่ระหว่างขยายผลว่า สาเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจากอะไร อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ปัญญา ปิ่นสุข ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร.ผู้เสียชีวิต เป็นคนทำงานดีและมีอัธยาศัยค่อนข้างดี จะเกษียณอายุราชการเพียงอีกปีเดียว จึงไม่ทราบว่าสาเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจากอะไร ทั้งนี้ เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ธรรมศาลา ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป” ผบช.น.กล่าว

หลังพนักงานสอบสวนสน.ธรรมศาลา ควบคุมตัว พ.ต.ต.หญิง พรประภา ปิ่นสุข อายุ 67 ปี ภรรยา พล.ต.ท.ปัญญา ปิ่นสุข ไปสอบปากคำที่โรงพัก ปรากฏว่าเจ้าตัวยอมรับเป็นผู้ใช้ปืนยิงสามีตนเองจริง แต่ไม่ยอมเปิดเผยสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากยังไม่พร้อมจะให้การกับตำรวจ แต่เบื้องต้นน่าจะเป็นเรื่องชู้สาว ที่ผู้ก่อเหตุเป็นคนหวาดระแวง ชอบเอาเรื่องเก่ามาชวนทะเลาะ ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาแก่ผู้ต้องหาเอาไว้ก่อน จากนั้นจะประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้ามาเก็บคราบเขม่าตามร่างกายและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง