Breaking News
December 7th, 2022
1
“อลงกรณ์” เดินหน้าพัฒนาเกษตรอินทรีย์วิถีในเมืองมุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและอาหารปลอดภัย
2
จังหวัดชลบุรีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ 7 ธันวาคม
3
หนุ่มซดน้ำกระท่อม-พี้กัญชาคลั่ง!! ไล่แทงชาวบ้าน ดับ 1-พลเมืองดีเข้าช่วยถูกแทงสาหัส
4
Chef Cares จับมือ 2 เชฟดัง เปิดตัวเมนูใหม่ ‘ข้าวเต้าหู้หมูสับผัดซอสรสหมาล่า-แกงเขียวหวานอกไก่และแองเจิลแฮร์พาสต้า’ พร้อมเสิร์ฟแล้วที่ 7-Eleven ทั่วไทย
5
สวนสัตว์ขอนแก่นเปิดพื้นที่ริมสันเขื่อนเป็นจุดกางเต็นท์สุดชิค ท้าลมหนาว ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก

ชีวิตไม่ได้โรยดอกกุหลาบ “ธวัชชัย ศรีทอง” พลิกชีวิตจากเด็กเกาะสีชังสู่ผู้ว่าฯบ้านเกิด ชลบุรี

นายธวัชชัย ศรีทอง หรือ แจ้ เกิดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2508 ปัจจุบันอายุ 57 ปี เป็นชาวเกาะสีชัง อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี สมรสกับนางสาวประภัสรา ศรีทอง มีบุตรด้วยกัน 3 คน นายธวัชชัย เติบโตมาจากเด็กเกาะสู้ชีวิต ในวัยเด็กเรียนหนังสือบนเกาะสีชัง จนจบระดับประถมศึกษา (ป.1- ป.6) โรงเรียนเกาะสีซัง และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 – ม.3) โรงเรียนเกาะสีชัง จากนั้นต้องนั่งเรือจากเกาะสีชังมาเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 – ม.6) โรงเรียนชลราษฎรอำรุง สายวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเข้ากรุงเทพฯมาเรียนต่อจนได้รับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ การโรงแรมและการท่องเที่ยว โรงเรียนสยามธุรกิจบัณฑิต โดยเรียนควบคู่จนจบ ปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) ศศ.บ. มหาวิทยาลัยรามคำแหงและต่อจนรับปริญญาโท คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

ด้วยมาดความเป็นผู้นำที่สมาร์ท ดูดี ทำให้หลายคนอยากรู้จักประวัติความเป็นมาของนายธวัชชัย ศรีทอง หรือแจ้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ชีวิตในวัยเด็กเติมโตมาบนเกาะสีชัง จากพี่น้องทั้งหมด 14 คน และยังมีน้องสาวบุญธรรมอีกหนึ่งคน คุณพ่อเป็นเจ้าหน้าที่การทางรถไฟแห่งประเทศไทย ทำงานโรงโม่ระเบิดหิน ที่จะนำหินไปทำรางรถไฟ โดยพี่น้องทุกคนพักที่บ้านพักราชการในโรงโม่หิน ธวัชชัย ศรีทอง ต้องช่วยงานทางบ้านอะไรที่พอช่วยได้จะรีบช่วยโดยทันที เพราะรู้ว่าพ่อ แม่ มีลูกมาก ทุกคนต้องช่วยกันทำงาน เรียนจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนเกาะสีชัง ระหว่างเรียน ต้องเดินเท้า เลาะป่า เลาะหน้าผา ทางเดินแคบๆเลียบทะเล จากโรงโม่หินมาเรียนหนังสือ ไปกลับกว่า 4 กิโลเมตร ตอนเย็นๆเดินทางจะกลับบ้านต้องให้พ่อมารับเพราะไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างนำทาง เวลาอ่านหนังสือเรียนต้องจุดตะเกียงอ่านหนังสือเพราะบ้านพักไม่มีไฟฟ้า น้ำจืดก็มีแต่บ่อน้ำในโรงโม่หินเอาไว้อาบน้ำ เตารีดยังคงใช้เตารีดที่ใส่ถ่านหุงข้าวให้เกิดความร้อน อยากดูทีวีก็ต้องเดินเท้าจากบ้านพักไปที่ตลาดกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อไปขอนั่งดูทีวีที่ร้านค้า
มีความฝันว่าอยากไปเรียนต่อมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนประจำจังหวัดชลบุรี คือโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ในอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ซึ่งขณะนั้นยังเป็นโรงเรียนชายล้วน ก็สอบติดจนได้เรียน จากชีวิตเด็กบนเกาะเดินทางเข้าเมืองมาหาความรู้ ต้องนั่งเรือโดยสารจากเกาะสีชัง มาเรียนหนังสือ วันไหนคลื่นลมแรงชุดนักเรียนต้องเปียกชุ่มไปด้วยน้ำทะเล อาทิตย์แรกๆ ต้องตื่นแต่เช้านั่งเรือโดยสารจากเกาะสีชัง มาโรงเรียนไปกลับทุกวัน โดยเฉพาะเปิดเรียนวันแรกวันจันทร์ มาถึงโรงเรียนสายตลอดจนถูกคุณครูลงโทษ แต่เมื่อคุณครูรับรู้เรื่องราวที่ผ่านมาของการเดินทางมาเรียนหนังสือ ก็ทำบัตรมาสายให้ถึง 9โมงเช้า เนื่องจากการเดินทางเป็นอุปสรรคในการเรียน จึงมาอาศัยอยู่กับพระที่วัดธรรมนิมิต ในอำเภอเมืองชลบุรี โดยจะกลับบ้านที่เกาะสีชัง เฉพาะ วันเสาร์ อาทิตย์ อาศัยวัดได้ 1ปี พระที่อาศัยอยู่ด้วยก็โดนรถชนเสียชีวิตขณะออกบิณฑบาตในตอนเช้า จึงต้องมาอาศัยอยู่กับเพื่อนของพ่อ ที่สถานีตรวจอากาศ ชลบุรี จนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย
เรียนจบก็เลยมาสมัครสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย โดยเลือกคณะวิศวกรรมศาสตร์ แต่สอบไม่ติด จึงเบนเข็มมาเรียน ประกาศนียบัตรวิชาชีพ การโรงแรมและการท่องเที่ยว โรงเรียนสยามธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรเร่งรัด 1 ปี) โดยเรียนและทำงานเสิร์ฟตามโรงแรมดังต่างๆ ไปด้วย อาทิ โรงแรมเอราวัณ โรงแรมเอเชีย โรงแรมปาร์ค นายเลิศ โดยได้ค่าแรงวันละ 120-150 บาท หลังจากทำงานโรงแรมเสร็จ 4ทุ่มถึงตี2 ก็มารับจ้างขายผลไม้ ที่ประตูน้ำ โดยลงทะเบียนเรียน รัฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ควบคู่กันไปด้วย ใช้เวลาเรียน 3ปี ก็สำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาตรี และสอบบรรจุเข้ารับราชการครั้งแรกโดยเป็นปลัดอำเภอ อ. เมือง จ. แพร่ นี่คือเส้นทางชีวิตของ นายธวัชชัย ศรีทอง ต่อสู้มากับความยากลำบากจนมาถึงผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี
ก่อนจะมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง หรือ แจ้ ได้ผ่านงานราชการมาแล้วในหลายจังหวัด โดยเริ่มชีวิตราชการพ.ศ. 2532 – 2537 เป็นปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง 3) อ. เมือง จ. แพร่ จากนั้นพ.ศ. 2537 – 2541ไปเป็นเจ้าพนักงานฝึกอบรม วิทยาลัยการปกครอง อ. ธัญบุรี จ. ปทุมธานี (ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ อธิการวิทยาลัยการปกครอง นายศักดิ์ เกียรติก้อง) และเดินทางเป็นเจ้าพนักงานปกครอง 7 อ. เรณูนคร จ. นครพนม พ.ศ. 2541 – 2543
– พ.ศ. 2543 – 2546 หัวหน้าผ่ายทะเบียนและบัตร อ.เมืองนครนายก จ. นครนายก
– พ.ศ. 2546 – 2547เจ้าพนักงานปกครอง 7 ที่ทำการปกครองจังหวัดอุทัยธานี
– พ.ศ. 2547 – 2549 หัวหน้าฝ่ายช่วยอำนวยการ กองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
– พ.ศ. 2550 – 2553 หัวหน้ากลุ่มบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานจังหวัดปราจีนบุรี
– พ.ศ. 2553 – 2554 หัวหน้ากลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานจังหวัดระยอง
– พ.ศ. 2554 – 2558 หัวหน้ากลุ่มบริหารทรัพยากรบุคคล หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์ และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด หัวหน้ากลุ่มงานอำนวยการ สำนักงานจังหวัดชลบุรี รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัดชลบุรี
– พ.ศ. 2558 – 2561 หัวหน้าสำนักงานจังหวัดปทุมธานี
– พ.ศ. 2561 -2562 รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ
– พ.ศ. 2562- 2563 รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี
– พ.ศ. 2563 – 2564 รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี
– พ.ศ. 2564 – ปัจจุบัน ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบเขตตรวจราชการที่ 8 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 (จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเหรา ระยอง) และเขตตรวจราชการที่ 9 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 (จังหวัดจันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว)
โดยเมื่อวันที่ 23 ส.ค 2565 ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรีให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี
และวันที่ 26 ก.ย.2565 ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงมหาดไทยพ้นจากตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
– เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎไทย (ม.ว.ม.)
– เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นประถมาภรณ์ข้างเผือก (ปช.)

 

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409