ลิงศาลพระกาฬอด นักท่องเที่ยวหวั่นฝีดาษระบาด ด้าน 5 องค์กรแพทย์ชี้ วัคซีนไม่จำเป็น
5 องค์กรวิชาชีพทางการแพทย์ ได้แก่ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยและสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ออกประกาศคำชี้แจงเรื่องโรคฝีดาษวานร ระบุว่า โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในสัตว์ฟันแทะที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา แล้วแพร่ไปสู่สัตว์ชนิดอื่น มีรายงานครั้งแรกคือการติดเชื้อในลิงที่เลี้ยงไว้เป็นสัตว์ทดลอง จึงเรียกว่า ผีดาษวานร หรือฝีดาษลิง สัตว์ตระกูลลิงไม่ใช่แหล่งรังโรค ยังไม่มีรายงานการพบเชื้อนี้ในสัตว์ประเภทฟันแทะในประเทศไทย
ในประกาศระบุอีกว่า การระบาดที่เกิดขึ้นขณะนี้ยังไม่ทราบต้นตอแน่ชัด คาดว่าน่าจะมีความเชื่อมโยงกับสัตว์ป่าทางใดทางหนึ่ง ยังต้องรอการสอบสวนโรค การแพร่เชื้อจากผู้ป่วยอาจจะเริ่มตั้งแต่มีอาการไข้ และจะแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้มากที่สุดในช่วงที่มีตุ่มน้ำตามตัว ต่างจากโควิด-19 ที่แพร่ได้แม้ผู้ติดเชื้อยังไม่มีอาการ จึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสโรคได้ง่ายกว่า การระบาดในประเทศต่างยังไม่กว้างขวางมากจนถึงจุดที่จะต้องห้ามการเดินทางเข้ามาของคนจากประเทศนั้นๆ หากพบนักเดินทางจากประเทศที่มีรายงานการพบโรค มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ แนะนำให้ไปรับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่มีผื่นและตุ่มน้ำใสตามแขนขาและใบหน้าหลังจากมีไข้แล้ว 2-3 วัน ถ้าติดเชื้อส่วนใหญ่จะหายได้เอง
ประกาศคำชี้แจงยังระบุด้วยว่า องค์การอนามัยโลกระบุว่า โรคนี้มีอัตราตายประมาณ 3.6% การสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย การล้างมือหลังการสัมผัสผู้ป่วย เป็นวิธีการที่ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อได้ดี หลีกเลี่ยงการนำสัตว์ป่ามาเลี้ยงหรือบริโภค วัคซีนป้องกันไข้ทรพิษจะป้องกันโรคฝีดาษวานรได้ด้วย แต่เนื่องจากไทยหยุดฉีดวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษมาแล้วเกือบ 50 ปี ดังนั้นผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี น่าจะมีภูมิคุ้มกันโรคนี้จากการปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ ผู้ที่อายุน้อยกว่าจะไม่มีภูมิคุ้มกัน แต่มีโอกาสที่โรคนี้จะแพร่ระบาดมาถึงประเทศไทยได้น้อย จึงยังไม่มีความจำเป็นที่ประชาชนทั่วไปจะต้องเร่งรีบหาวัคซีนนี้
ขณะที่ นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า หากสัตว์จะติดจากสัตว์ด้วยกันยังมีวงจำกัดในทวีปแอฟริกา ความเสี่ยงของสัตว์ในไทยจึงน้อย แต่ความเสี่ยงจะอยู่ที่การลักลอบนำเข้า ช่วงนี้ที่ระบาดเพราะเมื่อต้นเดือน พ.ค.มีการติดเชื้อนอกประเทศ คือทางยุโรป แพร่ระบาดคนสู่คนจากกรณีที่มีคนร่วมงาน Pride Festival ที่ประเทศสเปน มีคนจำนวนมากร่วมงานใกล้ชิดกัน จึงพบการติดเชื้อเกิดขึ้นในหลายประเทศ จึงต้องกลับมาให้ความสนใจเฝ้าระวังติดตาม ตรวจจับแต่เนิ่นๆโดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเข้าร่วมงานดังกล่าวหากเข้ามาไทยจะได้ตรวจรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้ระบาดวงกว้าง การแพร่ระบาดของฝีดาษลิงยากกว่าโควิด เพราะต้องใกล้ชิดกันมากๆ สัมผัสสารคัดหลั่ง แผล ไม่ใช่เพียงไอจามเหมือนโควิด จะเน้นย้ำในกลุ่มที่เข้าพื้นที่เสี่ยง กิจกรรมเสี่ยง รวมถึงผู้ที่มีแผล ตุ่มหนองที่ลักษณะคล้ายโรคสุกใส ไข้ทรพิษ
ส่วนที่ศาลเจ้าพ่อพระกาฬและที่พระปรางค์สามยอด อ.เมืองลพบุรี ที่มีประชากรลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ผู้สื่อข่าวไปดูบรรยากาศหลังมีข่าวโรคฝีดาษลิง พบทั้ง 2 แห่งเงียบเหงาไร้นักท่องเที่ยว ทั้งที่ปกติจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ กรุ๊ปทัวร์ต่างๆ มาเดินเที่ยวเต็มลานพื้นที่และสักการะเจ้าพ่อพระกาฬ ให้อาหารลิง ถ่ายรูปกับฝูงลิงที่พากันวิ่งเล่นไปมาส่งเสียงเจี๊ยกเจี๊ยกดังเจี๊ยวจ๊าวไปทั่ว พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของอยู่ในศาลพระกาฬต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ตั้งแต่เช้ามีคนเดินทางมาที่ศาลพระกาฬไม่ถึง 30 ราย และไม่มีลูกค้าเดินมาซื้ออาหารให้ลิงสักราย บางคนมาแก้บนแล้วเดินทางกลับ สถานการณ์โควิด-19 เพิ่งจะผ่อนคลายนักท่องเที่ยวกลับมาคึกคักไม่นาน ก็มาซบเซาจากโรคฝีดาษลิงอีก พวกตนทำมาค้าขายที่นี่มาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บจากลิงสักครั้ง คิดว่าโรคนี้ไม่น่าจะเกิดจากลิง ลิงที่นี่เป็นลิงสะอาดไม่ใช่ลิงป่า คุ้นเคยกันจนแทบจะจำหน้าได้ จึงอยากฝากถึงหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยประชาสัมพันธ์ เร่งทำความเข้ากับประชาชนและนักท่องเที่ยว เพราะเกรงว่าต่อไปจะไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ ไม่เพียงแต่พวกตนจะขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว ลิงทุกตัวต้องอดตามไปด้วย
นางสุทิพย์ ตันติวงศ์ ร้านชโยวานิช ผู้ซึ่งคลุกคลีอยู่กับลิง เลี้ยงเอ็นดู รักใคร่ลิงทั้งครอบครัว กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงในหลายประเทศ ทำให้บรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของลพบุรีต้องหยุดชะงัก จังหวัดลพบุรีถือว่าเป็นชุมชนที่อยู่ใกล้ชิดกับฝูงลิงมากที่สุด ตนและครอบครัว รวมถึงชาวบ้าน ร้านค้า ไม่รู้สึกกังวลกับการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงแต่อย่างใด ลิงลพบุรีอยู่ในเมืองไม่ใช่ลิงป่า จึงไม่น่าจะเป็นพาหะนำโรค
อีกด้าน นายยุทธพล อังกินันท์ ที่ปรึกษา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หรือหมอล็อต นายสัตวแพทย์หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ลงพื้นที่แก้ไขปัญหากรณีลิงแสมบุกทำร้ายนักเรียน ม.3 โรงเรียนพรหมานุสรณ์ โดยมีสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทรายนำสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญงานด้านสัตว์ป่า มาแนะนำให้ความรู้การดูแลและการปฏิบัติตน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ป่าโดยเฉพาะลิงแสมที่มีชุกชุมในพื้นที่เพชรบุรี พร้อมทั้งได้นำลิงกังมาใช้ในการจำกัด ควบคุมพื้นที่ของลิงแสมให้อยู่ในบริเวณที่เหมาะสม หมอล็อตยังกล่าวถึงโรคฝีดาษลิงว่า ไทยยังไม่มีรายงานผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง แต่กรมมีแผนดำเนินการสำรวจเฝ้าระวังเชิงรุก ที่ผ่านมามีการสำรวจและเฝ้าระวังลิงในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากมีการสัมผัสสัตว์ให้รีบล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด ให้สังเกตอาการ หากพบมีความผิดปกติ เช่น มีไข้ มีตุ่มผื่นที่ใบหน้า แขน ขา ให้รีบพบแพทย์ทันที