วิกฤตน้ำมันแพง!เจ้าของเรือข้ามฟากเกาะเทโพ–มโนรมย์ อั้นไม่ไหวขยับค่าโดยสารรอบ 40 ปี

เรือข้ามฟากที่ทำหน้าที่เชื่อมวิถีชีวิตชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามานานกว่า 40 ปี กำลังเผชิญต้นทุนหนักจากราคาน้ำมันดีเซล ค่าอะไหล่และค่าแรงที่เพิ่มสูง จนต้องปรับค่าโดยสารเพื่อประคองกิจการให้อยู่รอด

นายโสภณ ยิ้มกรุง อายุ 75 ปี เจ้าของกิจการเรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างตำบลเกาะเทโพ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ไปยัง บ้านหาดมะตูม ตำบลศิลาดาน อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า จำเป็นต้องปรับอัตราค่าโดยสารไป-กลับ จากเดิม 20 บาท เป็น 30 บาท เนื่องจากต้นทุนการเดินเรือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นปัจจัยหลักของเครื่องยนต์ ปัจจุบันมีราคาสูงกว่า 40 บาทต่อลิตร

นายโสภณกล่าวว่า กิจการเรือข้ามฟากแห่งนี้ดำเนินมาแล้วกว่า 40 ปี ทำหน้าที่เปรียบเสมือนสะพานชีวิตเชื่อมชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับค่าแรงคนขับเรือที่เพิ่มตามค่าครองชีพ ส่งผลให้รายได้ลดลงจนแทบไม่คุ้มทุน

ปัจจุบัน เรือมีรายได้เฉลี่ยวันละประมาณ 800-900 บาท โดยยังไม่หักค่าใช้จ่าย บางวันรายได้แทบไม่เหลือหลังหักค่าน้ำมันและค่าแรง จึงอยู่ในช่วงประคับประคองกิจการอย่างหนัก เจ้าของเรือต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนซื้อน้ำมันสำรองครั้งละ 20-40 ลิตร ซึ่งใช้ได้ราว 4 วัน

แม้ภาระต้นทุนจะหนักขึ้น แต่ยังคงพยายามเดินเรือต่อไป เพราะชาวบ้านจำนวนมากยังจำเป็นต้องใช้บริการเรือข้ามฟาก เพื่อย่นระยะทางแทนการขับรถอ้อมไปใช้สะพาน ซึ่งต้องเดินทางเพิ่มอีกนับสิบกิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ต้นทุนยังสูงขึ้นและไม่สามารถแบกรับภาระได้ อาจต้องยุติกิจการเรือข้ามฟากที่ทำมานานกว่า 4 ทศวรรษ ท่ามกลางความกังวลว่า เรือข้ามฟากลำนี้ยังเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไม่อาจขาดไปได้แม้เพียงวันเดียว

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts