นนทบุรี -ทนายตั้มบ้าพลัง นำกองทัพสื่อมวลชนบุก G Live Studio ลุยตรวจแอร์บริจาค สตง.–โฟร์คลิฟท์ ปริศนา เตรียมยื่น DSI พรุ่งนี้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ทนายตั้มบ้าพลัง” พร้อมกองทัพสื่อมวลชน ลงพื้นที่บริเวณ G Live Studio ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 38 จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ไลฟ์สดจำหน่ายสินค้าของ “กัน จอมพลัง” เพื่อตรวจสอบเบาะแสทรัพย์สินบริจาค หลังได้รับข้อมูลว่ามีการนำของบริจาคมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ส่วนตัวเชิงพาณิชย์
การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งตรวจสอบ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ เครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศจำนวนหลายสิบเครื่อง ที่เคยได้รับบริจาคในเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม ว่าถูกนำมาติดตั้งใช้งานในสตูดิโอแห่งนี้หรือไม่ รวมถึงกรณีคลิปวิดีโอการเคลื่อนย้ายรถโฟร์คลิฟท์ออกจากพื้นที่ยามวิกาล หลังเริ่มมีกระแสข่าวการตรวจสอบ โดยเมื่อไปถึง ทนายตั้มได้พยายามขอพบ กัน จอมพลัง แต่พนักงานแจ้งว่าไม่อยู่และไม่สามารถให้ข้อมูลได้ จึงทำการแถลงข่าวบริเวณด้านหน้าสถานที่ดังกล่าว

ทนายตั้ม ให้สัมภาษณ์ว่า มีผู้ส่งเบาะแสและคลิปวิดีโอเข้ามาให้ตรวจสอบ จึงอยากตั้งคำถามถึง กัน จอมพลัง ว่า แอร์และเครื่องฟอกอากาศที่รับบริจาคมาจากเงินประชาชนในเหตุการณ์ตึก สตง. ถูกนำไปไว้ที่ไหน เหตุใดจึงมีแอร์ลักษณะเดียวกันปรากฏในสตูดิโอแห่งนี้ แม้พนักงานจะอ้างว่ามีเพียง 2-3 เครื่อง แต่ตนเชื่อว่ามีมากกว่านั้น พร้อมเสนอให้นักข่าวไปสอบถาม “หมวดนัด” ที่เคยร่วมงานทั้งสองแห่งเพื่อขยายผล
ส่วนกรณีรถโฟร์คลิฟท์ที่มีคลิปแอบถ่ายการเคลื่อนย้ายตอนดึกนั้น ทนายตั้มระบุว่า เป็นรถที่ซื้อมาเพื่อใช้ในภารกิจช่วยเหลือ แต่กลับมาจอดอยู่ในพื้นที่เชิงพาณิชย์ยามปกติ จึงต้องย้อนถามว่าเหมาะสมหรือไม่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีหากแอร์ดังกล่าวเป็นเพียงรุ่นเดียวกัน หรือซื้อมาเหมือนกัน ทนายตั้มชี้แจงว่า สิ่งสำคัญคือต้องตอบให้ได้ว่าแอร์บริจาคของจริงอยู่ที่ไหน ตามหลักการที่ถูกต้อง ควรส่งมอบให้หน่วยงานที่จำเป็น หรือเก็บไว้ที่มูลนิธิที่สมุทรปราการ ไม่ใช่เอามาใช้ในโกรังส่วนตัวเพื่อทำมาหากิน การนำของบริจาคมาเป็นสมบัติส่วนตัวถือว่าไม่ถูกต้องและไม่แฟร์กับประชาชนผู้บริจาค
ส่วนเหตุผลที่ไม่ประสานพูดคุยส่วนตัว ทนายตั้มยืนยันว่า ต้องทำทุกอย่างเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชนเพื่อความบริสุทธิ์ใจ ป้องกันข้อครหาเรื่องการแอบคุย มุบมิบ หรือเรียกรับผลประโยชน์ ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้เตรียมเดินทางไปยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและบัญชีทรัพย์สินบริจาคทั้งหมดต่อไป