กรมการท่องเที่ยวผนึกกำลังตำรวจท่องเที่ยว ทลายเครือข่ายทัวร์จีนใช้ “มัคคุเทศก์เถื่อน” ลักลอบนำเที่ยวภูเก็ต เตรียมปรับหนักบริษัททัวร์ต้นเหตุ 5 แสนบาท

สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจท่องเที่ยว 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 เปิดปฏิบัติการเชิงรุกกวาดล้างมัคคุเทศก์ต่างชาติผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต หลังได้รับเบาะแสพฤติการณ์น่าสงสัยของชาวต่างชาติสัญชาติจีนที่แฝงตัวทำหน้าที่ไกด์นำเที่ยวให้แก่คณะนักท่องเที่ยวร่วมชาติโดยไม่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง

โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เฝ้าสะกดรอยตามพฤติกรรมเป้าหมายอย่างใกล้ชิด เริ่มจากแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง “ปางช้าง เมาเท่น บิลเลี่ยน” ต่อเนื่องไปยัง “Foji Phuket” และติดตามจนไปสิ้นสุดที่ “แหลมพรหมเทพ” ในเวลา 17.00 น. ซึ่งระหว่างการติดตามพบว่าชาวจีนรายดังกล่าวได้ทำหน้าที่ดูแล อำนวยความสะดวก และบรรยายให้ความรู้แก่คณะนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวน 7 คน บนรถตู้นำเที่ยวอย่างชัดเจน เมื่อสบโอกาสที่เหมาะสม

เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมและตรวจสอบเอกสารหลักฐานสำคัญในที่เกิดเหตุ พบใบสั่งงานมัคคุเทศก์ภาษาไทยที่ออกโดยบริษัทนำเที่ยวแห่งหนึ่ง แต่กลับเว้นว่างในช่องระบุชื่อมัคคุเทศก์ไว้อย่างมีพิรุธ รวมถึงมีรายการนำเที่ยวภาษาจีนและรายชื่อนักท่องเที่ยวอยู่ในความครอบครอง ซึ่งถือเป็นหลักฐานมัดตัวแน่นหนาว่าบุคคลดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่เสมือนมัคคุเทศก์โดยไม่มีสิทธิ

จากการขยายผล เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวกรรมการผู้จัดการของบริษัทนำเที่ยวที่ปรากฏชื่อในใบสั่งงานมาให้ถ้อยคำด่วนที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต โดยผู้ประกอบการยอมรับต่อหน้าเจ้าพนักงานว่าทางบริษัทไม่ได้มีการจัดจ้างมัคคุเทศก์ไทยเดินทางไปกับคณะนักท่องเที่ยวชุดนี้แต่อย่างใด เป็นการปล่อยปละละเลยให้นักท่องเที่ยวเดินทางโดยปราศจากมัคคุเทศก์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับบทลงโทษทางคดีอาญา เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาหนักแก่ชายชาวจีนรายดังกล่าวรวม 2 กระทง ได้แก่ ความผิดฐานทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ตามมาตรา 49 ประกอบมาตรา 86 แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดฐานเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560

นอกจากนี้ ในส่วนของบริษัทนำเที่ยวที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว สำนักงานทะเบียนฯ ได้เตรียมดำเนินการเอาผิดตามมาตรา 33 แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ฯ ในข้อหาไม่จัดให้มีมัคคุเทศก์เดินทางไปกับนักท่องเที่ยว ซึ่งมีโทษปรับสูงสุดถึง 500,000 บาท โดยสำนักงานทะเบียนฯ จะดำเนินการตามกระบวนการปรับพินัยอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการเอาเปรียบและสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยต่อไป