สุราษฎร์ธานี-เจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนเร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ตำบลตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี หลังฝนตกหนักน้ำป่าถล่มได้รับความเสียหาย 38 ครัวเรือน ถนนถูกตัดขาด 25 สาย คอสะพานชำรุด 18 แห่ง ซึ่งสุราษฎร์ธานีกระทบรวม 3 อำเภอ
จากกรณีเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี อ.วิภาวดี, อ.ไชยา และอ.ท่าฉาง รวม 3 ตำบล 8 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 130 ครัวเรือน 523 ราย มีบ้านเรือนพังเสียหายทั้งหลัง 7 หลัง เสียหายบางส่วน 18 หลัง ถนนในหมู่บ้านชำรุดเสียหาย 25 สาย สะพาน/คอสะพานชำรุดเสียหาย 18 แห่ง
ที่อำเภอวิภาวดี ตำบลตะกุกเหนือ หมู่ที่ 7,8,11,13,15 มีบ้านเรือนพังเสียหายบางส่วน 9 หลัง ราษฎรได้รับผลกระทบจำนวน 52 ครัวเรือน 208 คน อำเภอไชยา ตำบลปากหมาก หมู่ที่ 7 มีบ้าน พังเสียหายทั้งหลัง 7 หลัง เสียหายบางส่วน 8 หลัง ราษฎรได้รับผลกระทบ จำนวน 45 ครัวเรือน 180 คนอำเภอท่าฉาง ตำบลปากฉลุย หมู่ที่ 4,5 มีบ้านเรือนพังเสียหายบางส่วนหนึ่งหลัง มีผู้สูญหาย จำนวน 1 ราย เนื่องจากถูกกระแสน้ำพัด ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ข้าม box culvert ราษฎรได้รับผลกระทบ 33 ครัวเรือน 135 คน
การให้ความช่วยเหลืออำเภอวิภาวดี อำเภอไชยา อำเภอท่าฉาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ มทบ.45 นพค.46 กองบิน7 ศปภ.เขต.11สฎ. แขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานีที่ 1 โครงการชลประทานสุราษฎร์ธานี ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี อบจ.สฎ. สนง.ปภ.สาขาท่าชนะ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปพร. อส. มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี มูลนิธิร่วมใจสยามปู่อินทร์ (บ้านยางโพรง) กู้ชีพกู้ภัย อบต.ปากหมาก ได้ร่วมกันช่วยยกของขึ้นที่สูง ค้นหาผู้สูญหายและได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้วความเสียหายอยู่ระหว่าง การสำรวจเพิ่มเติม
ทางศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ อุทกภัย วาตภัยและดินถล่ม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้สั่งการอำเภอและหน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองด้านล่าง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงจัดเตรียมศูนย์อพยพ เครื่องมือ อุปกรณ์ รถยกสูง หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินสามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันที
ประชาสัมพันธ์ให้ราษฎรในพื้นที่ ไม่ขับรถผ่านทางน้ำข้าม หรือลงไปในพื้นที่น้ำท่วมเพื่อป้องกันการสูญเสียจัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปพร.อาสาสมัคร มูลนิธิ เฝ้าระวังต้นไม้ เศษไม้ ขยะมากับน้ำติดที่ตอม่อสะพานให้กำจัดออก จากตอม่อสะพานทันทีเร่งสำรวจความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามระเบียบทางราชการโดยเร็ว
โดยเช้าวันนี้ 7 พ.ค.65 ชาวบ้านคลองวาย หมู่ที่ 7 ตำบลตะกุกเหนืออำเภอวิภาวดี เร่งเข้าเคลียร์พื้นที่ทำความสะอาด ภายในบ้านของตัวเอง ในสภาพที่มีโคลน มีซากขยะ และบ้านพังจากน้ำป่าถล่มเมื่อเที่ยงวานนี้ จนได้รับความเสียหายหนัก ทั้งทรัพย์สิน อุปกรณ์ไฟฟ้า รถยนต์รถจักรยานยนต์เสื้อผ้า บางคนถึงกับหลังน้ำตาเมื่อเห็นสภาพบ้านของตนเอง
นายธรณิศวร์ สะโรจน์ ส.จ.เขตอำเภอวิภาวดี กล่าวว่า เกิดฝนตกหนักสะสมติดต่อกันหลายวันในพื้นที่ทำให้น้ำสะสมทำให้เกิดน้ำป่าสูง 3-4 เมตรในบางจุด ซึ่งหนักในรอบหลายปี
ขณะที่ นายพันธ์ศักดิ์ บุญแทน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานีเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายโดยได้สั่งนำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าปรับพื้นที่และปรับปรุงเส้นทางสัญจรโดยการถมคอสะพานเพื่อให้สัญจรได้ชั่วคราวลดความเดือดร้อนของชาวบ้าน
ส่วน นายนพดล ขาวมะลิ นายอำเภอวิภาวดี กล่าวว่าในพื้นที่อำเภอวิภาวดีได้รับความเสียหายหนัก 38 ครัวเรือน ทั้งหลัง 1 หลัง ที่บ้านคลองใส บ้านคลองมุยและบ้านคลองวาย ตำบลตะกุกเหนือ เส้นทางสัญจรถูกตัดขาด 2 จุด ไฟฟ้าดับตอนนี้กำลังสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม และให้การช่วยเหลือเยียวยาตามระบบต่อไป.