หวัง เสี่ยวเหยา กางกระดาษต้นฉบับออกบนโต๊ะและตั้งใจปรับแก้บทบรรยายภายใต้แสงไฟ
หวัง เสี่ยวเหยา เป็นสมาชิกคณะวิทยากร “อูเหมิงหงตุ้น” (โล่แดงอูเหมิง) ของสำนักงานความมั่นคงสาธารณะเมืองเซวียนเวย มณฑลยูนนาน คณะวิทยากรดังกล่าวประกอบด้วยสมาชิกคณะกรรมการพรรคประจำสำนักงาน เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านการอบรมทางการเมือง ตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และอาจารย์จากโรงเรียนพรรค โดยจัดกิจกรรมบรรยายเกี่ยวกับทฤษฎีทางการเมือง เรื่องราวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานอย่างต่อเนื่อง
หวัง เสี่ยวเหยา เลือกเริ่มต้นบทบรรยายด้วยเรื่องราวของภูเขาหู่โถวซาน
เมืองเซวียนเวยเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์การปฏิวัติจีน โดยกองทัพแดงเคยเดินทัพผ่านพื้นที่แห่งนี้สองครั้งระหว่างการเดินทัพทางไกล (Long March) ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1935 (พ.ศ. 2478) กองทัพแดงที่ 9 ได้เข้าสู่เมืองเซวียนเวย ต่อมาในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1936 (พ.ศ. 2479) กองทัพแดงที่ 2 และที่ 6 เดินทัพผ่านเมืองเซวียนเวย และต่อสู้อย่างดุเดือดกับกองกำลังฝ่ายตรงข้ามที่มีจำนวนมากกว่าหลายเท่าบริเวณภูเขาหู่โถวซาน
ร่องรอยประวัติศาสตร์การปฏิวัติไม่ได้ปรากฏอยู่เพียงในเอกสารทางประวัติศาสตร์เท่านั้น
ระหว่างเตรียมบทบรรยาย บิดาของหวัง เสี่ยวเหยา ได้เล่าเรื่องราวอีกเหตุการณ์หนึ่งให้เธอฟังว่า หลังยุทธการภูเขาหู่โถวซาน กองทัพแดงที่ 2 และที่ 6 ได้เคลื่อนกำลังไปพักฟื้นและปรับกำลังที่ตำบลเถียนป้า เมืองเซวียนเวย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ ระหว่างนั้น เฮ่อ หลง เคยเข้าพักอาศัยในบ้านของญาติคนหนึ่งของเธอ โดยนอนบนโต๊ะบูชาแปดเซียนเก่าแก่ภายในบ้าน ปัจจุบันแม้เวลาจะผ่านไปถึง 90 ปี โต๊ะตัวดังกล่าวก็ยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์
“ในฐานะคนเซวียนเวยโดยกำเนิด เมื่อทราบว่ากองทัพแดงเคยทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ในบ้านเกิดของฉัน ก็รู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก” หวัง เสี่ยวเหยา กล่าวด้วยดวงตาที่เอ่อคลอ ก่อนเริ่มตั้งคำถามว่า จะนำจิตวิญญาณแห่งภูเขาหู่โถวซานมาสืบทอดในหน่วยงานตำรวจได้อย่างไร
ในบทบรรยายของเธอจึงปรากฏชื่อของ “ข่ง เต๋อเส้า”
ข่ง เต๋อเส้า เป็นเพื่อนสนิทของบิดาหวัง เสี่ยวเหยา มานานหลายปี และเป็นคุณลุงข่งที่เธอเคารพนับถือตั้งแต่วัยเด็ก นอกจากนี้ เขายังเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจคนแรกในระบบงานความมั่นคงสาธารณะเมืองเซวียนเวยที่ได้รับเครื่องราชเกียรติคุณความดีความชอบชั้นหนึ่งจากกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน
ข่ง เต๋อเส้า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโสประจำสถานีตำรวจตำบลเถียนป้า โดยปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ระดับรากฐานมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี หวัง เสี่ยวเหยา เขียนไว้ในบทบรรยายว่า “ข่ง เต๋อเส้า คือตัวอย่างของการสืบทอดจิตวิญญาณแห่งภูเขาหู่โถวซาน ด้วยความจงรักภักดีที่หยั่งรากลึกอยู่ในจิตใจ”

กิจกรรมบรรยายของคณะวิทยากร “อูเหมิงหงตุ้น” (โล่แดงอูเหมิง) สังกัดสำนักงานความมั่นคงสาธารณะเมืองเซวียนเวย (ภาพจากสำนักงานความมั่นคงสาธารณะเมืองเซวียนเวย)
จิตวิญญาณแห่งการปฏิวัติของภูเขาหู่โถวซานยังคงได้รับการสืบทอดในหน่วยงานตำรวจจนถึงปัจจุบัน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สำนักงานความมั่นคงสาธารณะเมืองเซวียนเวยได้นำทรัพยากรทางประวัติศาสตร์การปฏิวัติในท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นโครงการสร้างความเข้มแข็งของพรรคภายใต้ชื่อ “ผืนดินแห่งการปฏิวัติ ตำรวจเปล่งประกายทั่วอูเหมิง” พร้อมส่งเสริมให้สาขาพรรคระดับฐานรากจำนวน 50 แห่ง พัฒนาโครงการย่อยให้สอดคล้องกับหน้าที่และลักษณะงาน จนเกิดโครงการย่อย 46 โครงการ โดยมีการออกแบบตราสัญลักษณ์และนำเสนอจุดเด่นของงานสร้างความเข้มแข็งของพรรค เพื่อพัฒนารูปแบบการดำเนินงานที่มีโครงการหลักเป็นแกนนำและโครงการย่อยของแต่ละสาขาเป็นกลไกขับเคลื่อนอย่างตรงจุด
คณะวิทยากร “อูเหมิงหงตุ้น” ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นสำคัญของโครงการดังกล่าว โดยทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการเผยแพร่จิตวิญญาณแห่งการปฏิวัติผ่านกิจกรรมบรรยายและการเรียนรู้ร่วมกัน นับตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 2026 (พ.ศ. 2569) คณะวิทยากรได้จัดกิจกรรมบรรยายไปแล้ว 3 ครั้ง
จู เจินหลี่ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านการอบรมทางการเมืองประจำสถานีตำรวจเฟิงหัว เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
สถานีตำรวจเฟิงหัวตั้งอยู่ในเขตเมืองหลักของเมืองเซวียนเวย รับผิดชอบพื้นที่ครอบคลุมย่านเมืองเก่าและบริเวณรอยต่อระหว่างเมืองกับชานเมือง ภายในเขตรับผิดชอบมีสถานศึกษา 7 แห่ง ซึ่งมีนักเรียนจำนวนมาก รวมถึงถนนสายร้านอาหารปิ้งย่างที่คึกคักที่สุดในท้องถิ่น ทำให้พื้นที่มีประชากรหลากหลายกลุ่ม เกิดข้อพิพาทและความขัดแย้งบ่อยครั้ง ส่งผลให้มีภาระงานด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยค่อนข้างสูง
ภายใต้แนวทางของโครงการสร้างความเข้มแข็งของพรรคระดับหน่วยงานหลัก สถานีตำรวจเฟิงหัวได้กำหนดบทบาทของตนเองให้เป็นฐานที่มั่นแห่งการปฏิวัติ หน่วยตำรวจแนวหน้า ศูนย์บริการประชาชน และต้นแบบการปฏิบัติงาน พร้อมพัฒนาโครงการย่อยด้านการสร้างความเข้มแข็งของพรรคภายใต้ชื่อ “‘สีสันตำรวจ’ เติมเต็มเฟิงหัว ‘ทิวทัศน์แห่งเฟิงเฉียว’ สร้างความงดงาม”
จู เจินหลี่ อธิบายว่า “เราได้ดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างการทำงานภายใต้รูปแบบ ‘หนึ่งศูนย์ สองทีม’ โดยจัดตั้งกลุ่มพรรคเพิ่มเติมจากโครงสร้างองค์กรเดิม เพื่อขยายบทบาทขององค์กรพรรคให้เข้าถึงหน่วยงานระดับปฏิบัติการอย่างทั่วถึง” พร้อมระบุว่า สถานีตำรวจได้กำหนดบัญชีหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการสาขาพรรคและหัวหน้ากลุ่มพรรค ทั้งด้านงานพรรคและงานตำรวจอย่างชัดเจน รวมถึงเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สนับสนุนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเข้าร่วมการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติผ่านการประชุมกลุ่มพรรคแบบขยาย
เนื่องในวันสถาปนาพรรคคอมมิวนิสต์จีน วันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 (พ.ศ. 2569) เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สนับสนุนทั้งหมดของสถานีตำรวจเฟิงหัวได้เดินทางไปยังสุสานวีรชนภูเขาหู่โถวซาน เพื่อวางดอกไม้สดและเยี่ยมชมนิทรรศการประวัติศาสตร์การปฏิวัติ พร้อมร่วมกิจกรรมเรียนรู้และซึมซับจิตวิญญาณแห่งการปฏิวัติ ในวันเดียวกัน หวัง ลี่เหอ เลขาธิการสาขาพรรคและหัวหน้าสถานีตำรวจเฟิงหัว ได้บรรยายบทเรียนพรรคหัวข้อพิเศษเกี่ยวกับจิตวิญญาณแห่งภูเขาหู่โถวซานแก่เจ้าหน้าที่ทุกคน
จู เจินหลี่ กล่าวว่ากิจกรรมดังกล่าวสร้างความประทับใจให้เขาอย่างมาก โดยระบุว่า “ในฐานะตำรวจของประชาชน เราต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเอาใจใส่และความจริงใจ เพื่อให้ประชาชนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความเข้มแข็งของหน่วยงานตำรวจ”
การดำเนินงานสร้างความเข้มแข็งของพรรคอย่างเป็นรูปธรรมยังช่วยยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของตำรวจด้วย โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สถานีตำรวจเฟิงหัวสามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นทั้งด้านการสืบสวนคลี่คลายคดีและการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ผ่านการขับเคลื่อนโครงการสร้างความเข้มแข็งของพรรคที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของหน่วยงาน

“ห้องไกล่เกลี่ยพี่หู่” ภายในสถานีตำรวจเฟิงหัว (ภาพถ่ายโดย เฉิง ฮ่าว ผู้สื่อข่าว People’s Daily Online)
ในปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) สถานีตำรวจเฟิงหัวได้จัดตั้ง “ห้องไกล่เกลี่ยพี่หู่” อย่างเป็นทางการ แม้ชื่อห้องไกล่เกลี่ยจะตั้งตามชื่อของจู เหวยหู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโส แต่การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทไม่ได้เป็นหน้าที่ของเขาเพียงคนเดียว โดยมีทีมงานประจำจำนวน 10 คน พร้อมด้วยผู้พิพากษา อัยการ และเจ้าหน้าที่ชุมชนที่หมุนเวียนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามลักษณะของแต่ละคดี เพื่อร่วมกันแก้ไขข้อพิพาทอย่างรอบด้าน
นับตั้งแต่ก่อตั้ง “ห้องไกล่เกลี่ยพี่หู่” สามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทได้สำเร็จแล้วกว่า 300 กรณี และมีชื่อเสียงแพร่หลายมากขึ้น จนประชาชนจำนวนไม่น้อยจากนอกเขตรับผิดชอบระบุความประสงค์หลังแจ้งความว่า ต้องการเข้ารับการไกล่เกลี่ยที่ห้องแห่งนี้โดยเฉพาะ
นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีเฟิงหัวเดินทางไปสืบสวนติดตามคดีในหลายพื้นที่ อาทิ เขตฉีหลิน เมืองฉวี่จิ้ง และเมืองผานโจว มณฑลกุ้ยโจว โดยใช้เวลาเพียงหนึ่งวันเศษในการคลี่คลายคดีลักทรัพย์โทรศัพท์มือถือ พร้อมติดตามนำโทรศัพท์มือถือกลับคืนมาได้ 58 เครื่อง และแท็บเล็ตอีก 1 เครื่อง หลังจากนั้น ผู้แจ้งความได้นำธงเชิดชูเกียรติจำนวน 10 ผืนมามอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแสดงความขอบคุณ
จู เจินหลี่ มองว่า การสร้างความเข้มแข็งของพรรคในหน่วยงานตำรวจมีหลักการที่เรียบง่าย นั่นคือ การทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนในพื้นที่ และมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ในทุกเรื่องอย่างจริงจัง แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม
ในช่วงปลายปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) จู เหวยหู่ ได้เกษียณอายุราชการอย่างเป็นทางการ แต่ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ของสมาชิกพรรค ปัจจุบันเขามักกลับมาที่ “ห้องไกล่เกลี่ยพี่หู่” เพื่อร่วมดำเนินงานไกล่เกลี่ยข้อพิพาทอยู่เสมอ

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจคลี่คลายคดีได้สำเร็จ ผู้แจ้งความได้นำธงเชิดชูเกียรติจำนวน 10 ผืนมามอบให้แก่สถานีตำรวจเฟิงหัวในคราวเดียว (ภาพจากสำนักงานความมั่นคงสาธารณะเมืองเซวียนเวย)
พลังแห่งการเป็นแบบอย่างยังคงส่งต่ออย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อไม่นานมานี้ จู เจินหลี่ ได้รับโทรศัพท์จากอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโสที่เกษียณอายุราชการจากอีกเขตพื้นที่หนึ่ง ซึ่งแสดงความประสงค์ขอเข้ามาช่วยงานที่ “ห้องไกล่เกลี่ยพี่หู่” ด้วยความสมัครใจ
ขณะนี้ หวัง เสี่ยวเหยา ใกล้ถึงกำหนดคลอดบุตร แม้เธอจะยังไม่มีโอกาสขึ้นเวทีบรรยายของคณะวิทยากร “อูเหมิงหงตุ้น” แต่เธอก็จดจำเนื้อหาบทบรรยายได้ทั้งหมดแล้ว และตั้งตารอวันที่จะได้ขึ้นเวทีเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของภูเขาหู่โถวซานและเรื่องราวของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ผู้คนได้รับฟังมากยิ่งขึ้น
(ผู้สื่อข่าว People’s Daily Online หลิว อี๋, เฉิง ฮ่าว)
(บรรณาธิการผู้รับผิดชอบ: มู่ เซิ่งอวี้, จู หงเสีย)
ที่มา People’s Daily Online