ศาลสั่งจำคุก “สมรักษ์ คำสิงห์”1 ปี 12 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีพรากผู้เยาว์

เปิดผลอุทธรณ์คดี “สมรักษ์” กับหญิงวัย 17 ปี ยกข้อหาพยายามข่มขืน เหลือโทษพรากผู้เยาว์ คุก 1 ปี 12 เดือน พร้อมชดใช้เพิ่ม 8 หมื่นบาท จากที่วางเงินไว้แล้ว 1.2 แสนบาท

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญที่ นายสมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักชกมวยสากลเหรียญทองโอลิมปิก และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น ตกเป็นจำเลยในคดีที่เกี่ยวข้องกับหญิงวัย 17 ปี โดยในชั้นต้นศาลเคยมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 ให้จำคุกรวม 4 ปี 8 เดือน ก่อนลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 2 ปี 13 เดือน 10 วัน พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 170,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

ในวันนี้ นายสมรักษ์ พร้อมด้วยทีมทนายความและเพื่อนสนิท ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ด้วยความเรียบร้อยตามกระบวนการ โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปในเขตอำนาจศาล ก่อนเดินทางเข้าฟังคำพิพากษา นายสมรักษ์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ตนมีความมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง และไม่ได้รู้สึกกังวลใจแต่อย่างใด เนื่องจากเชื่อว่าไม่มีพฤติกรรมหรือเจตนาตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมระบุว่าในฐานะลูกผู้ชายและนักกีฬา ย่อม “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” หากไม่ได้กระทำผิดก็พร้อมสู้เพื่อความยุติธรรม ส่วนลูกๆ ไม่ได้เดินทางมาด้วยเนื่องจากติดภารกิจถ่ายงานและซีรีส์

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีคำพิพากษาแก้คำตัดสินของศาลชั้นต้น โดยมีคำสั่ง “ยกฟ้อง” ในข้อหาพยายามข่มขืน เนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ แต่พิพากษาลงโทษในความผิดฐาน “พรากผู้เยาว์” โดยสั่งจำคุกนายสมรักษ์ เป็นเวลา 1 ปี 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนเงิน 80,000 บาท หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นายสมรักษ์ ได้นำเงินมาวางศาลไว้แล้วจำนวน 120,000 บาท ถือเป็นอันสิ้นสุดคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์

ด้าน นายอธิวัฒน์ เนียมมีศรี ทนายความฝ่ายโจทก์ เปิดเผยภายหลังฟังคำพิพากษาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้จากศาลชั้นต้น โดยยกฟ้องในส่วนข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเรา เนื่องจากศาลยังมีเหตุสงสัย ขณะที่ความผิดฐานพรากผู้เยาว์ ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 12 เดือน พร้อมให้ชำระค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมอีก 80,000 บาทแก่ผู้เสียหายและครอบครัว

ทนายฝ่ายโจทก์ระบุว่า ฝ่ายผู้เสียหายมีความประสงค์จะ ยื่นฎีกาต่อในประเด็นที่ยังไม่เห็นพ้องกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยเฉพาะข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งยังติดใจและยังเชื่อในคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นว่าจำเลยมีความผิดในประเด็นดังกล่าว

ส่วนการดำเนินการในชั้นฎีกาจะมุ่งเฉพาะจำเลยที่ 1 ขณะที่จำเลยที่ 2 เมื่อศาลทั้งสองชั้นมีคำพิพากษายกฟ้องแล้ว ถือว่าจบในส่วนดังกล่าว โดยฝ่ายผู้เสียหายยังยืนยันว่าจะต่อสู้คดีในชั้นฎีกาต่อไป และเห็นว่าผู้เสียหายไม่ได้มีเจตนายินยอมต่อการกระทำของจำเลยในประเด็นที่ยังเป็นข้อโต้แย้งกันอยู่

ทั้งนี้ นายสมรักษ์ อยู่ระหว่างยื่นคำขอประกันตัว

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts