ฉะเชิงเทรา – ถนน 304 เส้นทางหลักเชื่อมฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี เริ่มได้รับผลกระทบจากมวลน้ำอ่างเก็บน้ำคลองสียัด หลังน้ำล้นสปิลเวย์ไหลบ่าเข้าพื้นที่หลายอำเภอ ล่าสุดน้ำเริ่มไหลข้ามถนนบางจุด ขณะที่พื้นที่สองข้างทางได้รับผลกระทบหนัก รถเล็กไม่สามารถผ่านบางช่วง เจ้าหน้าที่และประชาชนต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ฉะเชิงเทรา หลังมวลน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองสียัด ซึ่งล้นสปิลเวย์ต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ไหลบ่าลงสู่พื้นที่ อ.พนมสารคาม อ.แปลงยาว อ.บ้านโพธิ์ อ.บางคล้า และ อ.เมืองฉะเชิงเทรา ส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง
ล่าสุดกระแสน้ำเริ่มไหลลัดข้ามถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักเชื่อมภาคตะวันออกกับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยบริเวณ ต.สาวชะโงก อ.บางคล้า ซึ่งเป็นพื้นที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับพื้นที่โดยรอบ ก็เริ่มถูกน้ำเข้าท่วมตั้งแต่ช่วงประมาณ 18.00 น. วานนี้ ( 2 ต.ค. ) หลายจุดมีระดับน้ำใกล้ 1 เมตร และน้ำได้ขยายวงเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชนแล้ว
ขณะที่พื้นที่ ต.คลองจุกเฌอ อ.เมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าสู่วัดสมานรัตนาราม แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด ไม่สามารถใช้เส้นทางสายหลักได้ในบางช่วง โดยยังมีเส้นทางเลียบคันคลองส่งน้ำของกรมชลประทานเป็นเส้นทางหลีกเลี่ยงให้ประชาชนใช้เดินทางเข้าสู่พื้นที่ ต.สาวชะโงก และ ต.คลองจุกเฌอ อย่างไรก็ตาม เส้นทางดังกล่าวมีขนาดค่อนข้างแคบ ส่งผลให้การจราจรไม่สะดวกและมีความติดขัด

ส่วนถนน 304 บริเวณใต้สะพานรถไฟหน้าวัดทดราษฎร์เจริญมณีฤทธิ์ ต.บางไผ่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา พบมีน้ำท่วมผิวการจราจรหลายช่องทาง โดยเฉพาะช่องทางคู่ขนานฝั่งขาเข้าจาก อ.พนมสารคาม ซึ่งมีระดับน้ำสูง รถขนาดเล็กไม่สามารถผ่านได้ ขณะที่รถจักรยานยนต์บางคันเสี่ยงเครื่องยนต์ดับระหว่างขับผ่าน เนื่องจากระดับน้ำบางช่วงสูงกว่าครึ่งคันรถ
ในช่องทางหลักยังมีน้ำท่วมบริเวณช่องทางด้านซ้าย ทำให้รถสามารถใช้เส้นทางได้จำกัด ขณะที่ฝั่งขาออกมีน้ำไหลข้ามผ่านถนนคู่ขนานบริเวณใต้สะพานเช่นกัน นอกจากนี้ยังพบจุดน้ำท่วมต่อเนื่องจากพื้นที่ ต.บางไผ่ ไปจนถึงบริเวณหน้าวัดหัวสวน โดยหลังลงจากสะพานหน้าวัดหัวสวน มีน้ำท่วมผิวการจราจรประมาณ 10 เซนติเมตรในช่องทางหลักทั้ง 2 ช่องทาง และมีน้ำต่อเนื่องไปเกือบถึงสะพานหน้าวัดทด
ด้านถนน 304 ในพื้นที่ อ.บางคล้า จากหน้าวัดหัวสวนมุ่งหน้าไปยัง อ.พนมสารคาม พบมีน้ำเอ่อขึ้นบริเวณไหล่ทาง และบางจุดเริ่มมีน้ำไหลข้ามผิวการจราจร แม้ระดับน้ำยังไม่สูงมากนัก แต่การจราจรบริเวณสะพานข้ามแยกหนองปลาตะเพียนมีความหนาแน่น เนื่องจากเมื่อพ้นสะพานจะเข้าสู่พื้นที่น้ำท่วมทันที
ประกอบกับบริเวณดังกล่าวอยู่ระหว่างการก่อสร้างและขยายเส้นทาง ทำให้ต้องบีบช่องทางจราจรเหลือฝั่งละ 1 ช่องทาง ส่งผลให้รถต้องใช้เส้นทางสวนทางกันและเกิดการสะสมตัวของรถเป็นระยะ
ขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่สองข้างทางถนน 304 ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ต่างเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่การเกษตร บ่อเลี้ยงกุ้ง ปลา และพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อรักษาทรัพย์สินและผลผลิตให้ได้มากที่สุด ท่ามกลางสถานการณ์มวลน้ำที่ยังคงไหลเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ประชาชนที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางถนน 304 ในช่วงดังกล่าวควรเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำท่วมผิวการจราจรและจุดที่มีการก่อสร้าง เนื่องจากระดับน้ำและสภาพการจราจรอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์