สกัดสารเร่งเนื้อแดง พบในโคกว่า 967 ตัว อายัดของกลางกว่า 32 ล้านบาท เงินสะพัดกว่า 80 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.2 บก.ปคบ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ผนึกกำลังเข้าปฏิบัติการ
.
ปัญหาสารเร่งเนื้อแดงกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ เช่น ยาซัลบูตามอล เป็นภัยที่อาจส่งต่อจากอาหารสัตว์ไปสู่โค และตกค้างในเนื้อที่ประชาชนนำไปบริโภค ผู้ลักลอบใช้สารดังกล่าวมุ่งเร่งการสร้างกล้ามเนื้อและลดชั้นไขมันของโคขุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนทางการค้า บก.ปคบ. และกรมปศุสัตว์จึงเปิดปฏิบัติการเชิงรุก “ตัดวงจรสารเร่งเนื้อแดง” ตรวจสอบเชื่อมโยงตั้งแต่ร้านจำหน่ายเนื้อ ฟาร์มโค สถานที่ผลิตอาหารสัตว์ ไปจนถึงผู้จัดหาสารเคมีต้นทาง

ปฏิบัติการนี้ดำเนินต่อเนื่องตลอดห้วง 8 เดือน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงกันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รวม 16 จุด ใน 5 จังหวัด เก็บตัวอย่างทั้งจากเนื้อสัตว์ ปัสสาวะโค และอาหารสัตว์ต้องสงสัยเพื่อนำผลตรวจมาประกอบกัน และแกะรอย เส้นทางการกระจายสารเร่งเนื้อแดง
.
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. ร่วมกับกรมปศุสัตว์ เข้าตรวจสอบร้านขายเนื้อโคภายในตลาดใหญ่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ผลตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์ จึงยึดไว้เป็นของกลางและติดตามย้อนกลับไปยังฟาร์มต้นทาง
.
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ขยายผลเข้าตรวจสอบฟาร์มโคในพื้นที่ จ.สระบุรี พบโคเนื้อ 21 ตัว ผลสุ่มตรวจปัสสาวะพบสารเร่งเนื้อแดง จึงอายัดโคไว้

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นฟาร์มโคเนื้อในพื้นที่ตำบลงิ้วงาม จ.สระบุรี พบโคเนื้อ 257 ตัว ผลสุ่มตรวจปัสสาวะพบสารเร่งเนื้อแดง พร้อมพบอาหารสัตว์และพรีมิกซ์ต้องสงสัย จึงอายัดไว้เป็นของกลาง
.
วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นสถานที่ผลิตอาหารสัตว์ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เพื่อหยุดการกระจายอาหารสัตว์ที่อาจมีส่วนผสมของสารเร่งเนื้อแดง พบอาหารสัตว์ต้องสงสัย 220 กระสอบ จึงอายัดไว้ตรวจสอบ
.
วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานที่ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์รายใหญ่ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี  2 จุด พบอาหารสัตว์ วัตถุดิบ และเครื่องจักรผลิตอาหารสัตว์จำนวนมาก พร้อมโคเนื้อ 100 ตัว ผลตรวจปัสสาวะโคพบ สารเร่งเนื้อแดง จึงอายัดสิ่งที่เกี่ยวข้องไว้เป็นของกลาง
.
วันที่ 11 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ปูพรมตรวจค้นพร้อมกัน 7 จุด ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี และ จ.สุพรรณบุรี    พบทั้งสถานที่ผลิตอาหารสัตว์และฟาร์มโคเนื้อ โดยส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ พบโคเนื้อรวมหลายร้อยตัว ตลอดจนวัตถุดิบและเครื่องจักร ผลตรวจปัสสาวะจากโคที่สุ่มตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงทั้งหมด

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ร่วมกันเข้าตรวจสถานที่ผลิตอาหารสัตว์ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ตรวจพบอาหารสัตว์ไม่มีเลขทะเบียน จึงได้เก็บตัวอย่างอาหารสัตว์ตรวจพิสูจน์ ผลตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงในอาหารสัตว์ดังกล่าว
.
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นสถานที่ผลิตอาหารสัตว์และฟาร์มโคเนื้อในพื้นที่ จ.เพชรบุรี 2 จุด พบอาหารสัตว์ไม่มีเลขทะเบียน จึงอายัดไว้ตรวจสอบ
.
ผลจากการตรวจทั้ง 16 จุด ใน 5 จังหวัด ทำให้เจ้าหน้าที่พบความเชื่อมโยงของการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ในหลายพื้นที่ พยานหลักฐานจากเนื้อสัตว์ ปัสสาวะโค อาหารสัตว์ พรีมิกซ์ สถานที่ผลิต และเส้นทางการจำหน่าย ถูกนำมาวิเคราะห์ต่อเนื่องเพื่อค้นหาบุคคลสำคัญที่นำสารเร่งเนื้อแดงไปจำหน่ายให้ฟาร์มและสถานที่ผลิตอาหารสัตว์   เมื่อพยานหลักฐานเพียงพอ พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคบ. จึงขอศาลออกหมายจับ บุคคลดังกล่าว

วันที่ 4 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคบ. เข้าจับกุม นายเอก (นามสมมุติ) บุคคลดังกล่าว ที่บ้านพักตามหมายจับของศาล พร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบเงินเข้า–ออกบัญชีรวม 80,289,292 บาท โดยอยู่ในระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดและขยายผล ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคบ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ตลอดปฏิบัติการ
.
เจ้าหน้าที่พบโคเนื้อในฟาร์มที่เกี่ยวข้องรวม 967 ตัว พร้อมอาหารสัตว์ วัตถุดิบ และอุปกรณ์การผลิต คิดเป็นมูลค่ารวม 32,366,240 บาท การสกัดกั้นครั้งนี้ช่วยหยุดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ก่อนโคและเนื้อที่เกี่ยวข้องจะเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของประชาชน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงสืบสวนขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง เส้นทางการจำหน่าย และเครือข่ายที่อาจเชื่อมโยงเพื่อดำเนินการให้ถึงที่สุด
.
จากการตรวจสอบในแต่ละจุด เจ้าหน้าที่พบลักษณะการกระทำความผิดแตกต่างกันไปตามพฤติการณ์ของผู้เกี่ยวข้อง โดยมีฐานความผิดที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ สำหรับผู้ต้องหาที่จับกุมตามหมายจับในครั้งนี้ พนักงานสอบสวนดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับการขายยาแผนปัจจุบันซึ่งเป็นยาอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามรายละเอียดข้อ 4 และ 5
.
1. ผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 15 วรรคหนึ่งประกอบ มาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
.
2. ผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ตามมาตรา 56(4) ประกอบมาตรา 86 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

3. ขายอาหารสัตว์ที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่มิได้ขึ้นทะเบียนไว้ ตามมาตรา 56 (4) และมาตรา 86 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
.
4. ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ผสมในอาหารสัตว์ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด อันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 6 (4) มีบทกำหนดโทษตามมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2558 และประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ พ.ศ. 2558 ข้อ 4 ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ พ.ศ. 2559 ข้อที่ 3 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
.
5. ขายยาแผนปัจจุบันซึ่งเป็นประเภทยาอันตราย (ยาซัลบูตามอลซึ่งเป็นยาจำพวกแอดรีเนอร์จิค) โดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 4, มาตรา 12, มาตรา 101 พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 และประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง ยาอันตราย ฉบับที่ 24 ลงวันที่ 16 กันยายน 2554 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

อย่างไรก็ตาม สารเร่งเนื้อแดงกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ เช่น ยาซัลบูตามอล เป็นยาอันตรายและเป็นวัตถุที่ห้ามใช้ผสมในอาหารสัตว์อย่างเด็ดขาด เพราะอาจตกค้างในเนื้อสัตว์และกระทบผู้บริโภคโดยตรง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หญิงตั้งครรภ์ และเด็ก ผู้ที่บริโภคเนื้อสัตว์ซึ่งมีสารตกค้างอาจมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ มือสั่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือเวียนศีรษะ และหากมีอาการรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts