ปคบ.ทลายเครือข่าย “พอตเคหัวเสือ” ย่านรามคำแหง ค้นห้องสาววัย 21 ผงะพบเคตามีนซุกตู้เสื้อผ้าอีกกว่า 50 ซอง เตรียมส่งขายสายปาร์ตี้

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข ผกก.1 บก.ปคบ. และ พ.ต.ท.กฤษณ์ พิพัฒน์พูนสิริ สว.กก.1 บก.ปคบ. นำกำลังชุดจับกุมซ้อนแผนทลายเครือข่ายลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดรูปแบบใหม่ บริเวณอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ภายในซอยรามคำแหง 60/2 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า บัญชีแอปพลิเคชันไลน์ชื่อ “aum” มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และ “พอตเคหัวเสือ” ซึ่งเป็นบุหรี่ไฟฟ้าดัดแปลงผสมยาเสพติดประเภทเคตามีน จึงวางแผนส่งสายลับติดต่อขอซื้อพอตเคหัวเสือ จำนวน 3 หัว และบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง 5 ตัว ก่อนนัดหมายส่งมอบของกันที่บริเวณหน้าอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว เมื่อถึงเวลานัด น.ส.นพมาศ หรือ อั้ม อายุ 21 ปี ได้มารับเงินล่อซื้อจากสายลับ ก่อนจะเดินไปรับถุงบรรจุสินค้าจาก นายชาตรี อายุ 33 ปี ที่ยืนรออยู่บริเวณใกล้เคียง ทันทีที่มีการแลกเปลี่ยนสินค้าและเงินสด เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มสังเกตการณ์อยู่จึงแสดงตัวเข้าชาร์จจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายได้พร้อมของกลางคาหนังคาเขา

จากการสอบสวน น.ส.นพมาศ รับสารภาพว่าสั่งซื้อบุหรี่ไฟฟ้าและพอตเคมาจากนายชาตรีเพื่อนำมาขายต่อ เอากำไรหัวละ 200 บาท ส่วนนายชาตรีอ้างว่าไปรับสินค้ามาจาก “นายโจ้” ไม่ทราบชื่อจริงอีกทอดหนึ่ง เพื่อนำมาบวกกำไรขายต่อให้ น.ส.นพมาศ

ทว่าเรื่องราวไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ขยายผลตรวจค้นห้องพักของ น.ส.นพมาศ บนชั้น 3 ของแมนชั่นในซอยเดียวกัน จนต้องผงะเมื่อพบ “เคตามีน” ซุกซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วห้อง ทั้งบนโต๊ะอาหาร ลิ้นชักตู้เสื้อผ้า และหลังตู้เสื้อผ้า รวมทั้งสิ้น 52 ซอง น้ำหนักสุทธิรวมกว่า 46.86 กรัม พร้อมอุปกรณ์การเสพ เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล และถุงพลาสติกซิปล็อกสำหรับแบ่งขายอีกกว่า 200 ซอง โดย น.ส.นพมาศ ยอมรับว่าซื้อเคตามีนล็อตใหญ่หนัก 50 กรัม มาจาก “นายเอ็ม” ในราคา 12,000 บาท เพื่อนำมาแบ่งบรรจุถุงละ 1 กรัม ขายถุงละ 300 บาท ให้กับกลุ่มเพื่อนที่มาร่วมงานปาร์ตี้ หวังโกยกำไร 15,000 บาท แต่กลับมาถูกตำรวจ ปคบ. ซ้อนแผนจับกุมเสียก่อน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.นพมาศ ในความผิดฐาน ร่วมกันขายสินค้าที่คณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยมีคำสั่งห้ามขาย (บุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยา), ร่วมกันซ่อนเร้นหรือช่วยจำหน่ายของที่ยังไม่ได้เสียภาษีศุลกากร และจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ส่วนนายชาตรีถูกแจ้งข้อหาร่วมกันขายบุหรี่ไฟฟ้าและซ่อนเร้นของต้องห้ามลักลอบนำเข้า ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป