“กุลวลี ประธาน กมธ.ที่ดินฯ ไม่ถอย ปมเงินเยียวยาช้างป่าถึงมือผู้ได้รับประทบล่าช้า สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำหนังสือชี้แจ้งเป็นทางการ ก่อนนำปัญหาถกผู้บริหารระดับสูงเพื่อหาทางออก หลังหน่วยงานเกี่ยวข้องชี้แก้ระเบียบไม่ง่าย ด้านกรมอุทยานฯ ขานรับ ลดขั้นตอนเยียวยาจาก 45 วัน เหลือ 30 วัน”
นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้ประชุมหารือร่วมกับกระทรวงทรวงทรัพย์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีอธิบดีกรมอุทยาน รองปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ และหน่วยงานด้านการเงินการคลัง เพื่อหาทางแก้ปัญหาเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่าล่าช้า ซึ่งกว่าจะถึงมือประชาชนต้องใช้เวลานานกว่า 6 เดือน

น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร
จากปัญหาดังกล่าวคณะกรรมาธิการฯ ได้ทำการหารือในข้อเท็จจริง แนวทางการช่วยเหลือเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากช้างที่มีความล่าช้า โดยการเยียวยารอบที่ผ่านมา มีผู้ได้รับผลกระทบ 70 ราย วงเงินราว 7.3 ล้านบาท แต่ใช้เวลากว่า 6 เดือน กว่าเงินจะถึงมือประชาชน ทั้งที่ทุกฝ่ายทำงานเต็มที่แล้ว สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่กลไก เพราะปัจจุบันการจ่ายเงินต้องรอการจัดสรรเงินจากงบกลาง เป็นงวดๆ
ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางที่กรมอุทยานฯ เสนอ คือ การขอให้มีวงเงินทดรองราชการไว้จ่ายก่อนแล้วขอเงินชดใช้ภายหลัง ซึ่งจะตัดขั้นตอนการรอจัดสรรงบประมาณออกไปได้ อย่างไรก็ตามในแนวทางดังกล่าว กรมบัญชีกลาง ให้ความเห็นว่าการแก้ไขระเบียบที่เกี่ยวข้องมีข้อจำกัดและทำได้ไม่ง่าย โดยสำนักงบประมาณชี้แจงเพิ่มเติมว่า การใช้งบกลางจำเป็นต้องจัดสมดุลความสำคัญเร่งด่วนระหว่างภารกิจต่างๆ ของประเทศประกอบด้วย

“ดิฉันเข้าใจข้อจำกัดของทุกหน่วยงาน และขอขอบคุณที่ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น ทางคณะกรรมาธิการฯ ยังไม่ถอย เพราะระหว่างที่เรากำลังหาข้อยุติกันอยู่นี้ พี่น้องประชาชนทีได้รับผลกระทบยังรอการช่วยเหลืออยู่”
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการฯ ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำหนังสือชี้แจงข้อจำกัดและข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรส่งมายังคณะกรรมาธิการฯ เพื่อจะได้รวบรวมปัญหานำไปหารือกับผู้บริหารระดับสูงและผู้มีอำนาจตัดสินใจในลำดับต่อไป โดยยืนยันว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

ทั้งนี้ ในส่วนที่หน่วยงานสามารถดำเนินการได้เองทันทีโดยไม่ต้องรอการแก้ระเบียบ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งการปรับลดขั้นตอนภายในของกรมในการรวบรวมและเสนอคำขอรับการสนับสนุนงบกลาง จากเดิม 45 วัน เหลือ 30 วัน ก่อนส่งให้สำนักงบประมาณพิจารณาต่อไป ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าเป็นสัญญาณที่ดีและเป็นการแก้ปัญหาในส่วนที่ทำได้ทันที
“การลดขั้นตอนภายในลง 15 วัน อาจดูเป็นตัวเลขไม่มาก แต่สำหรับครอบครัวที่กำลังเดือดร้อน 15 วันมีความหมาย ดิฉันขอขอบคุณท่านอธิบดีที่ลงมือทำทันทีโดยไม่รอใคร และขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันดูว่ายังมีขั้นตอนใดที่ลดได้อีกบ้าง”

นางสาวกุลวลีกล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมาธิการฯ จะเดินหน้าใน 3 เรื่องควบคู่กัน คือ หนึ่ง ผลักดันให้มีกลไกการเงินที่จ่ายเยียวยาได้เร็วขึ้นอย่างเป็นระบบ สอง ลดขั้นตอนในทุกจุดที่หน่วยงานทำได้เองทันที และ สาม ยกระดับระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อลดความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง เพราะการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายย่อมดีกว่าการตามเยียวยาภายหลัง
