ไฟใต้ลุกโชน 100 % แล้ว ผู้ก่อการร้ายถอดรูปแบบการต่อสู้ของอดีต “พคม.-พคท.” ประชาชนอ่อนล้า

อดีตเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า เคยปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ จ.นราธิวาส เมื่อปี 2554 ในขณะนั้น 2 อำเภอมีชุดปฏิบัติการเพียง 2 กองร้อย ระหว่างหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) และตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) การก่อความไม่สงบไม่มีความรุนแรง ประชาชนและเจ้าหน้าที่มีความเป็นกันเองฉันท์มิตร

“ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเดินเท้า ซุ่มดักรอคอยตามเส้นทางทางเดินของผู้ก่อความไม่สงบ และก็ประสบความสำเร็จ ส่วนประชาชนเป็นยามนั้น ถึงกับประชาชนมีการแบ่งปันอาหาร เช่น มีปลาที่จับได้จากหนองน้ำลำคลองก็นำมามอบให้เจ้าหน้าที่ปรุงอาหารรับประทาน เป็นต้น” แหล่งข่าว ระบุ

“สถานการณ์ขณะนั้นประชาชนเป็นมวลชนที่เป็นมิตรกับเจ้าหน้าที่  แต่ถัดได้ทอยห่างเหินไปทุกระยะมาจนถึงขณะนี้ จนการข่าวต้องพบอุปสรรค ตกเป็นฝ่ายของผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งแสดงว่า BRN ได้แย่งชิงมวลชนไปประสบความสำเร็จ ทั้งมวลชนเขตเมือง เขตแนวราบชนบทกึ่งเมือง และเขตป่าเขาส่งผลต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะงานการข่าวเพราะเมวลชน BRN  ได้แย่งชิงไปเกือบจะ 100 %  ปัจจุบัน งานแย่งชิงมวลชนอ่อนล้า สามารถพิสูจน์ทราบจากการปฏิบัติการแต่ละครั้งที่กองกำลังจรยุทธิติดอาวุธ BRN จะได้รับความสะดวก

“วันนี้จนเกิดสภาพเหมือนรัฐจะหมดสภาพการปกครอง”

แหล่งข่าว ยังกล่าวอีกว่า ปัจจัยที่สะท้อนออกมาในพื้นที่เพราะบริบทเจ้าหน้าที่ทางด้านความมั่นคงในส่วนคนรุ่นใหม่บริบทสังคม วัฒนธรรม จะต่างกับบริบทคนสมัยเก่า เพราะคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาปฏิบัตหน้าที่เสมือนไม่มีค่านิยมทางสังคมวัฒนธรรมคนเขตเมือง คนเขตแนวราบเมืองถึงชนบท และคนเขตป่าเขา เหมือนกับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการคนรุ่นเก่า งานมวลชนงานการข่าวจึงอ่อนแอ

“คำสอนอดีตคอมมิวนิสต์ในการสู้รบรูป ต้องมีการชิงมวลชนด้วยการชนะใจมวลชน  อีกทั้งต่อสู้รูปแบบจรยุทธกองโจร BRN เสมอนฝ่ายรัฐจะเพลี้ยงพล้ำไปแล้ว  หากแก้ด้วยยุทธวิธีรูปแบบสายแข็ง จะเข้าทาง BRN แล้วซจะเข้าทฤษฎีคำสอนคอมมิวนิสต์ ตาย 1 เกิด 10”

แหล่งข่าว กล่าวว่า สภาพการสู้รบของผู้ก่อความไม่สงบไม่หลายฝ่ายต่างให้ความเห็นตรงกันว่าเป็นการถอดแบบการสู้รบสงครามจรยุทธสงครามกองโจรของอดีตพรรคอมมิวสต์มาลายา (พคม.) และพรรคคอมมิวนิส์แห่งประเทศไทย (พคท.)  แม้กระทั่งสงครามจิตวิทยาเพื่อแย่งชิงมวลชนก็ตาม

“ประชาชนในพื้นที่ที่ได้สัมผัสกับอดีต พคท. และ พคม.ตั้งข้อสังเกตุว่าความคิดอดีต พคท. และ พคม.มีอยู่ใน BRN เพียงใด และน่าจะขอความร่วมมือจาก อดีต พคท. และ พคม. ในการพูดคุยสันติสุขจัฃงหวัดชายแดนภาคใต้”

แหล่งข่าว ยังได้ระบุว่า งานทางด้านมวลชนก่อนเกิดสถานการณ์รุนแรง ได้มีการระบุว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ได้มีจัดตั้งแนวร่วมตามจุดการที่จะก่อวินาศกรรมในพื้นที่ถึง 4,700 จุดในขณะนั้น

และงานการเมืองยังได้วางแนวแทรกซึมไปยังการเมืองในพื้นที่ไว้ทุกพื้นที่ และส่วนหนึ่งก็ได้เข้าสู่ตำแหน่ง นอกจากงานการเมืองแล้วยังผ่านหลักสูตรทางการทหารด้วย จากการอบรมในพื้นที่สำคัญในอำเภอเขตปลอดอำนาจรัฐในขณะนั้น โดยมีครูสอนสวมชุดพรางโม่ง

สำหรับการเงินของกลุ่มก่อความไม่สงบ แหล่งข่าว ยังมีความเชื่อมั่นว่าเป็นเงินที่ไหลหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่ ที่เข้าไปสนับสนุน  เพราะเคียงอยู่กับกลุ่มก่อความไม่สงบมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ประกอบอาชีพทำมาหากินได้อย่างปกติ และอยู่อย่างปกติสุขไม่มีลักเล็กขโมยโจรผู้ร้าย และที่สำคัญยังไม่มีอิทธิพลอำนาจมืด เพราะจะถูก พคม.และ พคท.ว่ากล่าวตักเตือนถึง 3 ครั้ง

“อดีต พคม. และ พคท.ขณะนั้นจะได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนในพื้นที่อย่างสูง และทุกวันนี้รูปแบบจะไม่ต่างกัน”

แหล่งข่าว ยังกล่าวอีกว่า สถานการณ์ปัจจุบันการก่อความไม่สงบยิ่งเพิ่มความเปราะบางเนื่องจากผู้ก่อความไม่สงบจะเน้นสงครามทางเศรษฐกิจทำลายเป้าหมายทางทรัพยากรของรัฐ ทรัพยากรและการลงทุนของนักลงทุนจากนอกพื้นที่ จนได้รับผลกระทบต่อธุรกิจการค้าการลงทุน ยกเว้นรายย่อยรายเล็ก SME ของคนท้องถิ่นพื้นที่

“จะอยู่ได้ตามลักษณะของพื้นที่ แต่โอกาสการลงทุนใหม่สร้างเศรษฐกิจสร้างงานสร้างอาชีพ และสร้างรายได้เพื่อความเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นไปได้อยากมากในระยะ 20 ผ่านมา เมื่อคำนวณเป็นมูลค่าเพิ่มแล้วจะเป็นเงินมหาศาลที่ได้หดหายไปพร้อมโอกาสและเวลา  วันนี้ที่อยู่ได้ดูดี เพราะเป็นเงินภาครัฐนำเข้าไปซัพพอร์ตจึงเป็นเศรษฐกิจภาครัฐ คนของรัฐ ทำให้ดูดีทางเศรษฐกิจ”

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า ยิ่งยืดเยื้อยาวนานจะเป็นทฤษฎีเข้ากับอดีตคอมมิวนิสต์ และจะเข้าทาง BRN  เพราะประชาชนก็จะมีความเบื่อหน่ายและอ่อนล้าต่อสถานการความไม่สงบ  จนมีการตัดสินใจเลือกข้างได้  ผู้จะได้เปรียบคือผู้จะชนะมวลชนการชนะมวลชนจะเป็นเรื่องอ่อนไหวมาก ท่ามกลางสถานการณ์ประชาชนทุกกลุ่มอ่อนล้ากับอนาคต

ผู้ประกอบการธุรการค้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายดนภาคใต้ กล่าวว่า ภาวะการณ์ประกอบอาชีพ การทำธุรกิจการค้าการลงทุนกค่อนข้างจะหมดแรง จากภายนอกจะไม่มี และส่วนคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่างทอยออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่องไปประกอบอาชีพไปลงทุนไปทุกพื้นที่

“มีแต่คนออกนอก พื้นที่มีแต่บอกขาย เรื่องคนเข้ามาลงทุนต้าขายปิดประตู แม้กระทั่งล้งจะมาซื้อพืชผักผลไม้ ไม้ยางพารา คนกรีดยางพาราคนงานก็ขาดแคลน” แหล่งข่าว กล่าว

แหล่งข่าว กล่าวว่า ปัญหาที่สำคัญที่จะต้องดำเนินการคือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในพื้นที่จะต้องเน้นคนในพื้นที่เข้าทำหน้าที่ ไม่ใช่คนจากพื้นที่เพราะต่างบริบททั้งงานปกครอง งานปราบปราม และงานการข่าว

“โดยเฉพาะในบริบทงานการข่าวที่เป็นงานชิ้นเอก เมื่อตั้งโจทก์ที่จะออกมาเป็นผลลัพท์ก็จะถูกแม้ว่าไม่ 100 %  แต่หากการข่าวเป็นเพียงบทประพันธ์จากออฟฟิศผสมงานเทคโนโลยี ที่ปราศจากฐานรากที่มักถูกมองว่าคนบ้านนอก  ก็จะพบกับความยากลำบากและก็จะพบเหตุการณ์เหมือนกับวันนี้”.

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts