สนามเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่นร้อนระอุ เปิดรับสมัครวันแรก 2 อดีตนายกเผชิญหน้าชิงเก้าอี้ “วัฒนา” จับได้เบอร์ 1 ส่วน “พงษ์ศักดิ์” เบอร์ 2 กองเชียร์แน่นลาน
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมแก่นนคร องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น บรรยากาศการเปิดรับสมัครเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น วันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางกองเชียร์ที่เดินทางมาให้กำลังใจผู้สมัครจนแน่นลานด้านหน้าสถานที่รับสมัคร และมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

การรับสมัครมีขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 สิงหาคม 2569 โดยมี นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายวัชระ สีสาร ผอ.กกต.จ.ขอนแก่น และนายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ในฐานะประธาน กกต.อบจ.ขอนแก่น ร่วมสังเกตการณ์
ทันทีที่เปิดรับสมัคร นายพงษ์เจตน์ พรกุณา ปลัด อบจ.ขอนแก่น ในฐานะ ผอ.กกต.อบจ.ขอนแก่น ตรวจสอบรายชื่อผู้ที่มาลงทะเบียน พบว่า นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ อดีตนายก อบจ.ขอนแก่น เดินทางมาถึงเป็นลำดับแรก ตามด้วย นายวัฒนา ช่างเหลา อดีตนายก อบจ.ขอนแก่น
เมื่อทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงลำดับหมายเลขผู้สมัครกันได้ กกต.จึงให้จับสลาก ผลปรากฏว่า นายวัฒนาได้หมายเลข 1 ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์ได้หมายเลข 2 ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการสมัครอย่างเป็นทางการ

บรรยากาศฝั่งนายวัฒนาเป็นไปอย่างคึกคัก มีแกนนำพรรคกล้าธรรมเดินทางมาให้กำลังใจจำนวนมาก ทั้ง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม นายเอกราช ช่างเหลา รองหัวหน้าพรรค ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ นายการุณ โหสกุล ตลอดจน สส.ขอนแก่น พรรคกล้าธรรม อาทิ นายธนิก มาสีพิทักษ์ นายเอกชัย สืบสารคาม และ นายปราชญา หงอกชัย รวมถึง สจ.และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่
นายวัฒนา ผู้สมัครหมายเลข 1 กล่าวว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ที่สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ เปรียบเสมือนการคืนความบริสุทธิ์ให้ตน เนื่องจากคำพิพากษาระบุชัดว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียงหรือทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม การกลับมาลงสนามครั้งนี้จึงเป็นการขอโอกาสจากประชาชนอีกครั้ง โดยเฉพาะชาวขอนแก่นกว่า 330,000 คนที่เคยลงคะแนนให้ พร้อมประกาศเดินหน้านโยบาย “9ดี เฮ็ดต่อ” สานงานเดิมและก่องานใหม่ หลังเคยดำรงตำแหน่งนายก อบจ.เพียงกว่า 1 ปี

นโยบายสำคัญประกอบด้วย การผลักดันรถมินิบัส EV เชื่อมระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมือง เปิดช่องทางร้องเรียนปัญหาผ่านโทรศัพท์มือถือ ผลักดันขอนแก่นสู่ “เมืองหลวงหมอลำ” สร้าง 26 แลนด์มาร์คใน 26 อำเภอ ส่งเสริมการจ้างงานให้ลูกหลานกลับมาทำงานบ้านเกิด สนับสนุนเด็กขอนแก่นเรียน 3 ภาษา ไทย-จีน-อังกฤษ และต้องไม่มีเด็กหลุดจากระบบการศึกษาเพราะความยากจน รวมถึงโครงการรักษาพยาบาลใกล้บ้านโดยไม่ต้องเดินทางเข้าเมือง ส่งเสริมเกษตรกรให้ “ปลูกแล้วต้องขายได้” และผลักดันขอนแก่นเป็นเจ้าภาพมหกรรมระดับโลก รวมถึงการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ
นายวัฒนา ย้ำว่า หากได้รับเลือกตั้งพร้อมกลับเข้าทำงานได้ทันที เพราะความเดือดร้อนของประชาชนไม่สามารถรอปัญหาทางการเมืองได้

ขณะที่ นายพงษ์ศักดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 ประกาศแนวทางยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และการสร้างรายได้ พร้อมให้ความสำคัญกับปัญหา PM2.5 การเผาป่า การอนุรักษ์ดินและน้ำ กีฬา การป้องกันยาเสพติด ตลอดจนการดูแลผู้สูงอายุ สตรี และองค์กรต่างๆ ในพื้นที่
พร้อมเปิดประเด็นเรื่องการบริหารงบประมาณ โดยระบุว่า ปัจจุบันงบลงทุนของ อบจ.ขอนแก่นเบิกจ่ายได้ประมาณ 30% ทั้งที่เหลือเวลาอีกไม่นานจะสิ้นปีงบประมาณในวันที่ 30 ก.ย. ทำให้กังวลว่างบประมาณอาจตกค้างและไม่สามารถส่งต่อประโยชน์ถึงประชาชนได้

นายพงษ์ศักดิ์ระบุว่า ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ขอนแก่น สามารถบริหารและเบิกจ่ายงบลงทุนได้มากกว่า 90% ก่อนสิ้นปีงบประมาณ พร้อมชี้ว่าการเบิกจ่ายล่าช้าย่อมกระทบประชาชนโดยตรง อบจ.ขอนแก่นมีความพร้อมเต็ม 100% สำหรับจัดการเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่นในวันที่ 27 ก.ย.2569 ใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้งทั่วจังหวัดประมาณ 70 ล้านบาท
พร้อมกำชับผู้สมัครทุกคนให้ปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด ห้ามกระทำการใดที่สุ่มเสี่ยงหรือเข้าข่ายผิดกฎหมาย โดย กกต.ขอนแก่นเตรียมส่งชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่เฝ้าติดตามการแข่งขันอย่างเข้มข้น และคาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้รับความสนใจจากประชาชน มีผู้มาใช้สิทธิ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
ข่าว/ภาพ : จักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น




.
