ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง “โคก หนอง นา”ฝ่าทุกมรสุมรุมเร้า-หนี้ครัวเรือน ชีวิตมั่นคง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  “ยืนผงาด” ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจรุมเร้า-หนี้ครัวเรือน สงคราม เศรษฐกิจสงครามพลังงาน เงินไม่มีในกระเป๋ากำลังซื้อหมดแรง ปรัชญาเศรษฐกิจสวนทางมั่งคงแหล่งอาหาร การครองชีพ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ชี้พื้นที่มากน้อยขั้นต่ำ 5 ไร่ ลดรายได้ 150 บาท เพิ่มรายได้บวก 300

นายจรงค์ เกื้อคลัง อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านหนองปด ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง วิทยากรและเจ้าของศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปิดเผยว่า ครัวเรือนที่ทำโครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และโคก หนอง นา ทั้งได้ลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้

“ตนเองมีพื้นที่เพียงกว่า 1 งาน พร้อมที่อยู่อาศัย ใช้บริเวณบ้านทำสวนครัวรั้วกินได้ พืชผักทุกอย่างพร้อมปลูกพืชสมุนไพร ทำปศุสัตว์เลี้ยงไก่สำหรับกินไข่ เลี้ยงผึ้งโพรง ทุกอย่างที่กินได้และขายได้”

สวนครัวไม่ต้องซื้อและยังเพิ่มรายได้ซึ่งออกขายเมื่อเหลือกิน ซึ่งได้ลดรายจ่าย 50-100 บาท / วัน เมื่อไม่ต้องซื้อเท่ากับเพิ่มรายได้ ส่วนที่ซื้อที่ผลิตเองไม่ได้ เช่น กะปิ น้ำปลา ข้าวสาร น้ำตาลทราย น้ำมันพืช ฯลฯ หรือสิ่งจำเป็นที่จะต้องใช้

นายจรงค์ กล่าวว่า สำหรับต้นทุนการผลิต เช่นปุ๋ย แรงงาน ก็มีการผลิตจากเศษวัตถุในครัวเรือนที่ไม่ได้ใช้ ทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อไว้ปลูกพืช และยังทำอาหารของไก่ โดยแทบจะไม่มีต้นทุนการผลิต

“ทำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกับมีตู้เย็นและโรงพยาบาลประจำบ้าน เพราะพืชผักปราศจากสารเคมีพร้อมมีสมุนไพรดูแลบำรุงรักษา”

นายจรงค์ กล่าวอีกว่า ครัวเรือนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขนาด 3 ไร่ จะดีกว่ามีสวนยาง 3 ไร่  ที่จะลดรายจ่ายวันและ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายถึง 100-150 บาท และจะเพิ่มรายได้300 บาท / วัน ส่วนเป็นสวนยางจะต้องซื้ออาหารจะต้องมีใช้ทั้งหมด
และหากมีพื้นที่มาก 3 ไร่ 5 ไร่ ทำได้ครบวงจรการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง มีพืชผักผลไม้ รายวัน  รายเดือน รายปี เลี้ยงไก่ เลี้ยงโค และเลี้ยงสุกร  และที่สำคัญการเลี้ยงไก่ไข่ประมาณ 10 ตัวจะได้ไข่ 10 ฟอง / วัน ไข่ไก่ขายปลีกฟองละ 5 บาท
และพื้นที่ขนาด 3-5 ไร่ ถือว่าจะอยู่ในเกณฑ์ดี

“กลุ่มครัวเรือนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หาก 100,000 ครัวเรือนจะลดรายจ่ายประมาณ 15 ล้านบาท / วัน และหากครัวเรือนทำพื้นที่ขนาด 3 ไร่ 5 ไร่ จะเพิ่มรายได้ประมาณ 300 บาท / วัน / ราย จะมีรายได้เพิ่มไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท / วัน”

นายจรงค์ กล่าวว่า  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปไกลก้าวหน้าขยายตัวเติบโตมากทางภาคอีสาน เพราะมีพื้นที่มาก ตอนนี้เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ แต่ในส่วนทางภาคใต้ยังปริมาณน้อย

นายจรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเปราะบางอ่อนตัวมากประชนไม่มีเงินในกระเป๋าจะไม่มีกำลังซื้อเพราะมีภาระทั้งหนี้สินครัวเรือน ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงมากเกิดภาวะเงินเฟ้อเงินฝืด

“โลกกำลังเกิดสงคราม และจะเกิดสงครามใหญ่  แต่ปรัชญาเศรฐกิจพอเพียงอยู่ได้ไม่ได้รับผลกระทบ  และประกอบกับสภาพภูมอากาศผันแปร และขณะนี้แล้งร้อนจัด แต่แหล่งอาหารการกินการอยู่ก็ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใดเช่นกัน”

นายจรงค์ กล่าวว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่มีคุณภาพจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันได้ประสิทธิภาพ ซึ่งจะต้องเป็นคนที่ตกผลึกในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และโคก หนองนา  แต่ถึงอย่างไรก็มีจำนวนหนึ่งไม่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่ได้ตกผลึกและทำนอกรูปแบบจึงมีต้นทุนที่สูง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงพึ่งพาตนเอง ไม่ใช่ใช้การพึ่งพาต้นทุนทุนที่สูงมากไปมาดำเนินการ

“ซึ่งก่อนที่จะทำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สิ่งที่ต้องทำต้องเรียนรู้ให้ตกผลึก ซึ่งจะต้องเรียนรู้ก่อน ก่อนลงมือที่จะทำ และโดยเฉพาะทุกภูมิภาคที่เป็นเขตเมืองกึ่งชนบทแต่ละครัวเรือนจะมีพื้นที่เอื้ออำนวยและบริบทตอบรับอยู่แล้ว จะต่างกับคนหัวเมือง เมืองเศรษฐกิจการค้า จะมีแต่ตึกสูง จะไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับพืชผัก จึงเข้ากับบริบทคนเมืองกึ่งชนบทที่จะผลิตพืชผักเพื่ออำนวยการคนหัวเมือง หันเมืองเศรษฐกิจการค้า ยังมีพื้นที่อยู่มากสำหรับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา”

นายจรงค์ กล่าวว่า โครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โครงการโคก หนอง นา ในระยะหลังขาดการรณรงค์สนับสนุน เพราะโครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา จะสัมฤทธิผลและจะขยายตัวมาก จะเป็นอุปสรรคต่อระบบเศรษฐกิจทุนนิยม

นายทศพล ขวัญรอด อุปนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยท.) และประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (คยปท.) เปิดเผยว่า  ในกลุ่มฯ บริหารจัดการความเป็นอยู่รูแบบโครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และยังได้ต่อยอดโครงการโคก หนอง นา มาอย่างยั่งยืนจนถึงวันนี้ โดยตนเองได้ทำมาตั้งแต่ปี 2557

“โครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาสมัย  ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ปี 2559-2560 ได้มีการยกระดับสนับสนุนอย่างจริงจังและประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งตอนนี้เครือข่ายมีกว่า 100,000 ครัวเรือนไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะทางภาคอีสานขยายตัวมากที่สุด แต่ทางภาคใต้ยังน้อย”

ที่สำคัญมากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คนทำจะต้องตกผลึกในความคิด การเรียนรู้ การดำรงตน เพราะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในทุกรูปแบบ และยังสามารถผ่าวิกฤติได้ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะเรื่องเชิงเศรษฐกิจจะมีความมั่นคงทางอาหาร มีความมั่นคงทางการเงินเงินออม

จากการที่การบริหารจัดการตนเอง ที่รู้จักการประมาณรู้จักความเสี่ยง รู้จักในสิ่งที่จำเป็นการหน้าหลัง รู้จักการประกอบอาชีพ ตื่นรู้ ทั้งหมดต่างเป็นภูมิคุ้มกัน

นายทศพล ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกท่ามกลางสงคราม ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศผันผวน วิกฤติพลังงานน้ำมัน ในเชิงเศรษฐกิจกระทบหนักประชาชนมีภาระหนี้สินครัวเรือน ไม่มีกำลังซื้อเงินเฟ้อเงินฝืดและที่หนักยังมีภาวะสงครามที่ยืดเยื้อยาวจากกลุ่มมหาอำนาจยูเครน รัสเซียสหภาพยุโรป และสหรัฐ อิสราเอล อิหร่าน กลุ่มประเทศตะวันออกลางมหาอำนาจพลังงานส่งผลกระทบไปทั้งโลก

“แต่กลุ่มปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา  ระบบระบบเศรษฐกิจ การเงินการคลัง การประกอบอาชีพ ความเป็นอยู่ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด  และที่เป็นจุดเด่นโดยเฉพาะจะไม่มีหนี้สินครัวเรือน” นายทศพล กล่าว และว่า
ส่วนที่มีหนี้สินก็ไม่เกิน 5 % ของรายได้ เพราะการที่มีหนี้สินเพื่อเอาเงินมาต่อยอดในโครงการเพื่อเพิ่มรายได้และสิ่งที่จำเป็นต้องซื้อเพราะไม่สามารำเองได้   สำหรับหนี้สินครัวเรือนที่ต่างทราบกันที่เป้นต้นเหตุช่องทางหนึ่งที่กว้างมากที่ได้ส่งผลกระทบระบบการค้า เพราะทำการค้าแล้วไม่มีคนซื้อ

นายทศพล กล่าวว่า ทั้งประเทศหากจำทำโครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะเอื้ออำนวยมาก เพราะเป็นพื้นที่เมืองกึ่งชนบทจะมากและส่วนใหญ่คงสภาพพื้นที่สวนผสม ซึ่งเป็นต้นทุนที่มีหากได้มีการยกระดับเข้าถึงและตกผลึกปรัชญาเศรฐกิจพอเพียง จะเกิดศักยภาพมาก และจะเป็นไปทั้งประเทศทเศรษฐกิจฐานรากจะมั่นคง

โครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นายทศพล กล่าวว่า ได้มีการออกแบบที่เป็นสัดส่วน 30 30 30 10 เช่นทำนา 30 % ไร่ น้ำ 30 %  สวนผสม 30 % และ 10 % เป็นที่อยู่อาศัยพร้อมบริเวณผักสวนครัวรั้วกินได้

“เช่น มีที่ดิน 10 ไร่ ก็หารไปตามสัดส่วน จะทำได้ตั้งแต่ที่ดินจำนวน 2 งาน ถึงขนาด 5 ไร่ และรายใดมีที่ดิน 10 ไร่ถือว่าเป็นรายสำคัญมากจะลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ได้มาก”

โดยในพื้นที่จะมีพืชรายได้ประเภทรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือนและรายปี  มีทั้งเศรษฐกิจการเกษตร ประมง และปศุสัตว์ ที่จะหมุนเวียนตลอดปี ปาล์มน้ำมันเป็นพืชสร้างรายได้รายเดือน ยางพาราเป็นพืชสร้างรายได้รายวัน พืชผักล้มลุกเป็นพืชสร้างรายได้รายวัน รายสัปดาห์  มังคุด เงาะ ทุเรียน ลองกอง สะตอ ฯลฯ เป็นพืชสร้างรายได้ฤดูเป็นรายปี

นายทศพล กล่าวว่า โครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  โครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง ต่างมีความยั่งยืนมั่งคงทางอาหาร ทางการเงิน มีเงินออม รู้จักรู้ตื่นเรื่องรายรับรายจ่าย และปราศจากหนี้สินครัวเรือน เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพมาก

“ตอนนี้พวกเราสามารถสวนกระแสฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจฝืดเคืองภาวะเงินเฟ้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และว่าอยู่ได้ในเกณฑ์ดีมาก แต่ต้องทำใจว่าไม่ได้ร่ำรวย”

นายทศพล กล่าวอีกว่า ระยะหลังไม่ได้เห็นว่ามีการสนับสนุนรณรงค์โครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โครงการโคก หนอง นา ซึ่งจะต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับรัฐบาลอดีตสมัย ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้การสนับสนุนโครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โครงการโคก หนอง นา อย่างชัดเจน และครัวเรือนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ฯลฯ ต่างมีความเข้มแข็งคงทนุ และมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

.

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts