นราธิวาสเดินหน้าเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังเกิดเหตุคาร์บอมบ์บริเวณหน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) โดยในช่วงค่ำที่ผ่านมา (วันที่ 21 กรกฎาคม 2569) นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและกำชับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจและจุดตรวจในเขตเศรษฐกิจ (Safety Zone) อำเภอเมืองนราธิวาส พร้อมติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เกิดเหตุอย่างใกล้ชิด

นายวิชาณ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ ไม่ประมาท เตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ พร้อมกำชับให้เฝ้าระวังสิ่งผิดปกติ บุคคล และวัตถุต้องสงสัยอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่

จากการติดตามสถานการณ์ พบว่าคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ลักลอบนำรถยนต์เก๋งซุกซ่อนวัตถุระเบิดแสวงเครื่องมาจอดใกล้พื้นที่ ก่อนเข็นปล่อยให้รถไหลเข้าไปบริเวณ สถานีตำรวจภูธรตันหยง (หลังเก่า) จนเกิดระเบิด ส่งผลให้ทรัพย์สินโดยรอบได้รับความเสียหาย และสร้างความตื่นตกใจแก่ประชาชนในพื้นที่

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ระดมรถดับเพลิงเข้าควบคุมเพลิง ปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย และประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

จังหวัดนราธิวาสยืนยันเดินหน้ายกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

วันนี้ (21 กรกฎาคม 2569) เวลาประมาณ 19.20 น. เกิดเหตุคนร้ายลอบก่อเหตุด้วยรถยนต์บรรทุกวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง บริเวณหน้า สถานีตำรวจภูธรตันหยง (หลังเก่า) ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า คนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ใช้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโซลูน่า ซึ่งภายในบรรจุวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง เข็นรถให้ไหลเข้าไปภายในบริเวณสถานีตำรวจภูธรตันหยง (หลังเก่า) ก่อนเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดความเสียหายในพื้นที่เกิดเหตุ
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และหน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด ได้เข้าควบคุมพื้นที่ ตรวจสอบความเสียหาย รวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยจะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมให้ทราบเมื่อได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอประณามต่อการก่อเหตุลอบวางระเบิดในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการกระทำอันโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ การใช้ความรุนแรงในลักษณะดังกล่าวไม่เพียงสร้างความสูญเสียต่อทรัพย์สิน แต่ยังเป็นความพยายามบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยและความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ การก่อเหตุด้วยระเบิดในเขตชุมชนหรือสถานที่ราชการ ไม่อาจอ้างเหตุผลหรืออุดมการณ์ใดมารองรับได้ เพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งต้องเผชิญกับความหวาดกลัวและความสูญเสียจากการกระทำของผู้ก่อเหตุ

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอยืนยันว่าจะบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน เร่งติดตามผู้ก่อเหตุและผู้สนับสนุนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างถึงที่สุดและขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หากพบบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย หรือพบความเคลื่อนไหวผิดปกติในพื้นที่ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. หมายเลข 1341 หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังและสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้.
โดย….แวดาโอ๊ะ หะไร/อัสมา บินมะนุ จ.นราธิวาส