เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ภายใต้อำนวยการของ พ.ต.อ.ประสพโชค เอียมพินิจ ผกก.สน.หัวหมาก,พ.ต.ท.ณัฐวัฒน์ ทารักษ์ รอง ผกก.สส.สน.หัวหมาก และ,พ.ต.ท.บำเพ็ญ นามฉวีสว.สส.สน.หัวหมากพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวผู้ต้องหาแก๊งลักทรัพย์รายใหญ่ คือ นายภราดร อายุ 39 ปี (หรือตี๋) และนายสุรศักดิ์ อายุ 49 ปี (หรือเดี่ยว) พร้อมของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนหลายรายการ หลังร่วมกันก่อเหตุตระเวนลักตัดสายไฟมูลค่าสูง ก่อนนำเงินไปเสวยสุขซื้อรถหรูขับ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความว่ามีคนร้ายแอบเข้ามาขโมยสายไฟฟ้าขนาดใหญ่จำนวน 3 โลน ความยาวรวมกว่า 570 เมตร ที่เก็บไว้บริเวณชั้น 4 ภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านรามคำแหง มูลค่าความเสียหายเกือบ 1 ล้านบาท เหตุเกิดช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.30 น.

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของชุดสืบสวน พบว่าคนร้ายกลุ่มนี้มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี โดยมีผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 3 คน ใช้รถยนต์กระบะสีขาวขับเข้ามาที่ชั้น 4 ของห้าง คนหนึ่งทำหน้าที่เดินดูลาดเลาและดูต้นทาง ส่วนอีก 2 คนช่วยกันขนสายไฟขึ้นรถก่อนขับหลบหนีไป

โดยคนร้ายแก๊งนี้มีพฤติกรรมหลบเลี่ยงการจับกุมอย่างมืออาชีพ โดยหลังจากก่อเหตุจะขับรถวนไปหลายจังหวัด ทั้งชลบุรี สระบุรี และสมุทรปราการ นานหลายวันเพื่อหลอกล่อให้เจ้าหน้าที่สับสน นอกจากนี้ยังเลือกใช้รถกระบะมือสองสวมป้ายทะเบียนปลอมสลับไปมา เมื่อเสร็จงานก็จะขายรถคันดังกล่าวทิ้งทันที และหากจะก่อเหตุใหม่ก็จะไปหาซื้อรถมือสองคันใหม่มาทำแบบเดิมซ้ำๆ

ส่วนเงินที่ได้จากการขายสายไฟ นายตี๋ที่เป็นหัวโจกและคนขับรถตระเวนหาเป้าหมายจะได้ส่วนแบ่งเป็น 2 เท่า ส่วนที่เหลืออีกสองคนจะนำไปหารครึ่งกัน

พ.ต.อ.ประสพโชค เอียมพินิจ ผกก.สน.หัวหมาก เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไล่กล้องวงจรปิดอย่างละเอียดจนพบเบาะแสว่า กลุ่มคนร้ายได้นำสายไฟทั้งหมดไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าย่านกิ่งแก้ว ได้เงินสดมาสูงถึง 970,000 บาท เมื่อตรวจสอบประวัติพบว่า นายตี๋ (หัวหน้าแก๊ง) เคยมีประวัติคดีลักทรัพย์ในพื้นที่ สน.อุดมสุข มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสามารถตามรวบตัว นายเดี่ยว ได้ที่ห้องพักย่านสุวินทวงศ์ ก่อนจะขยายผลไปปิดล้อมบ้านของนายตี๋ ย่านลาดกระบัง จนกระทั่งพบนายตี๋ขับรถหรูยี่ห้อ “ปอร์เช่” เข้ามาจอดหน้าร้านสะดวกซื้อแถวหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที

จากการตรวจค้นในรถและภายในบ้านพัก พบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งประกอบด้วย
– อาวุธปืนสั้นออโตเมติก ยี่ห้อ โคลท์ ขนาด .380 พร้อมกระสุน 12 นัด
– อาวุธปืนสั้นออโตเมติก ยี่ห้อ กล็อก 43เอ็กซ์ ขนาด 9 มม. พร้อมกระสุน 14 นัด
– อาวุธปืนลูกซองยาว ยี่ห้อ เรมิงตัน 870 พร้อมกระสุน 25 นัด
– กระเป๋าสะพายสีดำ 1 ใบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 ราย คือ “นายเก่ง” คาดว่าน่าจะรู้ตัวและไหวตัวทันเนื่องจากกลุ่มคนร้ายมีการส่งสัญญาณเตือนกัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป