“อนุทิน” บุกพะงัน! ประกาศสงครามมาเฟียต่างชาติ-นอมินีที่ดิน ลั่นถ้าเกาะไม่สงบคือรัฐบาลล้มเหลว ย้ำชายหาดคือสมบัติชาติ ไม่ใช่ที่ส่วนตัวของวิลล่าหรู ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการลงพื้นที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ยกทัพคณะรัฐมนตรีมาเพื่อ “รื้อระบบ” และ “จัดระเบียบ” พื้นที่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวครั้งใหญ่ โดยหัวใจสำคัญของการเดินทางมาครั้งนี้คือการส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มทุนและชาวต่างชาติที่กำลังละเมิดกฎหมายไทยในรูปแบบต่างๆ

นายกรัฐมนตรีประกาศจุดยืนอย่างแข็งกร้าวบนเวทีโรงเรียนเกาะพะงันศึกษาว่า รัฐบาลจะไม่ยอมให้ชาวต่างชาติเข้ามา “ชุบมือเปิบ” หรือแย่งอาชีพคนไทยอย่างเด็ดขาด โดยระบุว่าเรายินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวที่นำเงินมาจับจ่ายใช้สอยและพักผ่อน แต่จะไม่ยอมให้ใครเข้ามาตั้งตัวเป็นเจ้าของกิจการแข่งกับคนท้องถิ่น หรือเข้ามาใช้ทรัพยากรไทยเพื่อตักตวงผลประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่เคารพกฎหมาย “บ้านเรามีหน้าที่ทำให้เขาได้รับความสะดวกที่สุด แต่เขาไม่ต้องมาทำหน้าที่แทนเรา” นายกฯ กล่าวอย่างมีนัยสำคัญ

โดยนายอนุทินย้ำชัดว่า พื้นที่หน้าวิลล่าหรูหรือโรงแรมหรูทุกแห่งไม่มีสิทธิอ้างความเป็นเจ้าของเหนือผืนทรายและชายหาด เนื่องจากเป็นที่สาธารณะที่ประชาชนทุกคนต้องเข้าถึงได้ รัฐบาลเตรียมสั่งการให้กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ และท้องถิ่น ทำการโซนนิ่งใหม่ทั้งหมดเพื่อขจัดปัญหาการบุกรุกพื้นที่รัฐ พร้อมสั่งเบรกขบวนการ “นอมินีที่ดิน” ที่มักมีพฤติกรรมกว้านซื้อที่ดินทำกินของชาวบ้านผ่านบริษัทนอมินีแล้วนำไปซอยย่อยเพื่อเก็งกำไร โดยย้ำว่าการจัดสรรที่ดินทำกินหลังจากนี้จะต้องตกถึงมือเกษตรกรและชาวบ้านตัวจริงเท่านั้น

นอกจากเรื่องการจัดระเบียบสังคม นายกฯ ยังมองไปถึงการสร้าง “พะงันโมเดล” ให้สามารถยืนหยัดได้ด้วยขาของตัวเองผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระดับเมกะโปรเจกต์ ทั้งการเร่งรัดโครงการอ่างเก็บน้ำเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตขาดแคลนน้ำจืด และการยกระดับความเสถียรของระบบไฟฟ้าให้รองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวในอนาคต โดยให้คำมั่นสัญญาว่าเกาะพะงันจะต้องไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมมลพิษเข้ามาทำลายธรรมชาติอย่างแน่นอน “หากเกาะพะงันยังไม่มีความสงบเรียบร้อย ถือเป็นความล้มเหลวในการทำงานของรัฐบาล” นายอนุทินกล่าวทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจ

พร้อมประกาศวางเดิมพันด้วยความรับผิดชอบของ สส. ในพื้นที่ว่า ทุกนโยบายที่ประกาศไปในวันนี้จะต้องเกิดขึ้นจริง เพื่อให้ชาวเกาะพะงันมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถประกอบอาชีพบนผืนแผ่นดินเกิดได้อย่างเต็มภาคภูมิ ท่ามกลางเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากชาวบ้านในพื้นที่ที่มารอให้กำลังใจและมอบดอกไม้แทนคำขอบคุณในการลงพื้นที่ตัดสินปัญหาเชิงรุกในครั้งนี้
