บทความทางกฎหมาย โดยอัยการวรเทพ สกุลพิชัยรัตน์ เรื่อง “ขึ้นต้นเป็น บอสส์ ลงท้ายเป็น บุ๋ม เส้นบางบางระหว่าง ธุรกิจ กับ หลอกลวงประชาชน”

บทความทางกฎหมาย โดยอัยการวรเทพ สกุลพิชัยรัตน์

เรื่อง “ขึ้นต้นเป็น บอสส์  ลงท้ายเป็น บุ๋ม

 เส้นบางบางระหว่าง ธุรกิจ กับ หลอกลวงประชาชน

นาทีนี้ คงไม่มีข่าวใดดังไปกว่า “ดิไอคอนกรุ๊ป” หรือ “ บอสส์พอลล์”  กลบกระแส “แม่ตั๊ก กะ ป๋าเบียร์” ไปเลย

ทำไม คดี “ดิไอคอนกรุ๊ป” จึงดัง

ไทยพีบีเอส ออนไลน์ ( ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๗) : ความคืบหน้าประชาชนเดินทางเข้ามาแจ้งความกับผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด ยอดตัวเลขรวมทั้งหมด กว่า 1,000 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 400 ล้านบาท และยังคงมีประชาชนเดินทางเข้ามาแจ้งความอย่างต่อเนื่อง

ภาพข่าวช่อง ๓ (๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๗) คดี ดิไอคอน มีผู้เสียหายแจ้งความทั่วประเทศ ๔,๐๒๗ ราย  มูลค่าความเสียหาย ๑,๒๕๒ ล้านบาท

โมเดลธุรกิจ ดิไอคอนกรุ๊ป” แปลก และ สลับซับซ้อน มากกว่า “ธุรกิจขายตรง”

ดิไอคอนกรุ๊ป”ทำธุรกิจออนไลน์ ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ โดยมีโมเดลในการทำธุรกิจที่ แปลกและสลับซับซ้อน มากกว่า “ธุรกิจขายตรงมีการขายสินค้าให้กับผู้ที่มาลงทุน และมีการอบรมคอร์สต่างๆ  ผู้ที่สนใจธุรกิจเป็นผู้ที่ตัดสินใจลงทุน มีการนำดาราและ ผู้มีชื่อเสียงมาแนะนำสินค้า (พรีเซนเตอร์หรือร่วมเป็นบอสส์) มีการจัดอีเวนต์ใหญ่โต เพื่อจูงใจให้คนซื้อสินค้าของบริษัทแต่คนที่ซื้อไปแล้วแต่           ไม่สามารถขายต่อได้ มีการหาเครือข่าย”  ผ่านรายการทีวี คนที่เป็นบอสส์จะบอกลูกทีมว่า ต้องการรายชื่อหรือไม่ ถ้าต้องการต้องจ่ายเงินมาคนละ 10,000 บาท เพื่อรวบรวมเงินให้ได้ 300,000 บาท เพื่อนำไปซื้อชั่วโมงรายการ เมื่อไปออกรายการแล้ว จะได้คอนแทคของคนที่คอมเมนต์เข้ามา แล้วนำไปแจกจ่ายในกลุ่ม เพื่อให้ไปติดต่อตามสคริปต์ที่ระบุไว้ให้ เพื่อจะได้เข้ามาร่วมเป็นลูกข่ายอีกที

มีข้อสังเกตว่า ดิไอคอนกรุ๊ป ไม่ได้โฆษณาขายสินค้า(โดยตรง)แต่โฆษณาคนด้วยเงิน และทรัพย์สิน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นการลวงเพื่อให้เข้ามาสู่ระบบธุรกิจ

ดิไอคอนกรุ๊ป” ธุรกิจขายตรง หรือ ตลาดแบบตรง ?

เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๑  บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ได้มีหนังสือถึง สคบ. ขอหารือลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัท ว่าจะเข้าลักษณะแบบใด “ ธุรกิจขายตรง หรือ ตลาดแบบตรง”

โดยระบุรายละเอียดการประกอบธุรกิจ ดังนี้

๑) บริษัทฯ เปิดรับสมัคร ผู้จัดจำหน่าย โดยให้ผู้ที่ที่สนใจเป็นผู้จัดจำหน่ายสามารถเข้าแจ้งความจำนง หรือจองสิทธิเป็นผู้จัดจำหน่ายในระดับที่บริษัทได้กำหนดให้ แบ่งเป็นผู้จัดจำหน่าย รายย่อย ได้แก่ Distributor ,VIP Distributor Dealer และผู้จำหน่ายรายใหญ่ ได้แก้แก่ Exclusive Dealer

๒) การจองสิทธิเป็นผู้จำหน่ายมี ๒ ระดับ ได้แก่ระดับ Dealer ต้องชำระค่าจองสิทธิเป็นจำนวนเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท และระดับ Exclusive Dealer ต้องชำระค่าจองสิทธิเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดย เงินค่าจองสิทธิถือเป็นส่วนหนึ่งของการชำระค่าสินค้า ก่อนวันที่จะมีการส่งมอบสินค้า

๓) เมื่อบริษัทฯ ประกาศช่วงเปิดรับคำสั่งซื้อสำหรับผู้จัดจำหน่ายในระดับต่างๆ แล้ว ผู้จัดจำหน่ายจะต้องเข้ามาเปิดใบสั่งซื้อและชำระเงินค่าสินค้างวดแรก ๓๐ ของของมูลค่าสินค้าที่รวมภาษีแล้วตาม             ใบสั่งซื้อ

๔) บริษัทฯ ได้กำหนดปริมาณ ราคา และผลตอบแทนอื่นๆ เพื่อเป็นรายการส่งเสริมการขายของบริษัทให้แก่ผู้จำหน่ายในแต่ละระดับ โดยมีการแจกทองคำและตั๋วเครื่องบินสำหรับท่องเที่ยว

๕) การประกอบธุรกิจของบริษัทฯ เช่น การสมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย โดยใช้ข้อความลักษณะเช่น “จองสิทธิการมัดจำสินค้าล่วงหน้า ๑๐๐,๐๐๐๐ บาท” เป็นต้น และการให้ของแถม สิทธิหรือประโยชน์ต่างๆ โดยจัดทำเป็นภาพโฆษณา โดยใช้ข้อความลักษณะเช่น “เปิดบิล ๑,๐๐๐ กล่อง เที่ยวเกาหลีฟรี และทองคำ ๑๐ กรัม” เป็นต้น

๖) บริษัท ดีโอคอนกรุ๊ป จำกัด ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ”Boom-Thailand เพจบริษัท”

ps://www.facebook.com/boomofficials เป็นช่องทางในการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ

สรรพคุณ ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยใช้ข้อความลักษณะเช่น ผิวสวยแค่ดื่ม ผิวสวยไม่กลัวแดด เป็นต้น

กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงสคบ.พิจารณาแล้วเห็นว่า

() ลักษณะการประกอบธุรกิจของ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด มีลักษณะเป็นการขายส่ง ขายปลีก ให้สมาชิก โดยสมาชิกจะ ได้รับส่วนลดจากการซื้อสินค้าเมื่อสะสมยอดการซื้อสินค้าได้ตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้ในรายการส่งเสริมการขาย และเมื่อนำไปจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค ก็จะได้รับกำไร จำหน่ายปลีกอันเป็นลักษณะของรูปแบบการขายส่ง ขายปลก ธรรมดา มิใช่เป็นการทำตลาดในลักษณะของการนำเสนอขายสินค้าโดยตรงไปยังผู้บริโภค โดยผ่านตัวแทนขายตรง หรือ ผู้จำหน่ายอิสระซึ่งได้ทำสัญญาระหว่าง ผู้จำหน่ายอิสระ กับผู้ประกอบธุรกิจขายตรง  และมีเงื่อนไขที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจ่ายผลตอบแทนตามแผนการจ่ายผลตอบแทน

ดังนั้น รูปแบบการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ***** จึไม่ใช่การประกอบธุรกิจขายตรง*****ตามคำนิยามในมาตรา ๓ ที่จะต้องจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง ตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ (เทียบเคียงมติคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง ครั้งที่ ๑๖/๒๕๖๐ วาระที่ ๓.๓.๓ เรื่อง พิจารณาข้อหารือรูปแบบการประกอบธุรกิจของบริษัท แอบซลูท บาย จิ๊บ จำกัด )

(๒) การที่ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ได้โฆษณาคุณภาพหรือสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร โดยใช้ข้อความลักษณะเช่น ผิวสวยแค่ดื่ม ผิวสวยไม่กลัวแดด อาจเป็นการโฆษณาคุณประโยชน์

คุณภาพ หรือ  สรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดย            ไม่สมควร อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๐ ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา ๗๐ คือ จำคกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้โฆษณาคุณประโยชน์คุณภาพหรือสรรพคุณของอาหารทางเฟซบุ๊ก ชื่อ”Boom-Thailand เพจบริษัท” เพื่อประโยชน์ในทางการค้า โดยไม่ได้นำภาพ หรือข้อความที่จะโฆษณาดังกล่าวนั้นให้ผู้อนุญาตตรวจพิจารณาก่อนโฆษณาอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๖๖ มาตรา ๔๑ ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา ๗๑ คือโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท

ดังนั้น เห็นควรส่งเรื่องดังกล่าวไปยัง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

() การที่ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ได้เปิด รับสมัครผู้จัดจำหน่ายโดยการจองสิทธิ

ป็นผู้จำหน่าย ๒ ระดับ ได้แก่

๑. ระดับ Dealer ต้องชำระค่าจองสิทธิเป็นจำนวนเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท และต้องซื้อสินค้าเป็นเงิน ๒๐๕,๐๐๐ ถึง ๑,๐๘๐,๐๐๐ บาท

. ระดับ Exclusive Dealer ต้องชำระค่าจองสิทธิเป็นจำนวนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทโดยต้องซื้อสินค้าเป็นเงิน ๑,๗๕๐,๐๐๐ ถึง ๑๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้ เช่น ทองคำ ตัวเครื่องสำหรับท่องเที่ยว และเงินสด เป็นต้น อันมีลักษณะเป็นการลงทุนแล้วได้รับผลตอบแทน อีกทั้ง ยังได้มีการโฆษณาหรือประกาศให้ปรากฏหรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ปรากฏแก่บุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปว่า ในการกู้ยืมเงินตนหรือบุคคลใดจะจ่าย หรือ อาจจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ตามพฤติการณ์แห่งการกู้ยืมเงิน ในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุด ที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้

ซึ่งอาจเข้าข่าย เป็น ความผิดตามมาตรา ๔ แห่งพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งมีบทลงโทษตามมาตรา ๑๒ คือจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังผ้าฝืนอยู่

ดังนั้น เห็นควรส่งเรื่องดังกล่าวไปยัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

(๔) บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ได้มีการแสดงข้อความโฆษณาสินค้าโดยประกาศว่าผู้ประกอบธุรกิจจัดให้มีการแถมของรางวัลตามรายการส่งเสริมการขายเมื่อผู้จัดจำหน่ายได้สั่งซื้อสินค้าครบตามจำนวนที่บริษัทฯ ได้กำหนด เช่น ทองคำ ตั๋วเครื่องบินสำหรับท่องเที่ยว และเงินสด เป็นต้น โดยมิได้ระบุรายละเอียดให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๖๒ ว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในด้าน

โฆษณาอาจเป็นการกระทำฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

ดังนั้นจึงเห็นควรส่งเรื่องดังกล่าวไป กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ต่อมา สคบ. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้มีหนังสือถึง

๑. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

๒. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

๓. ส่งรายละเอียดข้อเท็จจริงให้กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา

เพื่อให้ ทั้งสามหน่วยงาน พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

แต่แล้ว เรื่องก็เงียบ…….. หายไปในกลีบเมฆ

​​จากปี ๒๕๖๑ สู่ ๒๕๖๗ ฝีเริ่มแตก และ แผลเริ่มระเบิด

​​ บอสส์” ต่างต่างถูกจับกุม และถูกอายัดทรัพย์

​​มาดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๓ ,๘๓ ฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน

ซึ่งมีโทษ จำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 343 ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความ อันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาช เป็นเหตุให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินของผู้ถูกหลอก และประชาชน (ผู้ถูกหลอก)ผู้กระทำต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้

(1) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา

(2) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

(๓)…..

(๔)…..

(๕)เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)

ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง (๑) มิได้ กระทำต่อประชาชน แต่เป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ผู้กระทำ ผู้เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้เป็นความผิดอันยอมความได้ ( แสดงว่า หากกระทำต่อประชาชน ยอมความไม่ได้ )

3) พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๗

มาตรา ๔การกระทำที่เป็นความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

ผู้ใด โฆษณา หรือประกาศ หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ปรากฏแก่บุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ในการกู้ยืมเงินตน หรือ บุคคลใด จะจ่ายหรืออาจจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ตามพฤติการณ์แห่งการกู้ยืมเงินในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ ซึ่งตนรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่า ตนหรือบุคคลนั้นจะนำเงินจากผู้ให้กู้ยืมเงินรายนั้นหรือรายอื่นมาจ่ายหมุนเวียนให้แก่ผู้ให้กู้ยืมเงิน หรือ โดยที่ตนรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่า ตนหรือบุคคลนั้นไม่สามารถประกอบกิจการใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนพอเพียงที่จะนำมาจ่ายในอัตรา และ ในการนั้นเป็นเหตุให้ตนหรือบุคคลใดได้กู้ยืมเงินไป ถือว่า ผู้นั้นได้กระทำความผิดฐาน กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง

มาตรา ๑๒ ผู้ใด กระทำความผิดตามมาตรา ๔ หรือมาตรา ๕ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ห้าปีถึงสิบปี และ ปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาทและปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

คําพิพากษาศาลฎีกาที่ 4117/2565การชักชวนให้บุคคลทั่วไปหรืออย่างน้อยตั้งแต่สิบคนขึ้นไปนําเงินมาลงทุนกับจําเลยโดยการโฆษณาหรือประกาศให้ปรากฏต่อประชาชน คือการกระทําให้ปรากฏแก่ประชาชนทั่ว ๆ ไป ไม่ว่าด้วยการโฆษณาทางสื่อมวลชนหรือป่าวประกาศต่อประชาชนในสถานที่ต่าง ๆ จึงไม่จําเป็นที่จําเลยจะต้องกระทําการดังกล่าวต่อผู้เสียหายแต่ละคนด้วยตนเองตั้งแต่ต้นทุกครั้งเป็นคราว ๆ ไป เพียงแต่จําเลยแสดงข้อความหลอกลวงให้ปรากฏแก่ผู้เสียหายบางคนแล้วเป็นผลให้ประชาชนหลงเชื่อและนําเงินมาลงทุนกับจําเลยก็ถือเป็นความผิด

​​ )  พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ และ พ.ศ.๒๕๖๐

ธุรกิจขายตรง ( DIRECT SELLING)ซึ่งเป็นวิธีการจำหน่ายสินค้าหรือบริการที่มีลักษณะเข้าถึงตัวผู้บริโภค โดยมีผู้ขายที่เรียกชื่อตามกฎหมายว่า ผู้จำหน่ายอิสระ หรือ ตัวแทนขายตรงเป็นผู้นำสินค้าไปอธิบาย หรือสาธิตเกี่ยวกับสรรพคุณ คุณภาพของสินค้าแก่ผู้บริโภคโดยตรงตามสถานที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค หรือสถานที่ทำงาน หรือสถานที่อื่นที่ไม่ใช่สถานที่ค้าขายตามปกติ

มีข้อสังเกตว่าผู้บริโภคจำนวนมากอาจได้รับความเสียหายจากการกระทำในลักษณะ แชร์ลูกโซ่หรือแบบพีระมิดที่แฝงเข้ามาในระบบธุรกิจขายตรง โดยผู้ประกอบธุรกิจจะใช้วิธีการชักชวนให้ประชาชนมาสมัครเป็นสมาชิกเข้าร่วมเป็นเครือข่าย และสัญญาว่าจะให้ประโยชน์ตอบแทนจากการชักจูงผู้อื่นให้เข้ามาร่วมเป็นเครือข่าย และแสดงให้ผู้ถูกชักจูงเห็นว่าจะได้รับเงินหรือกำไรมากกว่าประโยชน์ที่ผู้นั้นได้จ่ายไป โดยไม่คำนึงถึงรายได้จากการขายสินค้า

และเมื่อ ผู้ประกอบธุรกิจระดมทุนได้ตามที่ต้องการแล้วก็จะเลิกล้มไป ผลเสียจะตกแก่ผู้บริโภค ซึ่งที่ผ่านมามีผู้บริโภคจำนวนมากได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าว

       ส่วน การทำธุรกิจตลาดแบบตรง (DIRECT MARKETING ) นั้น จะไม่มีพนักงานขาย เพราะเป็นการขายสินค้า หรือบริการในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลผ่านสื่อต่างๆ(ขายผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น)  และไม่มีผลตอบแทน ผู้บริโภคจึงไม่สามารถจับต้องสินค้าหรือเห็นรูปร่างลักษณะของสินค้าได้อย่างชัดเจน

ปัญหาที่เกิดขึ้นแก่ผู้บริโภคในขณะนี้ ส่วนใหญ่พบว่าสินค้าที่ผู้บริโภคสั่งซื้อมักจะไม่ตรงกับคำกล่าวอ้างตามที่ได้โฆษณาผ่านสื่อต่างๆ และ เมื่อผู้บริโภคใช้สิทธิคืนสินค้าตามที่ผู้ประกอบธุรกิจให้คำรับประกันความพอใจก็ ไม่ได้รับเงินคืน หรือได้รับเงินคืนล่าช้าเกินควร

มาตรา 19. ห้ามมิให้ ผู้ประกอบธุรกิจขายตรง และ ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่าย ในการประกอบธุรกิจขายตรง หรือในการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง โดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น

หากฝ่าฝืนจะมีบทกำหนดโทษ ตาม มาตรา ๔๖ คือโทษจําคุกไมเกินหาปและปรับไมเกนห้าแสนบาท

ผู้เขียนเห็นว่า แม้จะจดทะเบียนขายตรงถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม แต่หากไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ต่กลับทำธุรกิจหลอกลวงประชาชนเพื่อให้ได้ทรัพย์ ก็อาจจะเป็นความผิดฐาน            ฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๓, ๘๓ ซึ่งมีโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ

“การประกอบธุรกิจของ ดิไอคอนกรุ๊ป จะเป็นความผิดตามกฎหมายใด จะเป็น “ธุรกิจแบบขายตรง” หรือเป็น “ ตลาดแบบตรงจะเป็นความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”, และ/หรือฐาน           “ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และ/หรือ ฐาน  “กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และ/หรือ ฐาน “ผู้ประกอบธุรกิจขายตรง” และ “ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง” ดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการ ชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่าย ในการประกอบธุรกิจขายตรง หรือในการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง โดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่าย และ/หรือ จะเป็น ความผิดฐาน “ฟอกเงิน”หรือ ความผิดฐานอื่นใดอีกด้วยหรือไม่นั้น ?  คงต้องติดตามตอนต่อไป      

“ขึ้นต้นเป็น บอสส์  ลงท้ายเป็น บุ๋ม

 เส้นบางบางระหว่าง ธุรกิจ กับ หลอกลวงประชาชน”

นายวรเทพ  สกุลพิชัยรัตน์

อัยการศาลสูงจังหวัดสมุทรปราการ

(อดีต) รองประธานคณะอนุกรรมาธิการการศึกษาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน (คนที่สอง) ในคณะกรรมการธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร (สมัยที่ 25)

๑๙ ตุลาคม 2567  

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts