กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเข้าทำการจับกุม นายเอกพล หรือเต้ย อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 336/2569 ลงวันที่ 3 เมษายน 2569 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ลักทรัพย์โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน (บัญชีม้า) ตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยสามารถจับกุมได้บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2569

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงกลางปี 2566 มีผู้เสียหายถูกกลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์และติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า หลอกลวงว่ามีเรื่องค่าบริการและค่าใช้จ่ายที่ต้องรีบดำเนินการแก้ไข ก่อนจะใช้อุบายหว่านล้อมสร้างความตกใจและหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินรวมกว่า 30,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารเพื่อเป็นค่าดำเนินการ แต่หลังจากโอนเงินเรียบร้อยแล้ว กลุ่มมิจฉาชีพกลับตัดการติดต่อทุกช่องทาง เมื่อผู้เสียหายสอบถามไปยังการไฟฟ้าโดยตรง จึงทราบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อหาและไม่มีค่าใช้จ่ายดังกล่าวอยู่จริง รู้ตัวว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง จึงนำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี

กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า นายเอกพล ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารรับโอนเงินหรือบัญชีม้าในคดีนี้ ได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ และกำลังเดินทางด้วยรถไฟเข้ามายังกรุงเทพมหานคร จึงได้วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ กระทั่งพบตัวนายเอกพลที่มีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ จึงแสดงตัวพร้อมแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเข้าทำการตรวจสอบและจับกุมตัวไว้ได้

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเอกพล ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเมื่อช่วงปี 2565–2566 เคยเปิดบัญชีธนาคารผ่านแอปพลิเคชันมือถือ ซึ่งในสมัยนั้นใช้เพียงเลขบัตรประชาชนและรหัสหลังบัตรในการยืนยันตัวตนโดยไม่ต้องสแกนใบหน้า จึงคาดว่าอาจถูกบุคคลใกล้ชิดนำข้อมูลส่วนบุคคลไปแอบอ้างเปิดบัญชีม้าโดยที่ตนเองไม่รู้เรื่อง พร้อมกับฝากเตือนไปยังประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการสมัครใช้บริการแอปพลิเคชันต่างๆ เพราะอาจถูกผู้ไม่หวังดีหรือคนใกล้ตัวนำข้อมูลไปใช้กระทำความผิดทางกฎหมายได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 (บก.สอท.5) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป