แพร่เผชิญแล้งจัดทุเรียนหมอนทองผาตืมผลร่วงยืนต้นตาย

จากสถานการณ์แห้งแล้งหนักในพื้นที่ จ.แพร่ เพราะฝนไม่ตกลงมาเลย อากาศแล้งจัด บางวันอุณหภูมิสูงถึง 43 องศาฯ ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์แล้งจัดนี้ โดยเฉพาะคนทำสวนทุเรียนในป่าเส้นทางถนนลอยฟ้า แถวป่าผาตืม ต.ป่าแดง อ.เมือง จ.แพร่ ถึงเขตรอยต่อบ้านน้ำพร้า ต.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ เพราะเมื่อ 2-3 ปีผ่านมา เริ่มได้เงินจากผลผลิตทุเรียนหมอนทองเป็นกอบเป็นกำ และกำลังเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป

มาปีนี้โดนภัยแล้งกระทบหนัก ต้นที่กำลังปลูกใหม่ช่วงฤดูฝนปีนี้ทำท่าไม่รอด พากันแห้งตาย เพราะไม่มีฝนมาช่วย ส่วนต้นเก่ากำลังออกผลผลิต ออกดอก ขาดน้ำ ต้องเร่งหาน้ำมารดประคอง ช่วยป้องกันต้นทุเรียนสลัดดอกและช่อผลทิ้ง หากเป็นอย่างนั้นผลผลิตทุเรียนหมอนทองผาตืมปีนี้ขาดตลาดแน่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหา ชาวบ้านจึงพากันต่อประปาภูเขามาจากต้นน้ำแม่สายสะพาน 9 เดินท่อยาวหลายกิโลฯ มาบรรเทาความแล้งและรดต้นทุเรียน

ด้าน นายนิรันดร์ พันเชิง อายุ 58 ปี ชาวบ้านเจ้าของสวนทุเรียนและสวนกาแฟ ป่าผาตืม กล่าวว่า เดิมทีเกษตรกรแถวนี้จะทำสวนเมี่ยง แต่เนื่องจากปัจจุบันคนกินเมี่ยงน้อยลง ขายยาก ราคาไม่ดี จึงพากันมาปลูกทุเรียนและกาแฟ และเมื่อ 2-3 ปี ที่ผ่านมา ทุเรียนผาตืมได้ออกสู่ตลาด ทำให้ชาวบ้านมีความหวัง เพราะราคาทุเรียนสูง และกำลังเป็นที่รู้จักของตลาดทั่วไป ปีที่แล้วหลายสวนสามารถหยิบเงินแสน มาปีนี้จึงขยายปลูกทุเรียนเพิ่ม หวังว่าต้นเดิมจะเพิ่มผลผลิต ขายได้เหมือนเดิม

เจ้าของสวนทุเรียนที่ป่าผาตืม กล่าวต่อว่า แต่เมื่อเจอสภาพอากาศแห้งแล้ง น้ำในลำห้วยใกล้ๆ สวนแห้ง จึงเหมือนสกัดดาวรุ่ง ไม่มีน้ำรถต้นทุเรียน ต้นที่ปลูกใหม่เริ่มตาย ต้นที่กำลังออกผลผลิตกำลังได้รับผลกระทบ ชาวเกษตรกรต้องหาน้ำมาประคอง เร่งให้น้ำช่วยป้องกันต้นทุเรียนสลัดดอกและช่อผลทิ้ง ต้องขนน้ำใส่รถยนต์กระบะมารดน้ำทุเรียน แต่ก็ต้องแบ่งน้ำกันไปหลายสวน

“ปีนี้สู้กับไฟป่าก็หนักแล้ว สงกรานต์ก็ต้องเฝ้าสวน หาน้ำให้ต้นทุนเรียน สู้จนถึงที่สุด นี่แหละชีวิตการทำสวนทุเรียน ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ต้องปรับตัวสู้กับทุกสถานการณ์ ปีนี้ไม่หวังรวย แต่ต้องให้ต้นทุเรียนรอดก็เพียงพอ” นายนิรันดร์ กล่าว.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง