“สมศักดิ์” แนะศึกษาการเลี้ยง “โคแสนล้าน” จากครอบครัวต้นแบบ เพื่อความสำเร็จ

สุโขทัย-“สมศักดิ์” มอบรางวัลเกษตรกรเลี้ยงโคนำร่องประสบความสำเร็จ เผยเริ่มเลี้ยง 2 ตัว ผ่านไป 4 ปี มีวัวรวม 10 ตัว ชี้เป็นตัวอย่างการหายจน แนะผู้เข้าร่วมโครงการ “โคแสนล้าน” ศึกษาวิธีเลี้ยงคนสำเร็จ เพื่อปลดหนี้ได้ ย้ำเลี้ยงโคพรีเมียมมีผู้ประกอบการรับซื้อลูกวัวชนตัวผู้ 2 หมื่นบาทแน่นอน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อจังหวัดสุโขทัย และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายสุชาติ ทีคะสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย, นายมนู พุกประเสริฐ นายก อบจ.สุโขทัย, นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สส.สุโขทัย, น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ สส.สุโขทัย, นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย, นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการโคแสนล้าน, และเกษตรกรกว่า 300 คน เข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การมาพบปะพูดคุยกันในวันนี้ มีทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมด้วย เพราะตนอยากให้ทุกภาคส่วนเข้าใจการเลี้ยงวัวอย่างแท้จริง พร้อมอยากให้พี่น้องประชาชนทำความเข้าใจว่า วัวมีวิธีโตอย่างไรและเลี้ยงด้วยอะไร เนื่องจากยังมีคนบางกลุ่มที่ยังไม่เข้าใจว่า วัวไม่จำเป็นต้องให้หัวอาหารกิน โดยตนต้องเหนื่อยกับการอธิบาย เพื่อให้ผู้คนเข้าใจ แต่การเสนอโครงการส่งเสริมเลี้ยงวัวครั้งนี้ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นความโชคดีที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีความเข้าใจ จึงเห็นชอบโครงการโคแสนล้าน พร้อมช่วยลดอัตราดอกเบี้ยให้พี่น้องประชาชนจ่ายน้อยลงด้วย ซึ่งโครงการโคแสนล้านนั้น จะให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯเข้าร่วม 1 แสนครอบครัว โดยก็จะช่วยทำให้เกิดกำลังการซื้อ และทำให้วัวมีราคาสูงขึ้นด้วย

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า โครงการโคแสนล้านได้ตัวอย่างมาจากโครงการนำร่องที่จังหวัดสุโขทัย โดยวันนี้ตนได้เชิญครอบครัวที่ประสบความสำเร็จ จำนวน 6 ครอบครัว มาร่วมเล่าประสบการณ์ให้ทุกคนได้เห็นภาพด้วย พร้อมมีการมอบรางวัลในการเป็นต้นแบบ ซึ่งทั้ง 6 ครอบครัว เป็นตัวอย่างที่เลี้ยงวัวจาก 2 ตัว ผ่านมากว่า 4 ปี 5 เดือน มีวัวมากกว่า 10 ตัวแล้ว โดยเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า สามารถทำได้จริง และ 6 ครอบครัวนี้ ก็เป็นตัวอย่างของการหายจน เพราะสามารถปลดหนี้สินได้ทั้งหมดแล้ว ดังนั้นพี่น้องเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการโคแสนล้าน ตนก็อยากให้ศึกษาการเลี้ยงที่ประสบความสำเร็จของครอบครัวต้นแบบด้วยว่า มีวิธีการขยายพันธุ์อย่างไรให้โตได้เร็วที่สุด

 

ขณะที่ นายจิรพงษ์ กล่าวว่า ตนได้มีโอกาสมาช่วย นายสมศักดิ์ ขับเคลื่อนโครงการโคแสนล้าน ซึ่งโครงการนี้จะปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกร 50,000 บาท จำนวน 1 แสนครอบครัว โดยจะทำให้มีกำลังซื้อวัวในประเทศ ซึ่งจะทำให้ราคาวัวขยับขึ้น รวมถึงจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เสริม เพราะมีตัวอย่างการเลี้ยงวัว เริ่มต้น 2 ตัว ผ่านมา 4 ปี มีวัว 10 ตัวแล้ว โดยเรื่องนี้มีสื่อมวลชนบางแห่งไม่เชื่อ ตนจึงขอให้เกษตรกรที่ทำได้จริง ช่วยกันส่งเสียงเพื่อยืนยัน ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นการส่งเสริมเกษตรกร ดังนั้นคณะรัฐมนตรีจึงเห็นความตั้งใจ และเห็นชอบโครงการแล้ว ส่วนการแก้ปัญหาวัวเถื่อนนั้น ตนได้เสนอการแก้กฎหมายแล้ว โดย สส.พรรคเพื่อไทย จะช่วยขับเคลื่อนเสนอกฎหมายเข้าสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเพิ่มโทษจำคุก และยึดทรัพย์ขบวนการค้าวัวเถื่อนด้วย

ภายหลังการประชุม ยังมีการลงนามระหว่าง นายสมบูรณ์ นิรุตติเมธี หรือทนายต๋อย ผู้บริหารสนามกีฬาชนโคทุ่งทะเลหลวงสุโขทัย กับตัวแทนหมู่บ้าน เพื่อเป็นหลักประกันรับซื้อลูกวัวชนตัวผู้ ในโครงการ “โคเงินล้าน” นำร่องระยะที่ 1 จำนวน 400 ครอบครัว โดยจะมีการรับซื้อลูกวัวชนตัวผู้ อายุ 1 ปี-1 ปีครึ่ง ในราคา 2 หมื่นบาทด้วย

 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า โครงการเลี้ยงวัวพรีเมียมนั้น ตนได้ช่วยหาผู้ประกอบการมารับซื้อลูกวัวชน ในราคาตัวละ 20,000 บาท แต่ตนเชื่อว่า เมื่อถึงเวลาประชาชนจะไม่ยอมขาย เพราะจะมีคนอื่นมาให้ราคาที่ดีกว่าแน่นอน เนื่องจากปัจจุบันสายพันธุ์ดี ก็มีการรับซื้อลูกวัวชนอยู่ที่ตัวละ 45,000 บาทแล้ว ตนจึงขอให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ และสบายใจได้ว่าเลี้ยงแล้วสามารถขายได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ภายหลังพบปะกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ นายสมศักดิ์ พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่บ้านของครอบครัวที่เลี้ยงวัวนำร่องประสบความสำเร็จ โดยเกษตรกร อธิบายว่า ตนได้รับเงินสนับสนุนมา 30,000 บาท เพื่อซื้อวัว 2 ตัว ผ่านมา 4 ปี 5 เดือน ตนมีวัวรวมแล้ว 11 ตัว ซึ่งในจำนวนนี้มีตัวผู้อยู่จำนวน 3 ตัว โดยสามารถขายแล้วนำเงินไปซื้อตัวเมีย เพื่อขยายพันธุ์ต่อได้อีก ทำให้ปัจจุบั ตนไม่มีหนี้สินและมีเงินใช้เพียงพอ จึงขอขอบคุณที่ได้ผลักดันโครงการที่เป็นประโยชน์กับเกษตรกร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง