“ข้าวสาร”ชุ่มฉ่ำ นักท่องเทียวไทย-เทศ เล่นสาดน้ำสงกรานต์ส่งท้ายสนั่นเมือง

บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ ในวันที่ 15 เม.ย. หรือวันเถลิงศก ที่ถือเป็นวันเริ่มศกใหม่ หรือบางพื้นที่เรียก “วันพญาวัน” ปรากฏว่าตลอดช่วงเช้าตามวัดวาอารามและจุดที่ทางการกำหนด มีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินำอาหารสดอาหารแห้งออกมาทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ สรงน้ำพระพุทธรูปขอพรพระ เพื่อความเป็นสิริมงคลรับศกใหม่ อาทิ ที่วัดศรีบุญชุม อ.แม่ใจ จ.พะเยา ที่มีพิธีดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ ลอดซุ้มตาแหล๋วยักษ์ และดำหัวใส่ต้นโพธิ์ ตามประเพณีความเชื่อที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เช่นเดียวกับที่วัดกู่ม่านมงคลชัย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ชาวไทใหญ่ ที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่ พากันเข้าวัดทำบุญตั้งแต่เช้า และร่วมทำบุญปักตุงกองเจดีย์ทราย ขณะที่ วัดหนองแวงพระอารามหลวง ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น มีสาธุชนเข้ามากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ที่ประดิษฐานอยู่ภายในพระมหาธาตุแก่นนคร เพื่อความเป็นมงคลแก่ชีวิต ส่วนที่วัดอุสภาราม (บางวัว) ชาวตำบลบางวัวจัดขบวนแห่องค์หลวงพ่อน้อยและองค์หลวงพ่อดิ่ง แห่ไปถนนจรัญญานนท์ ให้ชาวบ้านได้สรงน้ำพระ พร้อมกับเล่นสาดน้ำกันด้วยความสนุกสนาน

ขณะเดียวกัน หลายจังหวัดรวมทั้งกรุงเทพ มหานครยังคงเปิดโอกาสให้เล่นสาดน้ำได้ต่อเนื่องในถนนข้าวสารมีหนุ่มสาวนำอุปกรณใส่น้ำ ทั้งปืนฉีดน้ำ ถังหลากหลายขนาดใส่น้ำออกมาเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน อาทิ ที่รอบคูเมืองเชียงใหม่ ถนนท่าแพ ถนนลอยเคราะห์ ประตูช้างเผือก ยาวไปจนถึงบริเวณแจ่งศรีภูมิ และบริเวณแจ่งกู่เฮือง ต่างเนืองแน่นไปด้วยผู้คนและรถกระบะออกมาเล่นน้ำเป็นจำนวนมากจนการจราจรติดขัด รวมไปถึงที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ทางเขื่อนได้ปล่อยน้ำให้ลงเล่นน้ำบริเวณจุดปากทางน้ำไหลออก ซึ่งมีประชาชนนับพันลงไปเล่นน้ำคลายความร้อนและวิดน้ำขึ้นสาดกันอย่างสนุกสนาน เช่นเดียวกับที่ จ.นครราชสีมา ทั้ง 32 อำเภอ ลูกหลานชาวเมืองย่าโมออกมาเล่นสาดน้ำกันต่อเนื่อง ที่ถนนราชดำเนิน หรือถนนขั่วหมี่ นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติสวมเสื้อลายดอกพร้อมถือปืนฉีดน้ำแห่ออกมาเล่นสงกรานต์กันอย่างคึกคัก ขณะที่รอบอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีก็เต็มไปด้วยรถกระบะที่บรรทุกถังน้ำหลั่งไหลมาจากต่างอำเภอ เพื่อมาเล่นน้ำสงกรานต์ในตัวเมือง

ส่วนบรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร วันสุดท้าย ตั้งแต่ช่วงเที่ยงเป็นต้นมานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาร่วมสนุกกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในช่วงเย็นค่ำ ปริมาณผู้คนหนาแน่นเต็มพื้นที่ทั้งในถนนข้าวสารและบริเวณพื้นที่รอบนอก เจ้าหน้าที่ ตำรวจสนธิกำลังกับเทศกิจ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและอาสาสมัคร ร่วมตั้งจุดคัดกรองตรวจตราเข้มงวดโดยใช้เทคโนโลยีระบบ AI เพิ่มศักยภาพให้กล้อง CCTV จดจำใบหน้าบุคคลที่เดินผ่านไปมา บอกข้อมูลประวัติบุคคลให้ตำรวจที่นั่งประจำการอยู่ตรวจสอบ รวมทั้งวิเคราะห์ความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวเพื่อป้องกันความแออัดจนเกินปริมาณที่รับได้ นอกจากนี้ยังมีการเปิดช่องทางฉุกเฉินให้เข้าออกได้อีก 6 จุดภายในถนนข้าวสาร ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางมาต่างนำปืนฉีดน้ำหลากรุ่นหลายขนาดฉีดน้ำสาดใส่กัน พร้อมเต้นรำตามจังหวะเสียงเพลงเร้าใจกันแบบสุดเหวี่ยง โดยมีกำหนดยุติการจัดงานในเวลาประมาณ 22.00 น.

เช่นเดียวกับโดยรอบท้องสนามหลวง ที่มีการจัดงานเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ เป็นวันสุดท้าย ตั้งแต่บ่ายถึงค่ำสภาพการจราจรโดยรอบท้องสนามหลวงยิ่งเนืองแน่นไปด้วยรถกระบะและจักรยานยนต์ที่พร้อมเข้ามาเล่นสาดน้ำกันให้ชุ่มฉ่ำก่อนหมดเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง