ทสจ.ชัยภูมิ เปิดศูนย์ประสานงานติดตามสภาวะโลกร้อน

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2567 นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วย นางศิริพร นาคนิยม ปธ.แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดชัยภูมิ ข้าราชการฝ่ายปกครอง ฝ่ายท้องถิ่น หน.ส่วนราชการ จนท.อุทยานแห่งชาติตาดโตน ,อช.ป่าหินงาม ,อช.ภูแลนคา ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมพิธีเปิดศูนย์ประสานงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ จังหวัดชัยภูมิ (Provincial Climate Change and Biodiversity Coordination Center : PCCB) ณ อาคารสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยภูมิ โดยมีนายอริยะ เชื้อชม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยภูมิ และจนท.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยภูมิ ให้การต้อนรับก่อนที่จะกล่าวรายงานและพาผู้เข้าร่วมงาน เข้าชมนิทัศน์การภายในงานและร่วมปลูกต้นไม้ เพื่อช่วยดูดซึมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดความร้อน


นายอริยะ เชื้อชม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่าในการเปิดศูนย์ประสานงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพจังหวัดชัยภูมิ ในวันนี้ สืบเนื่องจาก ประเทศไทยได้แสดงเจตจำนงต่อประชาคมโลก ในการประชุมระดับ ผู้นำ COP26 ณ เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร เพื่อบรรลุเป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ. ๒๕๙๓ (ค.ศ. ๒๐๕๐) และบรรลุเป้าหมายการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ในปีพ.ศ. ๒๖๐๘ (ค.ศ. ๒๐๖๕)

 

ด้วยนโยบาย แผนงานและ แผนปฏิบัติการต่างๆ เช่น แผนที่ทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๓ กระผมจึงขอเรียนความเป็นมา และวัตถุประสงค์การจัดตั้งศูนย์ประสานงานด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ จังหวัดชัยภูมิ พอสังเขป ดังนี้ สืบเนื่องจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดทุกแห่ง จัดตั้งศูนย์ประสานงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความหลากหลายทางชีวภาพระดับจังหวัด

เพื่อใช้เป็นศูนย์ในการประสานงานบริการข้อมูล ให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการบริหาร จัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับพื้นที่ ให้อยู่ ในระดับที่เหมาะสมโดยบูรณาการการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน รวมทั้งสนับสนุนนโยบายของ รัฐบาลให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. ๒๕๙๓) และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emission) ภายในหรือก่อนหน้า ปี ค.ศ. 2065 (พ.ศ. ๒๖๐๘)

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงาน ตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ /จึงได้จัดตั้ง… จึงได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทาง ชีวภาพ จังหวัดชัยภูมิ ขึ้น ณ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยภูมิ โดยมี วัตถุประสงค์ ดังนี้ ๑. เพื่อสื่อสาร สร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เกิดความตระหนักรู้ในวงกว้างในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ ภาคประชาชน เพื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวัน ๒. เพื่อประสานความร่วมมือ เชื่อมโยงการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ ร่วมกับหน่วยงานรัฐทั้งภายในและภายนอก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคเอกชน องค์กรพัฒนา/ภาคประชาสังคมและ ภาคประชาชน ๓. เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการบูรณาการการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ สู่กิจกรรมต่างๆ ของจังหวัด ครอบคลุมการลด ก๊าซเรือนกระจก การดูดกลับก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันทุกมิติ 4. เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมและหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การเป็นต้นแบบการพัฒนาแบบคาร์บอนต่ำและขยายผลไปยังองค์กรร่วมดำเนินงานอื่นๆ จากรายงานการศึกษา พบว่า จังหวัดชัยภูมิ มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ (ปีฐาน) จำนวน ๑,๘๗๐,๑๒๔ ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากสาขา ๕ ภาคส่วน คือ ๑) ภาคพลังงาน ๒) ภาคขนส่ง ๓) ภาคการจัดการของเสีย ๔) ภาคกระบวนการอุตสาหกรรม และการใช้ผลิตภัณฑ์ และ ๕) ภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการดูดซับ/กักเก็บ ก๊าซเรือนกระจก คือ ภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน จำนวน ๒๔๕,๑๒๒ ตันคาร์บอน- ไดออกไซด์เทียบเท่า คงเหลือก๊าซเรือนกระจกอีกจำนวน 1,625,002 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า ซึ่งเป็นค่าเป้าหมายที่จังหวัดชัยภูมิต้องร่วมกันลดก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้

จึงอยากจะขอให้ประชาชนได้ให้ความร่วมมือหยุดเผา หยุดทำลายป่าขอให้ตระหนักว่าในปัจจุบันนี้มีสภาพอากาศกำลังร้อนขึ้น และในอนาคตก็จะร้อนอย่างต่อเนื่องอีก หากทุกคนยังไม่หยุดสร้างมลพิษไม่หยุดทำลายสภาพแวดล้อม และบรรยากาศของโลกใบนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง