ชาวนาดีทุกข์หนัก!ช้างป่ายกโขลงยึดสวนกล้วยพังยับ

ปราจีนบุรี–ชาวนาดีต่างทุกหนักและหวาดผวากันทั้งคืนช้างป่าอ่างฤาไน 13 ตัว ยกโขลงยึดสวนกล้วย อบต.สาว ต.วังท่าช้างเละเสียหายหนัก ขณะผืนป่าทับลาน อ.นาดี ช้างป่าโผล่อาละวาดรายวันทำลายพืชสวนเสียหายเป็นวงกว้าง ด้านหัวหน้านอุทยานฯเตรียมสร้างที่กักช้างเกเรออกนอกป่าสร้างความเดือดร้อนชาวบ้าน

ชาวบ้านหมู่บ้านคลองหันแดง ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี อยู่ด้วยความหวาดระแวงและเดือดร้อนหนักเนื่องจาโขลงช้างป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา ( ในเขตป่าราบต่ำผืนสุดท้ายของไทยป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา,จ.สระแก้ว,จ.ชลบุรี,จ.จันทบุรีและ .ระยอง )จำนวน 13 ตัว อพยพข้ามฝั่งมาหากินเข้ายึดสวนกล้วยกินทำลายเสียหายหนัก

โดยเฉพาะสวนกล้วยของ น.ส.นรมล ระยองชาว สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง (ส.อบต ) ม.7 อาชีพทำให้สวนกล้วยน้ำว้าที่ปลูกไว้ 3 ไร่ที่กำลังออกเครือใกล้เก็บผลผลิตเสียหายเกือบยกแปลง และโขลงช้างป่า ยังได้พากันยกโขลงบุกเข้ากัดกินและเหยียบย่ำสวนกล้วยน้ำว้าแม่ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง (ส.อบต.)ต่ออีก 15 ไร่เสียหายหมด

น.ส.นรมล กล่าวว่า มีลูกบ้านได้โทรมาบอกว่ามีโขลงช้างป่า 13 ตัว จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา ข้ามฝั่งเข้ามาหากิน ยกโขลงมากัดกินกล้วยในสวนจึงแจ้งผู้นำหมู่บ้านและชุดจิตอาสาเฝ้าระวังช้างป่า ต.วังท่าช้าง ให้ทราบเพื่อเฝ้าระวังและผลักดัน พร้อมทั้งประกาศแจ้งเตือนลูกบ้านให้ระวังอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สินที่อาจเกิดจากโขลงช้างป่าดังกล่าว ซึ่งคาดว่าโขลงช้างป่าจะหลบซ่อนอยู่ในป่าทึบข้างหมู่บ้านโดยจะยกโขลงออกมาหากินในสวนของชาวบ้านในยามค่ำคืนสร้างความเสียหายวงกว้าง

ด้านนายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน กล่าวว่า สำหรับช้างป่าในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานที่มีพฤติกรรมเกเรดื้อรั้นไม่ยอมกลับเข้าป่า ในแถบ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี นั้น เบื้องต้นเริ่มตรวจสอบพบบ้างแล้ว โดยเฉพาะในฝั่งจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นช้างเดี่ยวตัวผู้หรือช้างโทน ที่มีพฤติกรรมเป็นสเก๊าต์หน้า หรือเป็นชุดตรวจสอบหาแหล่งอาหาร ก่อนที่จะกลับไปตามโขลงมาร่วมหากิน ซึ่งกลุ่มนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสำรวจข้อมูลและอาจจะต้องใช้การกักบริเวณเข้าช่วยจัดการปัญหาเป็นการเร่งด่วน ในการหาพื้นที่ที่กักบริเวณช้างป่าที่มีพฤติกรรมเกเร ไม่ยอมเข้าป่าและออกมาสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านเป็นประจำ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งต้องเร่งสำรวจและดำเนินการเร่งด่วนภายใน 30 วัน

นอกจากนี้และเพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยทางอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ให้นโยบายแร่งด่วนให้ทุกป่าอนุรักษ์ได้จัดทำแผนเร่งด่วนในพื้นที่ของตัวเองให้มีการวางแผนร่วมกันกับทุกภาคส่วนเพื่อจัดการปัญหา เพื่อให้เดินหน้าไปในแนวทางเดียวกัน ตามแนวทาง 6 หลัก ประกอบด้วย 1. การจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพื่อเป็นแหล่งอาศัยของช้างป่า 2. แนวป้องกันช้างป่า 3. ชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า และเครือข่ายชุมชน 4. การช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า 5. การจัดการพื้นที่รองรับช้างป่าอย่างยั่งยืน และ 6. การควบคุมประชากรช้างป่า ด้วยวัคซีนคุมกำเนิด

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts