พายุ”โนรู”ถล่มจังหวัดอีสาน อุบลฯหนัก อพยพหนีภัยโกลาหล

พายุไต้ฝุ่น “โนรู” เคลื่อนเข้าไทยแล้ว อ่อนกำลังเป็น พายุดีเปรสชันถล่ม จ.อุบลฯ ฝนตกหนักอากาศปิด ชาวบ้านอพยพหนีน้ำรอบสอง ขอนแก่นแจ้งเขตภัยพิบัติสูงสุด บึงกาฬ เตือนพื้นที่เสี่ยงภัย เมืองชัยภูมิจมบาดาล

อิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นโนรูถล่มภาคอีสานอีสานหลายจังหวัดอ่วมน้ำท่วมโดยเฉพาะ จ.อุบลราชธานี ขณะที่สถานการณ์น้ำในแม่น้ำมูลที่สถานีวัดระดับน้ำ M7 สะพานเสรีประชาธิปไตยเทศบาลนครอุบลราชธานี อยู่ที่ระดับ 113.73 เมตรต่อระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) มีฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องกันตลอดทั้งวัน พร้อมลมกระโชกแรง

ทั้งนี้ทำให้ชาวบ้านในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบกว่า 500 ครอบครัว จำนวน 1,900 คน ต้องอพยพหนีน้ำท่วมไปอยู่ตามศูนย์พักพิงที่กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะชาวบ้านในชุมชนท่ากอไผ่ ก่อนหน้านี้อพยพหนีน้ำมาพักอาศัยอยู่ใต้สะพานเสรีประชาธิปไตยได้เพียง 3-4 วัน แต่ปรากฏระดับแม่น้ำมูลสูงเกินกว่าที่ทางการคาดการณ์ ทำให้ต้องรื้อถอนเต็นท์อพยพหนีน้ำรอบสองไปอยู่ที่สูงขึ้นอีก และบางส่วนที่อพยพมาอยู่รอบสำนักงานที่ดินอำเภอวารินชำราบ เกิดฝนตกหนักเข้าท่วมภายในเต็นท์ เตรียมอพยพหนีน้ำขึ้นไปอยู่ใกล้สำนักงานเทศบาลเมืองวารินชำราบ สำหรับวันนี้แม่น้ำมูลมีระดับน้ำสูง 8.73 เมตร สูงขึ้นจากเมื่อวาน 13 ซม. ทำให้มีน้ำล้นตลิ่งความสูง 1.73 เมตร

ด้านนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ และนายเอกพัน บรรลือฤทธิ์ หัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู นำเหล่าอาสาสมัคร 50 คน ขับรถออฟโรด และเรือท้องแบน ลงพื้นที่ชุมชนท่ากอไผ่ ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เพื่อแจกจ่ายถุงยังชีพ น้ำดื่ม ข้าวปรุงสุก และเงินเยียวยาครอบครัวละ 500 บาท พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยในพื้นที่ นอกจากนั้นยังนำอาหารสุนัขและแมวมาแจกจ่ายด้วย นางศรีนวล คงศรีบุตร ผู้นำชุมชนท่ากอไผ่ เปิดเผยว่า ชุมชนแห่งนี้มีผู้พักอาศัยกว่า 200 ครัวเรือน มีประชากรกว่า 500 คน ถูกน้ำท่วมทั่วพื้นที่ระดับน้ำสูงมิดหัว ขณะนี้มีเพียงบางส่วนที่ยังไม่อพยพไปอยู่ด้านนอก เนื่องจากยังห่วงบ้าน สถานการณ์น้ำท่วมยังหนัก

นายธาตรี บุญมาก รอง ผวจ.บึงกาฬ ออกประกาศผ่านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบึงกาฬว่า จ.บึงกาฬ เฝ้าระวังสภาพอากาศฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.ถึงวันที่ 2 ต.ค. พร้อมกำชับทุกอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติตามแนวทางเตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุของกองอำนวยการ ปภ.บึงกาฬ อย่างเคร่งครัด ให้คณะทำงานติดตามปริมาณน้ำฝนแต่ละจุดอย่างใกล้ชิด รวมถึงเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักและฝนตกสะสมอาจทำให้เกิดอุทกภัย สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำ น้ำตก และถ้ำลอด หากมีฝนตกหนักมากเสี่ยงที่จะเกิดภัย ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ ห้ามบุคคลใดเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนที่ จ.อำนาจเจริญ ฝนตกหนัก น้ำท่วมในตัวเมือง ระดับน้ำสูงถึงหัวเข่า

นายชัชวาล ธีรภานุ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น พร้อมทีมงานขึ้นรถกระบะลุยน้ำท่วมรอบบึงหนองโคตรและในเขตเทศบาลตำบลบ้านเป็ด ออกประกาศแจ้งเตือนเป็นเขตภัยพิบัติทั้งตำบลขั้นสูงสุด พร้อมแจ้งตั้งแต่วันที่ 28-30 ก.ย. คาดว่ามวลน้ำจะสูงขึ้นอีกอย่างน้อย 50 ซม. ขอให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูง และให้เคลื่อนย้ายรถออกนอกพื้นที่ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ขณะที่น้ำในบึงหนองโคตรเอ่อล้นท่วมถนนสายรอบบึงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่บริเวณสามแยกบ้านกอก รถยนต์ขนาดเล็กเครื่องยนต์ดับจอดเสียหายหลายคัน น้ำท่วมร้านค้าและบ้านเรือนที่อยู่ใกล้บึงหนองโคตร ด้าน น.ส.ธนิยา นัยพินิจ รอง ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ระดับน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ใกล้เต็มความจุ ต้องเรียกประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำชี เพื่อหารือเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนจาก 25 ล้าน ลบ.ม. เป็น 35 ล้าน ลบ.ม.ไม่เกิน 54 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน เพื่อควบคุมไม่ให้ระดับน้ำสูงเกินคันดิน อ.โนนสัง เนื่องจากกังวลว่าจะส่งผลกระทบบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู

นายพยุง เหล็กดี นายอำเภอมัญจาคีรี จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว 3 ตำบล 9 หมู่บ้าน จำนวน 733 ครัวเรือน น้ำท่วมนาข้าวและพืชไร่รวมกว่า 10,000 ไร่ ถนนระหว่างหมู่บ้านเสียหาย 3 เส้น และถนนเชื่อมต่อเส้นทางการเกษตรอีกกว่า 20 เส้นได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะถนนบ้านหนองบัวเย็น ต.นาข่า ทรุดตัวพังเสียหาย เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลนาข่าต้องใช้ไม้มาทำเป็นราวจับให้ชาวบ้านเดินข้ามฝั่ง ปภ.เขต 6 นำถุงบิ๊กแบ็กมาซ่อมแซม เพราะถนนเส้นนี้เป็นถนนที่เชื่อมต่อกับ อบต.นางาม เป็นอีกหนึ่งเส้นทางหลัก

 

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409