สุรินทร์-หลวงพ่อสายโหด!ใช้ไม้ตะพดฟาดหัวญาติโยมแตก เหตุไม่ชอบหน้าไม่ถูกชะตา ขณะที่ผู้บาดเจ็บงง ไม่รู้จักและไม่เคยมีปัญหากันมาก่อน ยืนยันจะดำเนินคดีเอาเรื่องถึงที่สุด
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวรับการร้องเรียนจาก น.ส.บี(นามสมมุติ) ว่ามีพระรูปหนึ่งชื่อหลวงพ่ออ้วน อยู่ที่สำนักสงฆ์ บ้านกันทจาน ต.ทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ อารมณ์ร้อนใช้ไม้ตะพดมาฟาดหัวของนายเสมอ สายดวง มีศักดิ์ปู่ของ น.ส.บี(นามสมมุติ) อายุ 59 ปี บ้านพักอาศัยบ้านเลขที่ 64 หมู่ 13 ต.สวาย อ.เมือง จ.สุรินทร์
พร้อมกับเปิดคลิปที่ น.ส.บี(นามสมุมติ) ได้ถ่ายไว้ได้ ซึ่งนายเสมอ สายดวง ปู่ของ น.ส.บี(นามสมมุติ) ถูกตีด้วยไม้ตะพตความยาวกว่า 1 เมตร เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2565 เวลา 12.00 น. ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะเลือดไหลออกมาไม่หยุดแผลยาวต้องเย็บถึง 7 เข็ม เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ 2 วัน โดยมีญาติ ๆ เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.ทุ่งมน อ.ปราสาท เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งหลวงพ่อในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส
นางสาวบี หลานสะใภ้ของนายเสมอ เล่าว่า เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2565 ช่วงเวลา 11.00 น. ตนและครอบครัวทั้ง 6 คนได้เดินทางไปที่ อาสนะสงฆ์หลวงตาอ้วน เพื่อจะไปทำสังฆทานแต่ญาติโยมเยอะเลยพากันนั่งรออยู่ด้านหน้าและได้พูดคุยกันในระหว่างครอบครัว โดยมีญาติโยมอีกชุดหนึ่งมาที่อาสนะสงฆ์แห่งนี้เช่นกัน ทางญาติโยมอีกชุดนึงได้พูดคุยกับตนและปู่ของตนว่าจะเดินทางมาดูดวงกับหลวงตาอ้วน ได้บอกกับตนว่าขอเข้าดูดวงก่อนได้ไหม เพราะเดินทางมาไกลตนและปู่จึงบอกว่าให้แซงคิวก่อนเลย เพราะบ้านตนอยู่ไม่ไกล
จากนั้นตนและครอบครัวก็นั่งคุยกันตามปกติ จนสังเกตเห็นหลวงตาอ้วนเดินออกมามองอยู่ที่หน้าประตู และได้ใช้ไม้เท้าขนาดใหญ่ หรือไม้ตะพด เคาะลงที่พื้น 2-3 ครั้งอย่างแรงจนเสียงดัง แต่สักพักหลวงตาอ้วนก็ได้เดินลงมาพร้อมทั้งพูดภาษาเขมรแปลได้ว่าเป็นคำหยาบคายและด่าทอว่านายเสมอซึ่งเป็นปู่ของตน ด่าถึงบุพการีอย่างเสียๆหายๆและบอกว่าถ้ายังไม่กลับจะเอาปืนมายิง
“ตนก็แปลกใจแต่ไม่ได้คิดอะไร จากนั้นก็สังเกตเห็นหลวงตาอ้วนเดินพุ่งตรงมาที่ปู่ของตน ตนเห็นดังนั้นจึงแอบถ่ายคลิปไว้อย่างที่เห็นในภาพและไม่คิดว่าหลวงตาอ้วนจะใช้ไม้ตะพดตีลงที่ไหล่ด้านซ้ายของปู่ของตนเป็นจำนวน 2 ครั้ง และเดินออกไปจากนั้นก็เดินกลับเข้ามาอีกและได้ใช้ไม้ตะพดฟาดลงที่ศีรษะของปู่ตนอย่างแรง จากนั้นทุกคนก็ตกตะลึงและเข้ามาดูปู่ของตนจึงได้เห็นว่าที่ศีรษะของปู่นั้นมีเลือดไหลออกมาอย่างมาก ตนจึงบอกให้ทุกคนกลับบ้านเพื่อพาปู่ไปรักษา เมื่อมาถึงบ้านตนก็โทรแจ้ง 1669 ให้มารับตัวปู่ของตนไปโรงพยาบาล
ตอนนั้นเห็นว่าปู่นั้นเริ่มมีอาการหมดสติตัวซีดเพราะมีเลือดออกมาเป็นจำนวนมากก็นั่งรอรถพยาบาลมารับไปปู่ก็เริ่มจะไม่พูดจาแล้วเพราะไม่ค่อยมีสติ จากนั้นเมื่อรถพยาบาลมาถึงก็รีบนำตัวปู่ส่งโรงพยาบาลสุรินทร์ หลังจากนั้นตนและญาติๆก็ได้เดินทางไปยัง สภ.ทุ่งมน อ.ปราสาท เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับหลวงตาอ้วน ส่วนตัวนั้นไม่เคยรู้จักหลวงตาอ้วนไม่เคยพบหน้ากัน และมาทำบุญที่นี่เป็นครั้งแรก ตนก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรหลวงตาอ้วนถึงทำร้ายปู่ของตนเช่นนี้ นางบีกล่าว”
ด้านนาย เสมอ สายดวง ผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า ตนนั้นไม่รู้จักกับหลวงตาอ้วนเลย และไปทำบุญที่อาสนะสงฆ์ที่นี่เป็นครั้งแรก ไม่คิดเลยว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น วันนั้นตนจะไปทำบุญสะเดาะเคราะห์เพราะทางญาติๆได้ชวนไป พอไปถึงตนก็นั่งคุยเล่นกันกับครอบครัวอีก 5 คน เพราะมีคิวอยู่แล้ว1 คิวจากนั้นตนก็ได้เห็นหลวงตาอ้วนเดินลงมา และได้พูดจาด่าทอตนเป็นภาษาเขมร ว่ากูมองมึงมานานแล้ว กูไม่ชอบหน้ามึงไม่ถูกชะตามึง พร้อมทั้งด่าทอพ่อแม่ของตนอย่างเสียๆหายๆ ตนนั้นก็แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นหลวงตาอ้วนถึงมาด่าทอตน ตนนั้นก็ได้แต่พนมมือยกไหว้ จากนั้นหลวงตาอ้วนก็ได้ใช้ไม้เท้าหรือไม้ตะพด ฟาดลงที่ไหล่ซ้ายของตน2ทีแต่ก็ไม่แรงนัก ตนมองดูหลวงตาอ้วนมีแววตาขึงขังจ้องเขม็งมาที่ตาอย่างน่ากลัวแต่ไม่รู้ว่าเมาหรือไม่
“หลังจากถูกหลวงพ่ออ้วนตีหัวแตกญาติได้ส่งรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ นอนอยู่ 2 คืน 3 วัน เย็บแผล 7 เข็มกระโหลกร้าวแต่ไม่มีเลือดออกในสมอง ปัจจุบันยังมีอาการเวียนหัวและปวดศีรษะอยู่ ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นตนไม่เข้าใจว่าทำไม่หลวงตาอ้วนถึงได้ทำกับตนเช่นนี้ แล้วต่อไปใครจะไปกราบไหว้ให้ความศรัทธา เพราะหากหลวงตาอ้วนไม่ถูกชะตากับใครอาจทำแบบนี้อีกก็ได้ ซึ่งเป็นอันตรายมาก หากมีอาการป่วยก็ควรรักษา” นายเสมอกล่าว