ปราจีนบุรี — ปภ.สรุปน้ำท่วมครั้งใหญ่สร้างความสูญเสียหนัก มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงถึง 26 ราย โดยจมน้ำดับ 21 ราย และถูกไฟฟ้าช็อตอีก 5 ราย พื้นที่สังเวยชีวิตสูงสุดคือ อ.ประจันตคาม และ อ.กบินทร์บุรี ดับอำเภอละ 7 ราย รองลงมาคือ อ.ศรีมโหสถ 4 ราย, อ.เมืองปราจีนบุรี และ อ.บ้านสร้าง อำเภอละ 3 ราย และ อ.ศรีมหาโพธิ อีก 2 ราย

เมื่อ วันที่ 22 ต.ค. 2569 เวลา 23.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย จ.ปราจีนบุรี รายงานสรุปสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ปราจีนบุรี หลังสังเวยชีวิตพุ่งสูงถึง 26 ศพ ล่าสุดมวลน้ำเริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำแม่น้ำสายหลักลดลงวันละ 4–5 เซนติเมตร แต่ความเสียหายยังยับเยินจม 7 อำเภอ 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน 37 ชุมชน ประชาชนเดือดร้อนทะลัก 59,727 ครัวเรือน รักษาการผู้ว่าฯ สั่งลุย 7 แผนฟื้นฟูเยียวยาด่วน ขณะที่ภาคประชาชนลุกฮือ คัดค้านเกณฑ์น้ำท่วม “ไม่เกินมาตรฐาน” จี้ต้อง “ไร้สารพิษปนเปื้อน” เท่านั้น พร้อมเตือนชาวบ้านเร่งแจ้งความเสียหายจากอุตสาหกรรมด่วน!

ด้านการช่วยเหลือ จังหวัดได้ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว 14 แห่ง รองรับผู้ประสบภัย 466 คน พร้อมตั้งโรงครัว 10 แห่ง มีมูลนิธิ-สมาคมกว่า 42 แห่งลงพื้นที่ซับน้ำตาเร่งด่วน ท่ามกลางความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือ 3,000 ชุด และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานถุงยังชีพอีก 1,050 ถุง บรรเทาความเดือดร้อนแก่พสกนิกร

รายงานสรุป พิษน้ำท่วมซัดภาคการเกษตรวอดวายหนักทั้ง 7 อำเภอ
• พืชพรรณธัญญาหาร: เกษตรกรน้ำตาตก 9,491 ครัวเรือน พื้นที่เสียหายรวม 127,569 ไร่ (ข้าวนาปีจมอ่วม 120,479 ไร่, ไม้ผล/ไม้ยืนต้น 5,010 ไร่, พืชไร่/ผัก 2,080 ไร่) อ.ศรีมหาโพธิ และ อ.กบินทร์บุรี รับศึกหนักสุด

• ประมง: เกษตรกรเดือดร้อน 4,471 ราย สัตว์น้ำเสียหาย 58,732.75 ไร่ (บ่อดิน 49,632 ไร่, บ่อกุ้ง 9,100.75 ไร่) โดย อ.บ้านสร้าง บ่อปลาจมล้นทะลักมากที่สุดถึง 39,767 ไร่
• ปศุสัตว์: เกษตรกรกระทบ 1,990 ราย สัตว์เลี้ยงเดือดร้อน 466,792 ตัว หนักสุดที่ อ.ศรีมโหสถ (260,406 ตัว) และ อ.กบินทร์บุรี (100,391 ตัว)

เบื้องต้น กระทรวงเกษตรฯ เร่งบันทึกข้อมูลเยียวยา (กษ.01) แล้วเสร็จ 81.1% พร้อมอัดฉีดพืชอาหารสัตว์ 41,240 กก. และสถานีพัฒนาดินแจกน้ำหมักชีวภาพ พด.6 รวม 29,500 ลิตร เร่งสยบกลิ่นเหม็นและบำบัดน้ำเสีย
นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าฯ รักษาราชการแทนผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี นั่งหัวโต๊ะประชุมด่วน สั่งการทุกหน่วยงานขับเคลื่อน 7 แผนฟื้นฟูหลังน้ำลด ครอบคลุมทั้งซ่อมถนน-สะพาน, เยียวยาเกษตร-ประมง-ปศุสัตว์, ตรวจรักษาโรคและดูแลจิตใจชาวบ้าน, กำจัดขยะอุตสาหกรรมและขยะเน่าเสีย เพื่อคืนชีวิตปกติให้ชาวบ้านโดยเร็วที่สุด

ขณะที่ นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ หรือ “นายกฯ อุ๊” นายก อบจ.ปราจีนบุรี เผยว่า พื้นที่ อ.บ้านสร้าง น้ำเริ่มลดต่อเนื่อง ทาง อบจ. ไม่รอช้า สั่งลุยซ่อมแซมเส้นทางคมนาคมที่ชำรุด พร้อมส่งทีมงานลงเรือบุกช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางถึงบ้านอย่างใกล้ชิด

ทว่าประเด็นคุณภาพน้ำยังคงร้อนฉ่า! นางสาวศิริพร ฉายวัฒนะ ตัวแทนเครือข่ายสิ่งแวดล้อม อ.นาดี ออกมาฉะแรง คัดค้านผลตรวจคุณภาพน้ำของภาครัฐที่ระบุว่า “ไม่เกินมาตรฐาน” โดยลั่นวาจาว่า “ชาวบ้านรับไม่ได้กับคำว่าไม่เกินมาตรฐาน สิ่งที่พวกเราต้องการคือน้ำที่บริสุทธิ์ ไร้สารปนเปื้อน เหมือนธรรมชาติดั้งเดิมก่อนจะมีโรงงาน ไม่ใช่เอาค่ามลพิษปัจจุบันมามั่วเป็นมาตรฐานใหม่!”

ขณะที่ นายสุนทร คมคาย ผู้แทนภาคประชาชน ชี้ว่าน้ำเสียเริ่มเจือจางจากการดันน้ำสะอาดจากเขื่อนลงมาไล่ พร้อมฝากเตือนสะกิดชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานหรือภาคอุตสาหกรรม ให้ “รีบไปลงทะเบียนแจ้งเรื่อง ณ ที่ว่าการอำเภอ” โดยด่วน อย่าจำกัดแค่การรับเงินเยียวยาน้ำท่วมทั่วไป เพื่อรักษาสิทธิ์รับเงินชดเชยความเสียหายจากอุตสาหกรรมอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย!

###มานิตย์ สนับบุญ /ปราจีนบุรี###