อุทัยธานี- พ่อตาเมา!ฉุนบ่นลูกเขยไม่ช่วยทำงาน คว้าลูกซองยาวลั่นไก คาวงเหล้า ดับต่อหน้าเพื่อนลูกเขย ลั่นกระสุนที่ก่อเหตุลงคาถาหลวงพ่อ ก่อนยิงลูกเขยดับ

สถานีตำรวจภูธรลานสักได้รับแจ้งเหตุช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา วันที่ 7 ตุลาคม 2569 พ่อตายิงลูกเขยเสียชีวิตคาวงเหล้า บ้านประชาสุขสรรค์ ม.11 ต.ทุ่งนางาม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี หลังจากได้รับแจ้ง พ.ต.อ.ศาสตรา อ่อนรัศมี รองผบก.ภ.จว.อุทัยธานี รักษาการแทนผกก.สภ.ลานสัก พ.ต.ต.พยุงศักดิ์ ชุนห์ลือชานนท์ สว.สอบสวน สภ.ลานสัก พร้อมชุดสืบสวนสภ.ลานสัก สืบสวนจังหวัด ประสานไปยังกู้ชีพกู้ภัยอบต.ทุ่งนางาน พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอลานสัก แพทย์เวรรพ.ลานสัก พฐ.จว.อุทัยธานี ลงพื้นที่ตรวจสภาพศพพร้อมเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านชั้นเดียวยกสูง พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อนายมีศักดิ์ แก้วกันหา อายุ 50 ปี อยู่ในสภาพถูกยิงที่ใต้คางซ้ายทะลุก้านคอหลัง จนร่วงตกเก้าอี้หงายท้องลงไปนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น พบขวดเหล้าตั้งอยู่1 ขวด และกับแกล้ม คาอยู่บนโต๊ะปูน พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาวเบอร์12 ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน

ส่วนผู้ก่อเหตุมือยิงไม่ได้หลบหนี นั่งรอมอบตัวกับทางจนท.ทราบชื่อนายสมเกียรติ วรกรรณ์ อายุ 71 ปี อยู่ในสภาพเมาหนัก นั่งมวนยาสูบอยู่ตลอดเวลา เปิดเผยว่า ถ้าตาไม่ทำลูกเขย ลูกเขยก็ทำตา และที่ผ่านมาทะเลาะกันบ่อยครั้ง ไม่อยากจะพูดอะไรมากพร้อมรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ ทั้งนี้ยังเปิดเผยอีกว่า ลูกกระสุนลูกนี้ ที่ใช้ก่อเหตุ ได้ให้หลวงพ่อลงคาถาไว้ ก่อนนำไปยิงลูกเขยจนเสียชีวิต

จากการสอบเพื่อนผู้ตายที่มานั่งกินเหล้าด้วย ชื่อนายวิรุต พงษ์อนันต์ อายุ 53 ปี เปิดเผยว่า ตนเองได้มาหาผู้ตายตั้งแต่ช่วงเที่ยง และก็ได้นั่งกินเหล้าด้วยกัน โดยมีพ่อตามานั่งกินเหล้าด้วยเป็นพักๆและภายในบ้านก็ได้มีภรรยาและลูกๆของผู้ตายอยู่ในบ้านด้วย ขณะเดียวกันตนเองกำลังจะกลับบ้าน พ่อตาก็บ่นผู้ตายว่าไม่ทำงาน ผู้ตายก็บ่นว่าพ่อตาว่าไม่ทำงานเอาแต่นอน แล้วก็ได้เถียงกันไปมา ล่าสุดตนเองก็ได้ไปนั่งกับผู้ตายบอกกับผู้ตายว่าจะกลับบ้าน สักพัก พ่อตาก็ได้ถือปืนมาประชิด ทีแรกก็คิดว่าเป็นปืนยาง จู่ๆพ่อตาก็ปรี่ก่อเหตุยิงผู้ตายไป 1 นัด ต่อหน้าต่อตา จังหวะนั้นตนเองปัดปืนออกจากมือพ่อตาไม่ทัน จนผู้ตายร่วงมาคาอยู่ที่แขนตนเองจนตกลงพื้น หลังจากนั้นตนเองจึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มายังที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ก่อเหตุดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมส่งร่างผู้เสียชีวิตชันสูตรรพ.อย่างละเอียดต่อไป