เขื่อนวังร่มเกล้าเร่งระบายน้ำสู่สะแกกรัง-เจ้าพระยา รับมือน้ำป่าแม่วงก์

อุทัยธานี -รับมือน้ำป่าแม่วงก์ เขื่อนวังร่มเกล้าเร่งระบายน้ำสู่สะแกกรัง-เจ้าพระยา ชาวบ้านพักอาศัยอยู่เรือนแพ คอยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ฝนตกหนักต่อเนื่องส่งมวลน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ไหลลงลำน้ำตากแดด ทำเขื่อนวังร่มเกล้าต้องเร่งระบายน้ำกว่า 173 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที ขณะที่ชาวบ้านริมแม่น้ำสะแกกรัง เฝ้าติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เขื่อนวังร่มเกล้าระบายน้ำในอัตรา 173.78 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อกระจายน้ำและบรรเทาผลกระทบต่อพื้นที่เหนือเขื่อน โดยเฉพาะอำเภอสว่างอารมณ์และอำเภอทัพทัน รวมถึงพื้นที่ท้ายเขื่อนในอำเภอเมืองอุทัยธานี หวังให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ชลประทานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง และแจ้งเตือนประกาศอย่างใกล้ชิดจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569

ทั้งนี้ น.ส ปานัดฌา ไทยเศรษฐ์  นายกฯเทศมนตรี เทศบาลเมืองอุทัยธานี  ได้แจ้งเตือนสถานณ์ระดับน้ำแม่น้ำสะแกกรัง วันที่ 25 กันยายน 2569 เวลา 08.00 น.วัดระดับน้ำได้ 17.79 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 4 ซม. ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำเพิ่มสูงชาวบ้านในพื้นที่ ที่พักอาศัยอยู่เรือนแพริมแม่น้ำสะแกกรัง อ.เมือง ต้องคอยเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หากต้องการความช่วยเหลือแจ้ง 199

ด้าน “เจเศรษฐ์ มท.3” กำชับเฝ้าระวังฝนหนัก 24 ชม. ย้ำเตือนภัยให้ทัน–ช่วยเหลือให้ถึง ด้านอธิบดี ปภ. สั่งตั้ง War Room พร้อมส่งเครื่องจักรกลฯ – กำลังพลประจำจุดเสี่ยงล่วงหน้า แจ้งเตือนแบบระบุพื้นที่ผ่าน Cell Broadcast

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ได้กำชับพื้นที่เสี่ยงรับมือฝน ช่วงวันที่ 23 – 27 ก.ย. 69 หลังประชุม กอปภ.ก. เมื่อช่วงบ่าย พร้อมย้ำให้ ปภ. เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เน้นความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้จัดประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ ภายหลังที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 23 – 27 กันยายน 2569 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง รวมถึงยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์คลื่นลมแรงในพื้นที่ชายฝั่งทะเลด้วย จึงได้มีข้อเน้นย้ำดังนี้

• กำชับจังหวัด หน่วย ปภ. ในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมืออย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำ ชายฝั่งทะเล และสถานที่สำคัญ
• โดยเฉพาะโรงเรียนและโรงพยาบาล หากมีแนวโน้มว่าสถานการณ์รุนแรง ให้เร่งประสานมายังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
• แจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast อย่างตรงจุดพื้นที่ที่คาดว่าจะเกิดเหตุและทันต่อสถานการณ์
• จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ตลอดจนแผนการอพยพให้พร้อมปฏิบัติได้ทันที และเป็นไปตามแผนเผชิญเหตุเมื่อเกิดสถานการณ์ขึ้น
• แจ้งชาวเรือ ผู้บังคับเรือ และผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารเพิ่มความระมัดระวัง ขณะเดินเรือในช่วงคลื่นลมแรง

“ความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน ทุกพื้นที่ต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่ก่อนภัยมาถึง ทั้งคน เครื่องจักรกลสาธารณภัย จุดปลอดภัย และเส้นทางอพยพ เมื่อประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงภัย ต้องแจ้งเตือนให้ประชาชนรู้ทันที และมีเวลาเผื่อให้ประชาชนเตรียมตัว โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ต้องมีเจ้าหน้าที่พร้อมเข้าดูแลอย่างใกล้ชิด” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

ด้าน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ปภ. ได้ขับเคลื่อนข้อสั่งการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยให้จัดตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์ จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมให้ศูนย์ ปภ. เขต และสำนักงาน ปภ. จังหวัด ประสานจัดกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤติ ( ERT) เข้าประจำพื้นที่เสี่ยงไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ปภ. จะติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยได้ที่แอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” รวมถึงทางสื่อสังคมออนไลน์บัญชีทางการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM และ X @DDPMNews หากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784”  และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts