คุณปู่วัย 71 ข้ามแดนเขมรรับจ้างเปิดบัญชีม้าหวังค่าจ้าง 3 หมื่น สุดท้ายถูกส่งกลับพร้อมเงิน 500

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์, พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ. โดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมกำลัง ร่วมกันจับกุม นายอุดม หรือดม อายุ 71 ปี ชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.85/2569 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนหรือสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโ

ดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนเองโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้กระทำความผิดหรือเพื่อกิจการที่ตน เกี่ยวข้องและร่วมกัน โด ยทุจริต หรือโด ยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยจับกุมได้บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักรเมื่อเวลา 21.00 น. ( 3 ก.ย )ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผู้เสียหายได้พบและสั่งซื้ออาหารเสริม “เซนทรัล 50+ วิตามินบีรวม” ราคา 509 บาท ที่มีการโฆษณาขายในเฟสบุ๊ก ต่อมาบัญชีเฟสบุ๊กดังกล่าวได้ชักชวนผู้เสียหายเข้าร่วมกิจกรรม โดยอ้างว่าจะได้รับเงินรางวัล และขอเลขบัญชีธนาคารของผู้เสียหายเพื่อใช้รับเงินรางวัล ผู้เสียหายจึงได้ให้เลขบัญชีธนาคารของสามีไป

ต่อมามีเงินจำนวน 200 บาท โอนเข้าบัญชีผู้เสียหายกลับมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นแจ้งว่าหากต้องการเข้าร่วมกิจกรรมผู้เสียหายจะต้องชำระเงินจำนวน 200 บาท ผู้เสียหายจึงโอนเงินกลัยไปตามที่แจ้ง จากนั้นคนร้ายได้ส่งลิงก์ให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชัน Line ชื่อ “Phakphum Phongphan” โดยอ้างว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นการ ลงทุนแลกเปลี่ยนสกุลเงิน และให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าร่วมลงทุน เมื่อผู้เสียหายโอนเงินแล้ว คนร้ายจะส่งภาพหน้าจอมาแสดงว่าเงินเข้าสู่ระบบและมีกำไรเกิดขึ้น โดยอ้างว่าผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องเข้าไปดำเนินการในระบบด้วยตนเอง ด้วยความเชื่อว่ามีการลงทุนและได้รับผลตอบแทนกลับมาจริงก่อนหน้า ผู้เสียหายจึงทยอยโอนเงินจำนวนอีกหลายครั้ง จนกระทั่งเมื่อยอดเงินในระบบแสดงว่ามีผลตอบแทนเป็นจำนวนมาก ผู้เสียหายต้องการถอนเงินออกมา

จากนั้นคนร้ายได้ออกอุบายต่างๆนาๆเพื่อให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มโดยมีการหลอกให้แอดเพิ่มเพื่อนอีกหลายต่อ และแต่ละครั้งที่เพิ่มเพื่อนคนร้ายจะหลอกโอนเงินทุกครั้ง รวมจำนวน 13 ครั้ง เป็นเงินกว่า 3,866,003.31 บาท จนเงินผู้เสียหายหมดจึงไม่สามารถโอนเงินให้คนร้ายได้อีก เมื่อคนร้ายเห็นว่าผู้เสียหายไม่มีเงินโอนแล้วจึงตัดการติดต่อทุกช่องทาง ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอกจึงแจ้งแจ้งความไว้ที่สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับว่านายอุดม หรือดม อายุ 71 ปี นั้นหลบหนีมาอยู่กรุงเทพฯ และกำลังจะเดินทางไปยังภาคอีสาน จึงได้ทำการสืบสวนหาข่าว จนพบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยนายอุดมยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง

จากการสอบถามเบื้องต้นนายอุดม ให้การว่า เมื่อช่วงต้นปี 2569 ตนได้เล่นเฟสบุ๊ก และได้เข้าไปในแอปฯ เงินกู้ จากนั้นได้ทำการติดต่อและได้ทำการแอดไลน์เพื่อพูดคุยการกู้เงิน ก่อนจะถูกชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารโดยเสนอค่าจ้างเปิดบัญชีละ 15,000-20,000 บาทต่อหนึ่งบัญชี แต่ต้องไปเปิดยังฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ตนจึงตกลงนั่งรถประจำทางไปที่ชายแดน และได้ไปเจอกับคนอีกจำนวนประมาณ 20 คน แถวๆ ชายแดน โดยมีคนไทยได้พาตนและคนอื่นๆ ข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ

โดยเดินผ่านไร่อ้อยไป เมื่อข้ามไปฝั่งประเทศกัมพูชา ก็ถูกยึดโทรศัพท์และบัตรประจำตัวประชาชน ก่อนจะนำตัวไปภายในอาคารทำการเปิดบัญชี ต่อมาถูกนำตัวไปยังอีกอาคารมีแต่คนจีน เพื่อไปทำการสแกนใบหน้า โดยตนเปิดไป 2 บัญชี คาดว่าจะได้ค่าจ้างจำนวนประมาณ 30,000 บาท แต่เมื่อตนอยู่ได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ก็ถูกส่งกลับประเทศไทยโดยให้เงินกลับมาเพียง 500 บาท จึงเชื่อว่าตนโดนหลอกแล้ว กระทั่งถูกทหารไทยจับ

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts