“คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร หนุนแก้ปัญหาทับลาน พิสูจน์สิทธิด้วยหลักฐานวิทยาศาสตร์ ใช้ภาพถ่ายทางอากาศย้อนถึงปี 2495 และแผนที่ทหาร L708 หวังแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน 5,000 ราย จบใน 6 เดือน ชี้ขาดแทนการถกเถียงกัน ลั่นหากทำสำเร็จจะเป็นโมเดลแก้ปัญหาที่ทำกินทับซ้อนป่าทั่วประเทศ
นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผบว่า เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการธิการฯ ได้เดินทางร่วมประชุมกับ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อรับทราบความคืนหน้าการดำเนินงานตามผลการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร
ปัญหาความทับซ้อนของที่ดินในพื้นที่ทับลานเป็นปัญหาที่สั่งสมมากว่าสี่ทศวรรษ นับตั้งแต่การประกาศเขตอุทยานฯ เมื่อปี 2524 ซึ่งมีข้อเท็จจริงปรากฏว่าได้ลากแนวเขตทับที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของประชาชน รวมทั้งพื้นที่ที่หน่วยงานของรัฐเองจัดสรรไว้ก่อนแล้ว จึงเป็นทั้งปัญหาความเป็นธรรมต่อประชาชน และเป็นโจทย์ของการรักษาผืนป่ามรดกโลกไปพร้อมกัน
สิ่งที่คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าเป็นความคืบหน้าสำคัญที่สุดของการประชุมวันนี้ คือ หน่วยงานพร้อมใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นตัวชี้ขาด แทนการโต้เถียงกันด้วยความรู้สึกหรือความเห็น โดยกรมอุทยานฯ ยืนยันว่ามีข้อมูลพร้อมแล้ว ทั้ง ภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังไปถึงปี 2495 และแผนที่ทหารชุด L708 ซึ่งสามารถนำมาซ้อนทับกันเพื่อพิสูจน์ได้ว่าแปลงใดมีร่องรอยการทำกินอยู่ก่อนการประกาศป่าไม้ถาวร และประกาศเขตอุทยานฯ จริง
“หลักฐานพวกนี้ไม่เข้าข้างใคร ภาพถ่ายปี 2495 ไม่รู้จักการเมือง ไม่รู้จักนายทุน มันบอกแค่ว่าวันนั้นตรงนั้นมีอะไรอยู่ ถ้าเราใช้ข้อมูลชุดนี้เป็นตัวตัดสิน ชาวบ้านที่อยู่มาก่อนจริงก็จะได้รับความเป็นธรรม และคนที่เข้ามาทีหลังก็จะแยกออกได้ชัดเจน” นางสาวกุลวลีกล่าว

สำหรับแนวทางดำเนินการ กรมอุทยานฯ จะใช้ฐานอำนาจตาม มาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาลที่กำหนดให้กรมอุทยานฯ สำรวจการถือครองที่ดินของประชาชนที่อยู่อาศัยหรือทำกินอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ย้ำว่า ต้องสื่อสารกับพี่น้องประชาชนให้ตรงไปตรงมาว่า การดำเนินการตามมาตรา 64 เป็นการรับรองสิทธิในการอยู่อาศัยและทำกินอย่างมั่นคงตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและเกิดการซื้อขายเปลี่ยนมือในภายหลัง
โดยหน่วยงานตั้งเป้าว่าจะดำเนินการพิสูจน์สิทธิราษฎรในพื้นที่ทับลานกว่า 5,000 ราย ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำ 3 หลักการสำคัญ คือ หนึ่ง การคืนสิทธิต้องถึงมือประชาชนที่อยู่อาศัยทำกินมาก่อนอย่างแท้จริง และต้องมีกลไกป้องกันมิให้กลุ่มทุนสวมสิทธิโดยเด็ดขาด สอง ต้องมาพร้อมหลักประกันการรักษาผืนป่า ทั้งแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ แนวกันชน และการผนวกป่าชดเชย เพื่อไม่ให้กระทบสถานะมรดกโลก และ สาม กระบวนการทั้งหมดต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ก้าวล่วงคดีที่อยู่ในอำนาจของศาล
“หากสามารถแก้ไขปัญหาทับลานสำเร็จ จะเป็นโมเดลระดับชาติที่ใช้แก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนผืนป่าได้ทั่วประเทศ เพราะยังมีพี่น้องอีกจำนวนมากในหลายจังหวัดที่เจอปัญหาเดียวกัน คือ แนวเขตถูกลากทับบ้านและที่ทำกินของเขาโดยที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด อย่างไรก็ตามคณะกรรมาธิการฯ จะรวบรวมข้อมูลและข้อสังเกตจากการประชุมครั้งนี้จัดทำเป็นรายงานและข้อเสนอแนะเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคณะรัฐมนตรีต่อไป”