ปราจีนบุรี-กลุ่มชุมนุมสนับสนุนนEECปราจีนบุรีกว่า400คน ชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดต่อเนื่องเป็นวันที่2เตรียมยื่นเรื่องผ่านผู้ว่าฯถึงนายกรัฐมนตรีในวันที่ 26 ส.ค.

เมื่อวันที่25สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.ปราจีนบุรี ที่หน้าศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรีกลุ่มชาวปราจีนบุรีผู้สนับสนุนEECรวมกว่า400คน แกนนำโดยนายสนิท กุลธรรม อดีตกำนันตำบลเกาะลอยอดีต ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดปีาจีนบุรี,นายจำรัส ง้อบุตรคณะกรรมการลุ่มน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี ได้ชุมนุมสนับสนุนในการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจแบบพิเศษ หรือEECตามนโยบายของรัฐบาล

บรรยากาศมีวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับEECทั้งบรรยายและฉายวิดีทัศน์ประกอบ พร้อมข้อดีข้อได้เปรียบสำหรับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ทั้งประเทศ ถนนหนทาง การศึกษา การสร้างรายได้การมีงานทำ เป็นต้น
นายสนิท กุลธรรม อดีตประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.ปราจีนบุรีเปิดเผยว่าในวัรพรุ่งนี้(26ส.ค.)จะยื่นหนังสือแถลงการณ์ในการสนับสนุนเขตพัฒนาเศรษฐกิจแบบำเศษหรือEECให้กับฝ่ายบริหารของจ.ปราจีนบุรี อาจเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯหรือท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีก็ได้เพื่อความต้งการนี้เสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีระกูลน่ยกรัฐมนตรีต่อไป
พร้อมกันจะได้ประชุมพิจารณาต่อไปว่าหลังยื่นแลงการณ์แล้วจะยกเลิกการชุมนุมหรืออาจยืดเยื้อการชุมนุมต่อไปอีกจนถึงวันอาทิตย์ที่ 30สิงหาคมหรือไม่นายสนิทกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า เหตุการณ์ชุมนุมที่หน้าศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี (ศาลากลางจังหวัด) ในช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569 สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของประชาชนสองกลุ่ม ต่อกรณีที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) มีแนวคิดที่จะขยายพื้นที่โครงการ EEC เข้าสู่จังหวัดปราจีนบุรีเป็นจังหวัดที่ 4 โดยมีเหตุผลสำคัญของแต่ละกลุ่ม ดังนี้
1. กลุ่มสนับสนุน (ต้องการให้ปราจีนบุรีเข้าสู่ EEC)
กลุ่มนี้นำโดยอดีตประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านและกลุ่มชาวบ้านกว่า 300-400 คน ที่รวมตัวกันเปิดเวทีชี้แจง
การสร้างงานสร้างอาชีพในท้องถิ่น: ต้องการเห็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ถูกกฎหมายมาตั้งใกล้บ้าน เพื่อให้ลูกหลานที่จบใหม่มีตำแหน่งงานรองรับ ไม่จำเป็นต้องย้ายไปทำงานต่างจังหวัดหรือกรุงเทพฯ
การกระตุ้นเศรษฐกิจและความเจริญ: มองว่าการเป็นพื้นที่ EEC จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก ยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัด และนำความเจริญทัดเทียมกับจังหวัดอื่นๆ

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษา: คาดหวังการพัฒนาเส้นทางคมนาคม ถนนหนทาง ระบบสาธารณูปโภค รวมถึงยกระดับระบบการศึกษา วิจัย และเทคโนโลยีในพื้นที่เพื่อรองรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง
เงื่อนไขต้องควบคุมมลพิษ: ทางกลุ่มระบุว่าสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย และต้องการให้ผู้นำชุมชนร่วมกันกวดขันไม่ให้สร้างมลพิษให้กับคนในพื้นที่
2. กลุ่มคัดค้าน (เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง – ไม่เอา EEC)
กลุ่มนี้นำโดยเครือข่ายภาคประชาชนและเกษตรกร ซึ่งได้รวมตัวปักหลักชุมนุมอย่างต่อเนื่อง พร้อมยื่นรายชื่อคัดค้านกว่า 11,000 รายชื่อ โดยมีเหตุผลหลัก 6-7 ข้อ ได้แก่:
กังวลปัญหาขยะและกากอุตสาหกรรม: มองว่าที่ผ่านมาปราจีนบุรีเปรียบเสมือน “หลังบ้าน EEC” ที่รองรับการลักลอบทิ้งกากสารเคมี ขยะอุตสาหกรรม และมีโรงงานเถื่อนก่อมลพิษจำนวนมากอยู่แล้วโดยที่รัฐยังแก้ปัญหาเก่าไม่ได้ จึงกลัวว่าหากเข้า EEC จะยิ่งกลายเป็นแหล่งรองรับขยะพิษที่หนักกว่าเดิม

ปกป้องภาคเกษตรกรรมและสมุนไพร: ปราจีนบุรีมีจุดแข็งและศักยภาพสูงด้านเกษตรอินทรีย์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และเป็นแหล่งปลูกสมุนไพรระดับโลก (เช่น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร)
การเปลี่ยนพื้นที่เป็นอุตสาหกรรมจะทำลายฐานทรัพยากรอาหารและวิถีชีวิตดั้งเดิม
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผืนป่ามรดกโลก: พื้นที่ของจังหวัดเชื่อมต่อกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และทับลาน การขยายเมืองอุตสาหกรรมอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ แหล่งน้ำ และสร้างแรงกดดันให้ต้องสร้างเขื่อนเพิ่มในเขตป่าอนุรักษ์
กฎหมาย EEC เอื้อกลุ่มทุนมากกว่าชุมชน: ข้อกังวลใจต่อกฎหมายผังเมืองและข้อกำหนดของ EEC ที่มักจะปลดล็อกพื้นที่เกษตรกรรมให้สร้างโรงงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจบีบให้เกิดการกว้านซื้อที่ดิน ดันราคาที่ดินสูงขึ้น จนเกษตรกรสูญเสียที่ทำกิน
การศึกษาผลกระทบไม่รอบด้าน: แย้งว่ารัฐบาลใช้เวลาศึกษาความเป็นไปได้เพียงไม่กี่เดือน ขาดการมีส่วนร่วมและรับฟังเสียงที่แท้จริงของคนในพื้นที

###มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ณัฐนันท์-ภาพ/ปราจีนบุรี###