กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.(อยุธยา) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปทส. เจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.3 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายนภนต์ ฯ อายุ 35 ปี สัญชาติ ไทย ผู้ถูกจับที่ 1 ล่ามแปล โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”

ผู้ถูกจับที่ 2 – 5 เป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ใน. ราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมด้วยของกลาง
1.รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ TOYOTA HILUX สีน้ำตาล,เทา จำนวน 1 คัน
2.โทรศัพท์ยี่ห้อ VIVO สีฟ้า จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ถูกจับที่ 1)
3.กุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก
สถานที่จับกุมบริเวณ กม.54-55 ถนนพหลโยธินขาออก ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัด พระนครศรีอยุธยา

พฤติการณ์แห่งคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้มีการกวดขันจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และผู้นำพาในเส้นทางพื้นที่ภาคกลาง จึงได้สืบสวนในพื้นที่และจากการสืบทราบว่า จะมีการขนแรงงานต่างด้าหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเฝ้าระวัง จนกระทั่งพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ TOYOTA HILUX สีน้ำตาล, เทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข วย-6xx8 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถต้องสงสัยจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ขับขี่ผ่านมาด้วยความเร็วและติดฟิล์มมืดทึบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดง และใช้สัญญาณเสียงรวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกคันดังกล่าวให้หยุด และแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ขอทำการตรวจสอบพร้อมกับได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแล้ว เบื้องต้นสอบถามชื่อ นายนภนต์ ฯ อายุ 35ปี ภูมิลำเนา จ.ตาก (ทราบชื่อ-นามสกุลภายหลัง) ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่

จากนั้นเจ้าหน้าที่พบเห็นบุคคลโดยสารภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าเป็นชายสัญชาติเมียนมาจำนวน 4 คน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขอตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้แทนหนังสือเดินทางเบื้องต้นเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อให้ผู้ถูกจับกุมทั้งหมดทราบ และควบคุมตัวพร้อมของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ถูกจับที่ 1 ให้การยอมรับว่า เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ตนได้รับการประสานงานจากชายชาวไทย(ไม่ทราบชื่อ-นาสกุลกุลจริง) ผ่านทางเบอร์โทรให้ตนนั้นไปรับแรงงานต่างด้าว จำนวน 4 คน ไปรับต่างด้าวพื้นที่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมาส่งปลายทาง จ.สมุทรสาครโดยได้ค่าจ้างจำนวน 500 บาทต่อคนต่างด้าว 1 คน และตนทราบดีอยู่แล้วว่าต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆ และยินยอมที่จะมีส่วนร่วมในการนำพามาส่งที่ปลายทางจนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ

และก่อนหน้านี้ตนประกอบอาชีพขับรถตู้โดยสารในพื้นที่จังหวัดตากอยู่ก่อนแล้ว แต่ปัจจุบันรายได้ไม่เพียงพอจึงผันตัวมารับจ้างขนย้ายต่างด้าวและตนทำมาหลายครั้งแล้วโดยใช้รถยนต์คันดังกล่าว เนื่องจากดูไม่สะดุดตาเจ้าหน้าที่ และใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ ก่อนถูกสืบสวนจับกุมได้ในวันนี้
ผู้ถูกจับที่ 2 – 5 ให้การยอมรับว่าผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมาได้ลักลอบเดินทางเข้ามาในช่องทางธรรมชาติพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยเสียค่าใช้จ่ายจำนวน 15,000 บาท และรับว่าไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใด