นายวิชาญ ช่วยชูใจ เจ้าของทัวร์ทิศทางไท และผู้ร่วมบุกเบิกท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดสงขลา ได้ร่วมกับชุมชนตั้งแต่ปี 2550 จนถึงขณะนี้รวม 19 ปีได้มีแนวโน้มว่าดีขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งเริ่มต้นได้ลงสำพื้นที่สำรวจยกระดับพื้นที่ที่ดูดีเหมาะสมเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ถึง 6-7 แห่ง / อำเภอ และสามารถดำเนินการได้ทั้ง 16 อำเภอ จ.สงขลา ได้อำเภอละ 4 เส้นทาง รวม 60 เส้นทาง ซึ่งจะนำเที่ยวหมุนเวียนสลับกัน

“เมื่อถึงฤดูทุเรียน ก็เข้าไปเที่ยวเชิงเกษตร ชมกินซื้อทุเรียน ที่สวนมะพร้าวน้ำหอม ก็ชมกินและซื้อจับจ่ายซื้อผลิตภัณฑ์พื้นบ้านอาหารชุมชน เป็นต้น”
การท่องเที่ยวชุมชนตอนนี้มีสมาชิกถึง 20,000 คน คนในพื้นที่และต่างจังหวัด ตลอดจนชาวต่างประเทศ เช่น มาเลเซียประมาณ 10 % จำนวน 2,000 คน สำหรับค่าใช้จ่าย 1,550 บาท / คน / ทริป บริการค่าเดินทางค่าอาหาร ทัวร์ต่ำไม่ต่ำว่า 50 คน / ชุด และไม่เกิน 100 เป็นท่องเที่ยววันเดย์ทริปหรือวันเดย์ทัวร์

“การทำธุรกิจไม่ได้หวังผลกำไรสูงสุด โดยเป็นธุรกิจเพื่อสังคมให้มีกำไรสูงสุดกลับคืนชุมชน เพื่อจะได้สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับชุมชน ซึ่งตอนนี้มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท / เดือน”
นายวิชาญ กล่าวว่า ท่องเที่ยวชุมชนยังได้ร่วมกัน มีฝ่ายปกครอง องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(อพท.) องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) โดยเฉพาะ กศน.นักศึกษาจะได้ศึกษาอาชีพยกระดับรายได้ในชุมชนได้

และ จ.สงขลา ยังมีพื้นที่ที่สำคัญ คือคลองอู่ตะเภา ที่มีต้นน้ำเทือกเขาสันกาลาคีรี อ.สะเดา จ.สงขลา หากได้ผลักดันเป็นท่องเที่ยวทางน้ำทางเรือ จะมีศักยภาพมากซึ่งจะเสริมเข้ากับท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดสงขลา ที่จะประสบความสำเร็จและจะเป็นจุดขายที่สำคัญมาก
ทาง นายวิทยา แซ่ลิ่ม มัคคุเทศก์อาชีพ จ.สงขลา และผู้ก่อตั้งสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดสงขลา ซึ่งจะเชื่อมโยงกันถึง 3 จังหวัด จ.สงขลา นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มาก ทั้งลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เกาะสี่ เกาะห้า วัด ศิลปะ วัฒนธรรม โบราณสถาน ผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน

“ท่องเที่ยวชุมชน จะได้ดูของจริง วิถีชุมชน อนุรักษ์วิถีชีวิต อาชีพการเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงควายทำแก๊สชีวมวลจากมูลสัตว์ การทำนาริมทะเล และแปรรูปข้าวสารสมัยเก่า ฯลฯ ท่องเที่ยวทางน้ำทางเรือ ล่องแก่ง ฯลฯ ชมแสงอาทิตย์แรกสระบัวทะเลน้อย ฯลฯ”
นายวิทยา กล่าวว่า และสำหรับหาดใหญ่สงขลา ยังมีสถานสำคัญมากคือคลองอู่ตะเภา ต้นน้ำจาก อ.สะเดา ปลายน้ำที่ทะเลสาบสงขลา ซึ่งเมื่อ 50 ปีก่อน ร้านค้าขายจะลำเลียงขนส่งสินค้าทางเรือไปยังชุมชนทางคลอง

และได้มีการยกระดับคลองอู่ตะเภา มีนายเดชอิศว์ ขาวทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายวิชาญ ช่วยชูใจ เจ้าของทัวร์ทิศทางไท โครงการท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดสงขลา ได้ผลักดันมาแล้ว
“โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศจากมาเลเซีย สิงคโปร์ ที่มาท่องเที่ยวหาดใหญ่สงขลามาหลายสิบปี จะได้เปลี่ยนท่องเที่ยวใหม่ทางน้ำทางเรือ จะเป็นตัวเลือกใหม่เพราะชาวมาเลเซีย จะนิยมท่องเที่ยวมาก”
นายวิทยา กล่าวว่า คลองอู่ตะเภา จะเชื่อมโยงทั้งทะเลสาบสงขลาทะเลฝั่งอ่าวไทย และยังเชื่อมโยงกับสายคลองต่าง ๆ จะเป็นท่องเที่ยวทางน้ำทางเรือใหม่ จะสร้างงานสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับชุมชนริมคลองอู่ตะเภา ได้จำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน การเกษตร ประมง ปศุสัตว์ การท่องเที่ยวชุมชนสร้างอาชีพ ตลอดจนถึงมัคคุเทศก์อาชีพแจะได้มีการเกิดการลงทุนโฮมสเตย์ รีสอร์ต รองรับริมคลองอู่ตะเภาด้วย ซึ่งหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางก็จะได้กระจายนักท่องเที่ยงท่องเที่ยวทางได้ดี

นายวิทยา กล่าวว่า ระยะเวลาใกล้จะเข้าสู่มรสุมฝนตกน้ำท่วมในเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม ทางการจึงมีการขุดลอกคลองกวาดผักตบชวาจากคลองอู่ตะเภาออกระบายน้ำได้คล่องตัวรวดเร็วเพื่อป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ ส่วนผักตบชวาก็สามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารสัตว์และทำเครื่องจักสาน
“คลองอู่ตะเภาได้ขุดลอกแล้วในช่วงมรสุม และเมื่อพ้นมรสุมก็จะนำมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำทางเรือได้ดี มีต้นทุนอยู่แล้ว โดยภาครัฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สงขลา องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ริมครองอู่ตะเภา ประมาณ 8-9 อปท. ฯลฯ ต้องหันมาสนับสนุนภาคเอกชนภาคประชาชน อย่างจริงจัง จะเกิดประโยชน์อย่างมากต่อ จ.สงขลา” นายวิทยา กล่าว

นายวิทยา กล่าวว่า วันนี้ชาวมาเลเซียจะเข้ามท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องทุกวันยังหาดใหญ่สงขลา จุดเด่นจุดขายที่เป็นตัวชูโรงนำ คืออาหารการกิน 1. มีอาหารมากและครบทั้งอาหารไทย จีน อิสลาม ยุโรป ฯลฯ 2. แหล่งบันเทิงคือพับ และ 3. นวดแพทย์แผนไทย และนวดฝ่าเท้า
“หากได้เสริมการท่องเที่ยวทางทางเรือ นอกจาหท่องเที่ยวชุมที่มีอยู่ ซึ่งเป็นท่องเที่ยวใหม่จะสามารถเม็ดเงินเข้าพื้นที่อีกจำนวนมาก ซึ่งวันปกติมาเลเซียเข้ามาหลักพันคนไม่น่าจะเกิน 5,000 คน / วัน หากเป็นวันศุกร์วันเสาร์ จะเป็นหลักหมื่น ประมาณ 7,000 – 10,000 คน ยกเว้นเทศกาลสำคัญถึงหลายหมื่นคน” นายวิทยา กล่าว

.