ภายในห้องทดลองของสถาบันวิทยาศาสตร์ชีวภาพแห่งปักกิ่ง นักวิจัยอาวุโส หวงหนิว และทีมงานกำลังจับจ้องหน้าจอแสดงผลการประมวลผลล่าสุด จากพลังการคำนวณมหาศาลของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ “เสินเวย ไท่หูจือกวง” (Sunway TaihuLight) ทีมวิจัยสามารถค้นพบ “กุญแจสำคัญ” 6 ชนิดที่มีศักยภาพในการพัฒนายาใหม่ สำหรับเป้าหมายการรักษาโรคสำคัญ 6 รายการ หลังผ่านการคัดกรองด้วยระบบจำลองและยืนยันผลด้วยการทดลองจริง
เทคโนโลยีดังกล่าวกำลังเปลี่ยนแปลงกระบวนการค้นคว้ายาแบบดั้งเดิม ซึ่งเดิมการคัดกรองสารประกอบจำนวนมหาศาลต้องใช้ต้นทุนการประมวลผลสูงถึงหลายสิบล้านหยวน ทำให้นักวิจัยจำนวนมากและทีมวิจัยขนาดเล็กเข้าถึงได้ยาก
“ก่อนที่ซอฟต์แวร์ SWDOCKP2 จะเกิดขึ้น เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราไม่กล้าคิดด้วยซ้ำ” หวงหนิวกล่าว
ตลอดเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา ทีมวิจัยได้ดำเนินภารกิจขนาดใหญ่ โดยนำสารประกอบทางเคมีกว่า 1.5 ล้านชนิด มาทำการคัดกรองกับโปรตีนเป้าหมายของโรคในมนุษย์กว่า 6,000 ชนิด รวมจำนวนการจำลองการจับตัวของโมเลกุลสูงถึง 25,000 ล้านครั้ง

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ “เสินเวย ไท่หูจือกวง” (ภาพ: People’s Daily)
หวงหนิวเปรียบเทียบว่า สารประกอบโมเลกุลขนาดเล็กเปรียบเสมือน “กุญแจ” ส่วนโปรตีนเป้าหมายคือ “แม่กุญแจ” หากใช้วิธีดั้งเดิม นักวิจัยต้องทดลองกุญแจทีละดอกท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ แต่การใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ช่วยเสมือนมี “ระบบนำทางอัจฉริยะ” ที่ช่วยค้นหาเป้าหมายได้รวดเร็วขึ้น
“นี่คือช่วงเวลาแบบ DeepSeek ของวงการเรา” หวงหนิวกล่าว พร้อมระบุว่า สำหรับผู้ป่วย การค้นพบยาใหม่คือก้าวกระโดดจากศูนย์สู่หนึ่ง และช่วยเปิดความหวังให้กับโรคที่ในอดีตยังไม่มีแนวทางรักษา
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2020 เมื่อศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติอู๋ซี ในมณฑลเจียงซู ซึ่งใช้ “เสินเวย ไท่หูจือกวง” เป็นฐาน ได้ร่วมมือกับนักวิจัยจากหลายสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัยชิงหัว มหาวิทยาลัยซานตง และสถาบันวิทยาศาสตร์ชีวภาพแห่งปักกิ่ง พัฒนาแพลตฟอร์มค้นหายาแบบเสมือนประสิทธิภาพสูง

ศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติอู๋ซี (ภาพ: ศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติอู๋ซี)
ในปี 2022 ซอฟต์แวร์รุ่นแรก SWDOCK สามารถคัดกรองสารประกอบได้ 70,000 ล้านรายการต่อวัน ขณะที่ในปี 2025 ระบบรุ่นใหม่ SWDOCKP2 สามารถระดมแกนประมวลผล 39 ล้านคอร์ และทำการจำลองการจับตัวของโมเลกุลได้ 1.9 ล้านล้านครั้งต่อวัน
ปัจจุบัน บริษัทพัฒนายาหลายแห่งในกรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และซูโจว ได้นำแพลตฟอร์มนี้ไปใช้ค้นหาสารตั้งต้นยาที่มีศักยภาพ ขณะที่สถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยหลายแห่งกำลังใช้ระบบดังกล่าวเพื่อออกแบบยาชนิดใหม่
ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นที่เขตปินหู เมืองอู๋ซี ริมทะเลสาบไท่หู ซึ่งเป็นพื้นที่รวมทรัพยากรด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษากว่า 90% ของเมืองอู๋ซี มีสถาบันวิจัยระดับกระทรวงและมณฑล 12 แห่ง รวมถึงมหาวิทยาลัยและศูนย์วิจัยชั้นนำจำนวนมาก
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา “เสินเวย ไท่หูจือกวง” ได้รับรางวัลระดับนานาชาติด้านการประมวลผลสมรรถนะสูงหลายครั้ง และศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติอู๋ซีได้สร้างทีมวิจัยเกือบ 200 คน เพื่อพัฒนาให้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์จากเดิมที่เป็นเพียงเครื่องมือประมวลผล กลายเป็น “แพลตฟอร์มอัจฉริยะ” ที่รองรับความต้องการของหลากหลายอุตสาหกรรม

ทิวทัศน์เมืองเขตปินหู (ภาพ: ฝ่ายประชาสัมพันธ์คณะกรรมการพรรคฯ เขตปินหู)
นอกจากด้านการแพทย์ เทคโนโลยีนี้ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ การพยากรณ์อากาศ และเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบเครื่องบิน พัฒนาระบบพยากรณ์พายุไต้ฝุ่น และสร้างฐานข้อมูลดิจิทัลสำหรับการบริหารน่านฟ้า
ในเดือนมิถุนายน 2026 เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีของศูนย์ฯ ได้เปิดตัว “แพลตฟอร์มบริการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์อัจฉริยะ ศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติอู๋ซี” เพื่อให้ภาคธุรกิจและสถาบันวิจัยสามารถเข้าถึงพลังประมวลผลและอัลกอริทึมได้สะดวกยิ่งขึ้น
หลิวเจา รองผู้อำนวยการศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติอู๋ซี กล่าวว่า ในอนาคต เป้าหมายคือการทำให้ระบบสามารถรับโจทย์จากนักวิจัย จากนั้นจัดสรรพลังประมวลผล เรียกใช้ซอฟต์แวร์ และประเมินผลลัพธ์ได้โดยอัตโนมัติ
ปัจจุบัน อู๋ซีกำลังผลักดันยุทธศาสตร์ “ผสานซูเปอร์คอมพิวเตอร์กับปัญญาประดิษฐ์” เพื่อให้พลังคำนวณกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เข้าถึงได้ง่าย เช่นเดียวกับระบบไฟฟ้าและน้ำประปา พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
ที่มา People’s Daily