บรรยากาศคึกคักตั้งแต่วันแรกของการจัดงานฉลองครบรอบ 70 ปีแห่งการก่อตั้งมูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถาน (หลักเสียงเซี่ยงตึ๊ง) นครราชสีมา และงานฉลองสมโภชเทวสถาน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2569 โดยมีมูลนิธิ สมาคม และองค์กรการกุศลจากทั่วประเทศทยอยเดินทางเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่อง รวมกว่า 70 มูลนิธิ จากเครือข่ายสว่างฯ 55 จังหวัด สร้างความคึกคักให้กับตัวเมืองนครราชสีมา คาดมีผู้เข้าร่วมงานตลอดสองวันกว่า 2,500 คน และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างคึกคัก

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่มูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถาน (หลักเสียงเซี่ยงตึ๊ง) ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายกิตติศาสตร์ ลิ้มประยูรสวัสดิ์ ประธานมูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถานนครราชสีมา พร้อมด้วย นายศิวัช เตียเจริญวรรธน์ รองประธานมูลนิธิฯ และนายสุเทพ ณัฐกานต์กนก ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิฯ ร่วมให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากมูลนิธิและองค์กรการกุศลจากทั่วประเทศที่เดินทางมาร่วมงาน พร้อมเปิดเผยถึงความพร้อมในการจัดงานว่า มูลนิธิได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งด้านสถานที่จัดงาน ที่พัก การต้อนรับ และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมงาน คาดว่าวันแรกจะมีองค์กรจากต่างจังหวัดเข้าร่วมประมาณ 70 องค์กร และองค์กรในจังหวัดนครราชสีมาอีกประมาณ 50 องค์กร รวมผู้เข้าร่วมตลอดการจัดงานประมาณ 2,000-2,500 คน ซึ่งจะช่วยสร้างความคึกคักและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดนครราชสีมาได้เป็นอย่างดี

นายกิตติศาสตร์ กล่าวว่า ภายในงานยังได้จัดสร้างวัตถุมงคลเพื่อมอบเป็นที่ระลึกแก่แขกผู้มีเกียรติและผู้แทนมูลนิธิต่าง ๆ ได้แก่ พระบูชาท้าวสุรนารี (ย่าโม) หน้าตัก 12 นิ้ว และเหรียญท้าวสุรนารี ด้านหลังเป็นองค์โป๊ยเซียนโจวซือ ซึ่งผ่านพิธีอธิษฐานจิตจากพระเกจิอาจารย์ในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ได้รับ อีกทั้งการจัดสร้างวัตถุมงคลครั้งนี้ยังตรงกับวาระครบรอบ 200 ปีวีรกรรมท้าวสุรนารี จึงนับเป็นที่ระลึกสำคัญในโอกาสครบรอบ 70 ปีของมูลนิธิ

ด้านนายศิวัช เตียเจริญวรรธน์ รองประธานมูลนิธิฯ กล่าวว่า ขณะนี้คณะมูลนิธิและสมาคมต่าง ๆ ได้ทยอยเดินทางเข้าสู่จังหวัดนครราชสีมาแล้ว ทางมูลนิธิได้จัดเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครประจำเส้นทางเข้าสู่ตัวเมืองโคราชทั้ง 6 เส้นทาง เพื่อคอยต้อนรับ ให้ข้อมูล และนำคณะต่าง ๆ เข้าลงทะเบียนก่อนส่งเข้าที่พักตามโรงแรมที่เตรียมไว้ อาทิ โรงแรมเทอร์มินอล 21 โคราช โรงแรมฟอร์จูน โรงแรมสีมาธานี และโรงแรมแคนทารี เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากจึงต้องกระจายที่พักไปยังหลายแห่ง

สำหรับการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร วันที่ 17 กรกฎาคม ได้ประสานใช้พื้นที่จอดรถภายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ส่วนวันที่ 18 กรกฎาคม ได้จัดจุดจอดรถเพิ่มเติมบริเวณวัดแจ้งใน วัดโพธิ์ และพื้นที่โรงแรมใกล้เคียง พร้อมติดตั้งป้ายแนะนำเส้นทางและจัดกำลังอาสาสมัครดูแลการจราจรตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ยังจัดรถตู้และรถกอล์ฟรับส่งผู้เข้าร่วมงานจากจุดจอดรถมายังพื้นที่จัดงาน 3 จุด โดยได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนที่มาร่วมงาน
ส่วนกิจกรรมสำคัญในวันที่ 18 กรกฎาคม จะเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าด้วยพิธีบวงสรวงเทพยดาฟ้าดิน โดยพระอาจารย์ต่อ วัดแจ้งใน เป็นผู้นำประกอบพิธี พร้อมเครื่องบายศรีและเครื่องสักการะตามประเพณี ก่อนเข้าสู่พิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปีแห่งการก่อตั้งมูลนิธิ และพิธีสมโภชเทวสถานอย่างยิ่งใหญ่
ขณะที่นายสุเทพ ณัฐกานต์กนก ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิฯ กล่าวว่า สมาชิกจากสมาคมพุทธมามกสงเคราะห์การกุศลแห่งประเทศไทย และมูลนิธิในเครือสว่างจากทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ได้ทยอยเดินทางเข้าสู่จังหวัดนครราชสีมาอย่างต่อเนื่อง บางคณะเดินทางมาตั้งแต่คืนที่ผ่านมา เนื่องจากต้องเดินทางไกลตั้งแต่จังหวัดเชียงรายจนถึงอำเภอเบตง จังหวัดยะลา คาดว่าผู้แทนจากกว่า 70 มูลนิธิ จะเดินทางมาร่วมงานเกือบ 1,500 คน และเมื่อรวมองค์กรในพื้นที่กับประชาชนทั่วไป จะมีผู้ร่วมงานกว่า 2,500 คน ทำให้ต้องใช้ห้องพักเกือบ 300 ห้อง กระจายตามโรงแรมหลายแห่งในตัวเมืองนครราชสีมา

นายสุเทพประเมินว่า งานครั้งนี้จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับจังหวัดนครราชสีมา 500 ล้านบาท อย่างมาก ทั้งธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และการจับจ่ายซื้อสินค้าของฝาก เนื่องจากผู้ร่วมงานส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัดและพักค้างคืนในพื้นที่ พร้อมเชิญชวนประชาชนชาวนครราชสีมาร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองจากทั่วประเทศ ให้ได้รับความประทับใจและสัมผัสถึงมิตรไมตรีของชาวโคราชตลอดการจัดงานสำคัญทั้งสองวัน.