กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย กก.1 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นางสาวกันย์ภัส สงวนนามสกุล อายุ 28 ปี

1.ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 62/2569 ลงวันที่ 20 เดือน มีนาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ”

โดยสามารถจับจับกุมได้ที่ บริเวณริมถนนบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร
ตำรวจชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดี “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” กรณีสาวเปิดบัญชีม้าแก๊งมิจฉาชีพหลอกทำภารกิจออนไลน์ สูญเงินกว่า 8 หมื่นกว่าบาท บริเวณพื้นที่แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร

คดีดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ผู้เสียหายซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ได้เปิดดูเฟซบุ๊กและพบประกาศแจกชุดชั้นในฟรี พร้อมเชิญชวนให้เพิ่มเพื่อนผ่านแอปพลิเคชันไลน์เพื่อรับสิทธิ์ดังกล่าว หลังจากเพิ่มเพื่อนแล้ว คนร้ายได้ชักชวนให้เข้าร่วมกิจกรรมกดไลก์ กดแชร์ และทำภารกิจสะสมแต้ม โดยอ้างว่าจะได้รับค่าตอบแทนและเงินคืน ผู้เสียหายทดลองทำภารกิจในช่วงแรกและได้รับเงินตอบแทนจริง จึงเกิดความเชื่อถือ ก่อนถูกชักชวนให้โอนเงินเข้าร่วมแคมเปญในวงเงินที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

ต่อมาคนร้ายอ้างว่าผู้เสียหายทำรายการผิดพลาด จำเป็นต้องโอนเงินเพิ่มเติมเพื่อปลดล็อกระบบและรับเงินคืนทั้งหมด ผู้เสียหายหลงเชื่อและทยอยโอนเงินรวม 9 ครั้ง ไปยังบัญชีธนาคารและพร้อมเพย์หลายบัญชี ระหว่างวันที่ 10-12 พฤศจิกายน 2568 เป็นเงินรวม 88,700 บาท ภายหลังเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทยได้ติดต่อผู้เสียหาย เนื่องจากตรวจพบความผิดปกติของธุรกรรมทางการเงิน เมื่อผู้เสียหายเดินทางไปสอบถามที่สาขาธนาคาร จึงทราบว่าตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ก่อนรีบดำเนินการอายัดบัญชี แจ้งสายด่วน 1441 และเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี

จากการสืบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าบัญชีที่ใช้รับโอนเงินเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายราย ทั้งบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารออมสิน และบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับระบบทรูมันนี่ โดยบางรายมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมและอยู่ระหว่างการประกาศสืบจับในท้องที่อื่น พนักงานสอบสวนระบุว่า พยานหลักฐานและเส้นทางการเงินที่ตรวจสอบได้ มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ครอบครองบัญชีรับโอนเงินและบัญชีพร้อมเพย์ดังกล่าว มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด หรือให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน และอำนวยความสะดวกแก่ขบวนการหลอกลวงออนไลน์

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. ได้ทำการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานครและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี จว.จันทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา แจ้งเบื้องต้นว่าได้หางานในกลุ่มเฟสบุ๊ค มีคนในกลุ่มชักชวนให้เดินทางไปเปิดบัญชีธนาคารบริเวณฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยเสนอค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวนหนึ่งเพื่อแลกกับการเปิดบัญชีดังกล่าว
