ป.ป.ช.พิจิตร เผยเร่งทำสำนวนจ่อเอาผิดกรรมการตรวจรับ ผู้ควบคุมงาน ผู้รับจ้างโครงการ อบจ.พิจิตร สร้างฝายน้ำสร้างเสร็จไม่ทันไรก็พังยับจนเป็นข่าวฉาว

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผอ.ป.ป.ช.พิจิตร เปิดเผยความคืบหน้า จากกรณีโครงการฝายน้ำล้น คสล. งบประมาณโดย อบจ.พิจิตร ที่สร้างเสร็จไม่ทันไรก็พังยับจนเป็นข่าวฉาว ว่า ขณะนี้พนักงานไต่สวนเจ้าของเรื่องอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงสอบพยานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ มีครอบคลุมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย ผู้ว่าจ้าง ก็คือ กรรมการตรวจรับ , ผู้ควบคุมงาน , ในส่วนของผู้รับจ้าง ก็จะมีในฐานะนิติบุคคล และก็ในฐานะกรรมการผู้จัดการที่มีอำนาจลงนาม รวมถึงวิศวกรผู้ควบคุมงาน ก็แบ่งเป็นสองส่วน ในส่วนของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง

ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ นายจักรกฤช ตันเลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 6 ได้ให้ความสำคัญ รวมถึงได้สั่งการมาที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชน จึงได้สั่งการให้สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร ดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้ ป.ป.ช.พิจิตร อยู่ระหว่างสรุปรายงานการตรวจสอบเบื้องต้น ก็คาดว่านับจากนี้ไม่น่าจะเกิน 2 เดือน หากพบว่ามีข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานเพียงพอ ก็จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้มีมติสั่งไต่สวนและมอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นดำเนินการต่อไป


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า…จากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากการตรวจ – การจ้าง – ตรวจรับไม่ถูกต้อง ซึ่งตามหนังสือกระทรวงการคลังเรื่องแนวทางการกำหนดสัดส่วนความรับผิดชอบทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ กรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบ จากการตรวจรับ-ตรวจรับไม่ถูกต้อง , การก่อสร้างไม่เป็นไปตามรูปแบบรายการ แบ่งสัดส่วนความรับผิดชอบไว้ดังนี้ กรรมการตรวจการจ้าง 30% , ผู้ควบคุมงาน 50% , ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น-ชั้นกลาง-ผู้ผ่านงาน 30% , ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง – ผู้อนุมัติ 10% พ่วงด้วย คดีอาญา คดีแพ่ง และการลงโทษทางวินัย ดังกล่าวอีกด้วย ….


โดย…สิทธิพจน์ เกบุ้ย/ จ.พิจิตร




