แนวรั้วเตี้ยๆ ที่เหมือนมีไว้ให้นั่งเล่นได้ และยังมีช่องโปร่งรูปโค้งมนทรงไข่ไก่เว้นจังหวะได้ลงตัวน่ามอง คือ “แนวรั้วปล่องไข่” ที่เห็นได้เมื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองเก่าน่าน เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ที่ไม่ใช่เพียงเครื่องหมายกั้นอาณาเขต แต่คือสถาปัตยกรรมเมืองเก่าที่จับต้องได้จริง แนวรั้วปล่องไข่ปรากฏอยู่ในพื้นที่สำคัญของใจเมืองเก่า ตั้งแต่วัดศรีพันต้น ผ่านหน้าสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน โรงเรียนราชานุบาล โรงเรียนจุมปีวนิดาภรณ์

ตลอดแนวยาวไปล้อมรอบข่วงเมืองน่านและวัดภูมินทร์ ลานข่วงน้อย และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน รั้วปล่องไข่ทอดตัวยาวเป็นเส้นนำสายตาที่สวยงาม นอกจากนี้ ยังมี สำนักงานที่ดินจังหวัดน่าน และภาคเอกชน ประชาชน ที่ให้ความสำคัญและความร่วมมือในการสร้างบรรยากาศเมืองเก่าน่าน ผ่านแนวรั้วปล่องไข่ที่สะท้อนตัวตนมานับหลายร้อยปี
คำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ ถึงความหมายที่มีนัยยะทางด้านสังคมว่า “รั้วปล่องไข่” สะท้อนให้เข้าใจบริบทเมืองน่านในอดีต ว่ารั้วที่เตี้ย เพราะคนน่านใจดี มีศีลธรรม ไม่เบียดเบียนทรัพย์สินกัน และ ยังมองเห็นกันเพื่อคอยช่วยเหลือดูแลกันได้ด้วย รั้วปล่องไข่ไม่บดบังทัศนียภาพที่งดงามของเมืองน่าน ยังทำให้แสงลอด ลมผ่าน เป็นรั้วที่ไม่อึดอัดแต่ดูแล้วสบายตา

สิทธิธัช ธิติกุลเกษมศักดิ์ หรืออาจารย์จิ๊บ ศิลปินด้านศิลปกรรมและนักออกแบบ
ในวันที่น่านกำลังก้าวเดินสู่มรดกโลก รั้วปล่องไข่จึงเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ของการบริหารจัดการเมืองเก่าที่จับต้องได้ชัดเจนที่สุด เป็นการรักษาอัตลักษณ์ที่คงทนและใช้สอยได้จริง ความน่าสนใจของรั้วปล่องไข่ในวันนี้ คือ ภูมิปัญญาที่ข้ามกาลเวลา ผ่านแนวคิดและวัสดุ ในอดีต สล่าหรือช่างปูน จะมีสูตรผสมปูนตำโบราณที่ประกอบด้วยปูนขาว น้ำอ้อย และยางไม้ ด้วยเหตุผลว่า ปูนขาว คือพื้นฐานความแกร่งที่ได้จากการเผาหินปูนหรือเปลือกหอย แต่ปูนขาวเพียงอย่างเดียวจะเปราะและแห้งไวเกินไป
น้ำอ้อยเคี่ยว คือตัวช่วยชะลอการเซตตัวของปูน ทำให้ช่างมีเวลา “ปั้น” หรือ “ก่อ” ช่องปล่องไข่ให้โค้งมนได้รูปสวยงาม ยางไม้ช่วยให้ปูนไม่แตกร้าวเมื่อเจอสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยของเมืองน่าน และยังช่วยกันความชื้นไม่ให้ซึมเข้าไปทำลายเนื้อปูนข้างใน มีคำเปรียบเปรยว่า รั้วปล่องไข่ เป็นรั้วที่หายใจได้ การใช้ปูนตำโบราณทำให้ ความชื้นสามารถระเหยออกมาได้ตลอดเวลา รั้วโบราณจึงไม่ลอกร่อนง่ายเหมือนปูนซีเมนต์สมัยใหม่ที่มักจะกักความชื้นไว้จนสีพองและลอก

แม้สูตรปูนตำในอดีตที่ประกอบด้วยปูนขาว น้ำอ้อย และยางไม้ จะค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา แต่ “แนวคิด” ที่ซ่อนอยู่ในรั้วปล่องไข่กลับยังคงอยู่ ปัจจุบันการสร้างรั้วปล่องไข่ด้วยอิฐมอญและปูนซีเมนต์ ซึ่งหาได้ง่ายและก่อสร้างได้รวดเร็วตามยุคสมัย แต่ด้วยรูปทรงมน เว้นระยะพอดี ผิวสัมผัสและโทนสีขาวขุ่น ก็ทำให้ยังคงรักษาบรรยากาศเมืองเก่าน่านไว้ได้ดั่งเดิม
รั้วปล่องไข่ไม่ได้เพียงสร้างความสวยงาม แต่ยังส่งผลต่อ “ความรู้สึก” ของผู้คนที่พบเห็น ถึงความโปร่งแต่ไม่โล่งจนไร้ขอบเขต ความเป็นส่วนตัวที่ไม่ตัดขาดจากสาธารณะ ความรู้สึกปลอดภัยโดยไม่ต้องปิดกั้น ทั้งหมดนี้คือ “จิตวิทยาของพื้นที่” ซึ่งรั้วปล่องไข่ ได้ถ่ายทอดผ่านกาลเวลาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2559 สำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองเก่าน่าน (อพท.น่าน) ได้ดำเนินการตามแผนการพัฒนาน่านเมืองเก่าที่มีชีวิต มีการปรับภูมิทัศน์และรื้อถอนแนวรั้วทึบของสำนักงานที่ดินจังหวัดน่าน และรั้วโรงเรียนราชานุบาล สร้างเป็นแนวรั้วปล่องไข่ เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ ปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็น “พื้นที่เปิดโล่ง” และเชื่อมต่อทัศนียภาพของเมืองเก่า ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเดินเชื่อมถึงกันได้สะดวก
ทางด้าน นายสิทธิธัช ธิติกุลเกษมศักดิ์ หรือ อาจารย์จิ๊บ ศิลปินด้านศิลปกรรมและนักออกแบบ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าทีมปฏิบัติการจัดการกลาง มูลนิธิเพาะพันธุ์ปัญญา ซึ่งในฐานะอดีตที่ปรึกษาพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ได้ให้มุมมองในเชิงสุนทรียภาพเกี่ยวกับรั้วปล่องไข่ ซึ่งกลายเป็นภาพจำของเมืองน่านไว้อย่างน่าสนใจ ว่า “ถ้าเราเปรียบกับรั้วทั่วไปที่ตั้งตรง รั้วปล่องไข่“มีความโค้ง มีเส้นสายที่ประณีตกว่า และมีการเจาะช่องโปร่ง

สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยลดความแข็งกระด้างของกำแพง ทำให้รู้สึกนุ่มนวลและสบายตากว่า ซึ่งความสูงของรั้วปล่องไข่โดยทั่วไปไม่เกิน 1-1.2 เมตร เมื่อผนวกกับเส้นโค้งและช่องโปร่งที่ช่วยให้อากาศไหลเวียนได้ดีนั้น ยิ่งเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งและเป็นมิตร เมื่อมองผ่านรั้วจากถนนเข้าสู่สถานที่ด้านใน ก็ยังคงให้ความรู้สึกสบายตา ต่างจากรั้วทึบที่สร้างความรู้สึกปิดกั้น
ในฐานะที่เคยทำงานใกล้ชิดกับพื้นที่เมืองเก่าน่าน อาจารย์สิทธิธัชสังเกตว่า รั้วปล่องไข่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในหน่วยงานราชการและวัดวาอารามในใจกลางเมืองเก่า บางแห่งถึงกับรื้อรั้วเดิมออกแล้วสร้างรั้วปล่องไข่ขึ้นใหม่แทน โดยบางทีอาจไม่ได้คิดถึงความกลมกลืนเชิงสถาปัตยกรรมอย่างลึกซึ้ง

แต่เพราะมันดูสวย มันดูดี นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือ รั้วปล่องไข่แทบไม่เป็นที่นิยมในจังหวัดอื่น ทำให้กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของน่านอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวที่ปั่นจักรยานหรือเดินเที่ยวในย่านเมืองเก่าจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่าง และรู้สึกได้ทันทีว่านี่คือเมืองเก่าน่าน


.
