เปิดดีลประวัติศาสตร์ 50 ปีสัมพันธ์ ‘อนุทิน’ ดันการค้าแตะ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมเป็นประธานเปิดงาน Thailand–Viet Nam Business Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ “Growing Together: Celebrating 50 Years of Thailand–Viet Nam Relations” ท่ามกลางนักลงทุนและภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณนายโต เลิม ที่ให้เกียรติเยือนประเทศไทยและเข้าร่วมเวทีสำคัญครั้งนี้ พร้อมย้ำว่า ปี 2569 ถือเป็นหมุดหมายประวัติศาสตร์ครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ซึ่งตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศได้พัฒนาจาก “มิตรภาพ” สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ที่มีบทบาทสำคัญต่ออนาคตเศรษฐกิจของภูมิภาค

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โลกกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการแข่งขันทางเทคโนโลยี แต่ในอีกด้านหนึ่ง อาเซียนกำลังก้าวขึ้นเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยไทยและเวียดนามถือเป็นกำลังหลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงผลการหารือในการประชุม ASEAN Summit ภายใต้แนวคิด “Navigating our future, together” ซึ่งมุ่งเน้นการผนึกกำลังของประเทศสมาชิก ทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และการเตรียมพร้อมรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเวียดนามในอาเซียน ขณะที่เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับสองของไทยในอาเซียน โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างกันเกือบ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังเข้าใกล้เป้าหมาย 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคตอันใกล้

“สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ตัวเลขการค้า แต่คือโครงสร้างเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกัน เวียดนามเติบโต ไทยก็เติบโต” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ทั้งสองประเทศกำลังเร่งสร้าง “New Engines of Growth” ผ่านอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมสีเขียว อาหารแห่งอนาคต พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจสุขภาพ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า หากไทยและเวียดนามสามารถเชื่อมโยงศักยภาพเข้าด้วยกัน จะไม่ใช่เพียงฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค แต่จะกลายเป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์” ที่ร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคตของอาเซียน

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนาม “แผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านไทย–เวียดนาม” ซึ่งมีหัวใจสำคัญอยู่ที่แนวคิด “Three Connects” ได้แก่ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การเชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น และการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปสู่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า “ภาคเอกชน” จะเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดอนาคตความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม ทั้งในด้านการลงทุน นวัตกรรม และการจ้างงาน พร้อมยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงเปิดกว้างสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ มีเสถียรภาพทางการเมือง และกำลังเร่งปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค

ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณนายโต เลิม ที่เลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกในการเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการภายหลังเข้ารับตำแหน่ง พร้อมระบุว่า ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งของรัฐบาลไทย และยังสะท้อนถึงมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ

ด้านนายโต เลิม กล่าวแสดงความยินดีที่ได้เดินทางเยือนประเทศไทย พร้อมยืนยันการสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนระหว่างไทย–เวียดนามในทุกมิติ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีขั้นสูง และเศรษฐกิจแห่งอนาคต เพื่อผลักดันเป้าหมายมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

.

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts